วิบากกรรมจากโรคในขณะการปฏิบัติ
แม้ตอนที่ไม่ได้ปฏิบัติก็เป็นแรง เมื่อก่อนนานๆ เป็นที ตอนนี้เป็นแทบตลอดเวลา
พยายามไปรับรู้ที่ส่วนอื่นๆ
ก็จะวนเวียนมาจดจ่อที่บริเวณนี้ตลอด
เวลาอยู่ข้างนอก เช่นอยู่กับคนอื่นๆ นั่งก็เป็น...รู้สึกว่าเราเป็นผิดปกติ ควรทำอย่างไรดีคะ
A: เรื่องนี้เคยตรวจสุขภาพเฉพาะทางหรือเปล่าคะ?
ลองเช็คสุขภาพดูก่อน (บางเรื่องเกิดจากเหตุใกล้ เช่น ไข้หวัด ก็รักษาด้วยแพทย์ได้) แต่ถึงจะเป็นเรื่องที่เกิดจากเหตุของกรรมหรือเป็นวิบาก ก็ยังคงต้องดูแลแก้ไขด้วยการแพทย์ที่เหมาะสม หรือบริหารร่างกายที่สอดคล้อง
ให้เช็คก่อน และลองรักษาดู
อันนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ทำให้เป็นขึ้นมา ถึงไม่ได้ปฏิบัติโรคบางอย่างก็ถึงเวลาเป็นของมันเอง แต่ถ้ามองเหตุย้อนหลังไปยาวๆ ก็คงเป็นเรื่องของวิบากกรรมเฉพาะตัวบางอย่าง
ควรแก้ไขไปหลายๆทางด้วยพร้อมๆกัน
สำหรับทางธรรมะ ให้ประคองจิตไว้ไม่ต้องกังวล และผ่อนคลายจิตใจ รักษากายไป ใจก็ต้องรักษาให้สบายไปพร้อมๆกันถึงจะมีโอกาสหายได้จริง
Q: ไม่เคยตรวจสุขภาพด้วยอาการนี้ค่ะ
แต่หนูเป็นคนไม่ศรัทธาการแพทย์แผนปัจจุบันนัก
ตอนที่เป็น....หมอตรวจไปเยอะแยะมากมาย
ไม่พบความผิดปกติอะไร จนปฏิบัติธรรมแล้วคลี่คลายไปเอง
ยื่งอาการนี้ไม่เจ็บไม่ปวด แค่มันจะเป็นที่สนใจของคนที่พบเห็นเฉยๆ หนูก็เลยไม่เคยคิดจะไปตรวจเลยค่ะ
งั้นหนูแค่ไม่กังวลกับมันเฉยๆ ละกันนะคะ
A: พี่เองก็ไม่ใช้แพทย์ปัจจุบันส่วนตัวนอกจากพวกให้น้ำเกลือถ้าถูกหามเข้ารพ. หนูตรวจแผนโบราณก็ได้ หรือบำบัดวิธีธรรมชาติอื่นๆก็ได้
ของหนูพวกอาการ...น่าจะมีผลจากวิบาก ที่ได้โอกาสส่งผล
บางเรื่องกรรมฐานรักษาได้ในชาตินี้
แต่บางเรื่องอาจต้องรับความทรมานตลอดทั้งชาติไม่หาย ถ้ากรรมชนิดนั้นแรงและเหตุปัจจัยที่จะชดใช้กรรมไม่ถึงพร้อม
ขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งของตัววิบากกรรม
อย่างในกรณีเจ้าคุณนอวัดเทพศิรินทร์ท่านเป็นโรคอักเสบรุนแรงที่คอเจ็บปวดมากตลอดชีวิตจนวันละสังขาร
แต่ถ้าหนูปฏิบัติถูกต้องไปเรื่อยๆ วิธีการปฏิบัติวิปัสสนาที่ถูกต้อง จะชดใช้ชำระกรรมไปเรื่อยๆ และจะเปิดประตูกรรมที่ยังไม่ได้ส่งผลออกมาทีละเรื่องละเรื่องทั้งกรรมดีและไม่ดี
และในที่สุดกรรมแต่ละอย่างจะถูกชำระไปมากน้อยตามเหตุปัจจัยของ การปฎิบัติที่ได้ผลของหนู และตามเหตุปัจจัยของการใช้ชีวิตแต่ละวันของหนู
อย่าไปให้ความสำคัญ หรือสนใจมันเป็นพิเศษ พยายามผ่อนคลายและยอมรับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของเรา
เมื่อจิตปลดปล่อยจากความกังวล
ผลของกรรมก็จะเบาบางลงเป็นลำดับ
เพราะจิตที่ไม่กังวลและจิตที่ยอมรับนี้ ก็คือจิตที่มีอุเบกขา
ดังนั้นหนูสามารถฝึกใช้อุเบกขาอยู่เช่นนี้ได้ตลอดเวลาแม้ไม่อยู่ในห้องปฏิบัติ
วิบากต่างๆจะถูกชำระทุกขณะที่จิตเป็นอุเบกขา