การสวดมนต์กับการปฏิบัติธรรม
A: ถ้าอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติไม่ต้องสวดมนต์ก่อน จิตถ้ากำลังเดินได้ดี คือได้ความต่อเนื่องเนื่องจากปฏิบัติตลอดทั้งวันทุกวัน ก็ให้มุ่งมั่นทำต่อไป
ถ้ากำลังปฏิบัติได้อย่างดี มีสติและสัมปชัญญะทุกๆขณะ แม้เวลาปฏิบัติอยู่ในห้อง และระหว่างพัก
คือรับรู้ลมหรือเวทนาขณะนั่งปฏิบัติอยู่ และแม้ในอิริยาบถต่างๆก็ยังรักษาสติรู้ตัวตลอดอยู่ได้ ก็ไม่แนะนำให้สวดมนต์เพราะการสวดมนต์ตอนนี้จะเป็นการบริกรรม จะดึงจิตให้ตื้นขึ้นมาจากการมีสติตามรู้ลมกับเวทนา คือไม่ควรจะไปเบรคกระบวนการที่ต่อเนื่องของการปฎิบัติ
ส่วนที่บ้านขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยค่ะ
จะสวดมนต์ก่อนนั่งปฏิบัติก็ได้หรือไม่สวดมนต์ก็ได้ค่ะ
ถ้าจิตสงบและมีสมาธิดีอยู่ ก็ลงมือปฏิบัติได้เลย
แต่ถ้าจิตว้าวุ่นหรือมีความกังวลฟุ้งซ่าน ก็อาจจะใช้การสวดมนต์ช่วย
แต่ทั้งนี้ต้องทราบว่าการปฏิบัติ ที่ได้ความสงบในจิตและได้สมาธิ จะมีพลังและมีอานิสงส์เหนือชั้นกว่าการสวดมนต์ค่ะ จึงควรให้เวลาในการปฏิบัติ 1 ชั่วโมงอยู่ดี
ส่วนเวลาที่จะใช้สวดมนต์จะแยกทำต่างหากเป็นเรื่องของการสวดมนต์ไปเลยก็ได้
หรือจะใช้การสวดมนต์เริ่มต้น5-10 นาทีแล้วค่อยปฏิบัติต่อ 1 ชั่วโมงก็ได้
ถ้าเราปฏิบัติได้ผล ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดก็จะมีกำลังมากเสมอ
จะสวดมนต์ก็มีพลัง จะทำบุญทำกุศลก็มีอานิสงส์สูงกว่าถ้าใช้จิตเหมือนกับจิตขณะปฎิบัติ ไปทำกุศลนั้นๆ
จิตที่ไม่มีความคิดฟุ้งซ่าน มีความเบา ความโปร่ง ความสงบ ความนิ่ง ความใส มีสมาธิ คือจิตที่มีกำลัง
และจิตแบบนี้เมื่อไปทำกุศลใดๆ กุศลนั้นก็จะมีกำลังมากกว่าปกติ จิตแบบนี้คือจิตที่มีคุณภาพมีกำลัง
กุศลจะมีผลมากน้อย ขึ้นกับกำลังของจิตของแต่ละคน แต่ละขณะ
ถ้าเราฝึกจิตจนเคยชิน และมีความสามารถในการเข้าสู่โหมดของจิตขั้นนี้ได้เสมอ
ก็จะกลายเป็นธรรมชาติของเราในการนำจิตที่มีคุณภาพแบบนี้ไปทำงานทั้งทางโลกและทางธรรมให้สัมฤทธิ์ผลได้ค่ะ