ทำอย่างไรจึงเกิดมาแล้วเก่งรอบด้าน
A : เกิดจากหลายเหตุปัจจัยค่ะ
หลักๆคือการสั่งสมปัญญาบารมีในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่องและจริงจังทั้งทางโลก ทางธรรม
ในแต่ละภพชาติที่เราเกิดมา ควรหมั่นขวนขวายหาความรู้ความสามารถด้านต่างๆ ทั้งทางโลก และทางธรรม ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้มาก และจะต้องลงมือฝึกฝนอย่างจริงจัง คือทำจริงให้เป็นประสบการณ์ตรงของเรา ให้ความรู้ความสามารถนั้นติดตัวเรา ถ้าเราปรารถนาปัญญาในระดับลึกซึ้ง
ผู้ที่สั่งสมความรู้ความสามารถและปัญญาด้านต่างๆไว้หลายภพหลายชาติก็จะมีสัญญาความจำได้ติดตัวเรามาจากอดีต เหมือนเป็นความถนัดหรือเป็นพรสวรรค์
เราจะเห็นว่าบางท่านเกิดมาเป็นอัจฉริยะในด้านต่างๆกันเช่นโมสาร์ท เกิดมาสามารถเล่นดนตรีได้ตั้งแต่อายุสามขวบ
บางคนเกิดมาพูดได้หลายภาษา
บางคนก็มีอัจฉริยะภาพในด้านต่างๆมากมาย เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าของเรา
พระพุทธองค์เองทรงอัจฉริยภาพอย่างยิ่งในทุกๆด้านอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะเมื่อท่านยังเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านขวนขวายเล่าเรียนใฝ่รู้ และพัฒนาปัญญาในด้านต่างๆอย่างมากมายหลายภพหลายชาติติดต่อกันมายาวนานนับไม่ถ้วน
แต่สิ่งที่สำคัญมากที่สุดนอกเหนือไปจากการเสริมสร้างปัญญาทางโลก เช่น ด้วยการขวนขวายศึกษาเล่าเรียน การฝึกหัดเพิ่มประสบการณ์จริงในด้านต่างๆแล้ว
คือการฝึกสติสัมปชัญญะหรือคือการฝึกปัญญาในทางธรรมระดับการปฏิบัติ
ผู้ที่สามารถปฏิบัติและเข้าถึงธรรมะขั้นสูงขึ้นประตูแห่งปัญญาจะเปิดกว้างอย่างน่าอัศจรรย์
ความสามารถที่หลากหลายจะเพิ่มพูนขึ้น
และความสามารถเก่าที่ลืมไปนานแล้วก็สามารถพัฒนาและจดจำได้
จิตของผู้ปฏิบัติเมื่อบริษัทขึ้นด้วยสมาธิและปัญญา
ความสามารถทางจิตก็เพิ่มพูนขึ้นมหาศาล
ปัญญาด้านต่างๆก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความเข้าใจชีวิตและวิชาการด้านต่างๆก็ลึกซึ้งแยบยลขึ้น
การมองสิ่งต่างๆด้วยปัญญาก็เปลี่ยนแปลงจากเดิม เพราะเห็นแง่มุมที่ชัดเจนหลักแหลมขึ้น จึงสามารถมองทะลุปัญหาและเห็นทางออกของปัญหาได้อย่างแจ่มแจ้งขึ้น