← 🍃ธรรมมรรคา
046อ่าน ~6 นาที

เครื่องรางของขลังกับผู้ปฏิบัติธรรม

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ในฐานะที่เราเป็นพุทธศาสนิกชน เรื่องของเครื่องรางของขลังเรายังพกหรือมีไว้ใช้ได้ ใช่ไหมครับ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: อยู่ที่ลักษณะการพึ่งพิงค่ะ


การอัญเชิญพระพุทธรูปที่เป็นมงคล เป็นสิ่งสูงส่งดีงามที่เราเคารพนับถือไว้ใกล้ตัวก็เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ย่อมดีกว่าเราพกพาสิ่งไม่ดีงามที่ชวนให้ผิดศีล ผิดธรรม หรือขาดสติ

การมีพระพุทธรูปเป็นที่พึ่งที่ระลึกอยู่ใกล้ๆให้เห็นบ่อยๆ ให้ระลึกถึงบ่อยๆเช่น มีพระสมเด็จ ก็สามารถทำให้เราระลึกถึงพระบรมศาสดาอยู่เนืองๆ และยังระลึกถึงพระสงฆ์สุปะติปันโนผู้สร้างพระสมเด็จด้วย

ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นสิ่งไม่ดีงาม หรือเสียหาย

แต่การที่หวังพึ่งท่าน ก็ต้องพึ่งด้วยปัญญา

พึ่งพาเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติให้เราทำความดี ตลอดเวลาที่เห็นท่าน หรือให้เกิด หิริ โอตตัปปะ ไม่กล้าคิดชั่ว ทำชั่ว

ให้เราเดินตามรอยท่าน

และในเมื่อพกท่านไว้กับตัวก็ควรดำเนินชีวิตให้เหมาะสมดีงามตามรอยท่านอย่างจริงจัง

เราต้องเข้าใจด้วยว่าคนเรามีภูมิธรรมที่แตกต่าง มีกรรม กิเลส วิบาก ที่แตกต่าง

มีเหตุ มีปัจจัยที่ไม่เหมือนกัน

ความยึดถือในสิ่งเหล่านี้จึงแตกต่างไปอย่างกว้างขวาง

บ้างก็ยึดถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องรางของขลังกัน

ทั้งนี้เพราะคนเรายังไม่สามารถพัฒนาธรรมะในตนให้เป็นที่พึ่งได้ จึงยังไม่รู้วิธีการที่จะพึ่งตนเอง ก็เลยได้แต่อาศัยสิ่งภายนอกเหล่านี้เป็นเครื่องช่วย

อาศัยยึด ขอให้คุ้มครองบ้าง ขอให้แก้ไขปัญหาบ้าง ขอลาภบ้าง ขอให้ตนเป็นที่รักใคร่ของผู้ใหญ่บ้าง ขอโน่น ขอนี่

โดยอาจไม่ได้ใช้ปัญญาพัฒนาคุณธรรมในตนเอาเลย แบบนี้ก็เป็นการพกพาท่านไว้อย่างไม่ค่อยฉลาด

แต่ถ้าเป็นคนที่ปฏิบัติธรรมที่มีอินทรีย์แก่กล้าแล้ว ย่อมมีตนเป็นที่พึ่ง ย่อมมีธรรมะในตนที่เป็นเครื่องสร้างความเข้มแข็งให้

คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องพกพาสิ่งมงคลต่างๆก็ยังระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่ในใจสม่ำเสมอ

หากคนเหล่านี้จะพกสิ่งมงคลกับตัวก็พกเพื่อความเป็นมงคลในแต่ละวัน

พกเพราะความศรัทธา

พกเพราะเป็นที่ตั้งที่ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

พกอย่างมีมนสิการที่ถูกต้องด้วยปัญญาที่ถูกต้อง

เป็นต้น

แต่ไม่ได้ยึดติด ไม่ได้ต้องมีไว้เสมอ ไม่ได้หวังพึ่งให้มาคอยช่วยเหลือ

ในจิตมีพระรัตนตรัยเป็นสรณะอยู่เป็นปกติธรรมดาอยู่เอง

สำหรับคนเหล่านี้ จะพกท่านไว้หรือไม่ ก็ได้ทั้งนั้น

จิตแนบแน่นเข้มแข็งด้วยธรรมะอยู่แล้ว ใกล้ชิดพระรัตนไตรอยู่แล้ว แต่ที่พกอาจเพื่อระลึกถึง เพื่อสักการะบูชา เพื่อให้หมั่นฝึกฝนตนให้เดินบนเส้นทางสัมมาทิฏฐิอย่างมั่นคง…

แต่ควรสำเหนียกเวลาไปปฏิบัติธรรมหลักสูตรจริงจังในสถานที่ๆบริสุทธิ์อย่างในศูนย์ปฏิบัติ

ขณะปฏิบัติอยู่ เรากำลังฝึกพัฒนาจิตใจตนเอง

เรากำลังสำรอกทำลายอนุสัยกิเลสของตนเอง

เราจะต้องพากเพียรปฏิบัติด้วยกำลังของตัวเองทั้งหมดเท่านั้น

เราจึงไม่ควรหวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพราะเราพึ่งพาให้สิ่งใดมาขจัดกิเลสให้เราไม่ได้

เราต้องทำเองตลอดสาย

อีกอย่าง เราจะก้าวหน้าในธรรมอย่างบริสุทธิ์จริงๆได้ ต้องให้จิตปลอดจากกระแสปลุกเสกอื่นๆ (หมายถึงขณะปฏิบัติ)

สิ่งศักดิ์สิทธิ์เครื่องรางต่างๆใช่ว่าจะมีพลังในทางเกื้อกูลธรรมะ เกื้อกูลการปฏิบัติเสมอไป ตรงกันข้าม ส่วนใหญ่มักมีกระแสที่แตกต่างที่ไม่ได้มุ่งเกื้อกูลการชำระกิเลส

จึงควรเก็บไว้นอกกายนอกตัวเวลาที่เราปฏิบัติอย่างจริงจังในศูนย์

เครื่องรางมักถูกปลุกเสกให้คุ้มครอง คงกระพัน ปลอดภัย ให้คนเมตตา ฯลฯ

สิ่งเหล่านั้นมีผลภายนอก และก็ไม่สม่ำเสมอ

ต่างจากกระแสจิตที่ได้จากการฝึกวิปัสสนาที่เป็นกระแสปัญญา กระแสตัดความหลง กระแสแห่งการพ้นทุกข์ที่ถาวรสูงสุด

ซึ่งแน่นอน ไม่มีเครื่องรางของขลังใดในสามโลกจะมาช่วยให้เราถึงนิพพานได้ นอกจากตัวเอาทำเอง

นอกจากนี้ เครื่องรางบางอย่าง ถูกปลุกเสกโดยความไม่สะอาด กระแสเช่นนี้จะเป็นอุปสรรคต่อผู้ปฏิบัติด้วยซ้ำ และสิ่งที่เราพกพาเราไม่อาจมั่นใจว่าเป็นแบบไหน