วิธีปฏิบัติต่อคนรอบตัวเมื่อเขาเจ็บป่วย
1. ตอนที่ยังอาการทรงๆ ทรุดๆ
2. ตอนที่ไปฟังผลตรวจสำคัญ และแพทย์แจ้งข่าวร้าย
3. ในวาระสุดท้ายของชีวิต
ป.ล. เขาไม่เคยปฏิบัติธรรม แต่ชอบสวดมนต์ นัมเมียวโฮเร็งเงเคียว ค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
A: ถ้ามีคนเจ็บป่วยในครอบครัวอย่างร้ายแรงต้องดูหลายหลายด้าน
วิธีช่วยคือ ต้องให้ธรรมะเกิดขึ้นในบุคคลนั้นให้มากที่สุด
ถ้าเขาเข้าใจถึงระดับปฎิบัติธรรมหรือภาวนาจะดีมาก
แต่ถ้าเขาเข้าใจเพียงแค่เรื่องทานเรื่องกุศลเรื่องของศีล
ก็ต้องพยายามให้เขาได้ทำกุศลเหล่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาศีลในช่วงที่ป่วยเป็นโรคร้ายแรง
วาระสุดท้ายของชีวิตไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าใช้ชีวิตอย่างดีมาตลอด
ถ้าเขาใช้ชีวิตห่างไกลธรรมะก็ถือโอกาสดึงเขาเข้ามาสู่ธรรมะในช่วงนี้เพราะบั้นปลายชีวิตถ้ามีความสงบสุขอยู่บ้างก็ยังไปในที่ที่ดี
วิธีให้กำลังใจก็คงต้องทำให้เขามีช่วงชีวิตที่เป็นสุขก่อนจะไป
ให้เขานึกถึงสิ่งดีๆในชีวิต
ให้เขานึกถึงสิ่งที่เขามีความสุข
ให้เขานึกถึงความดีที่เขาเคยทำให้คนอื่น
ให้เขานึกถึงความดีที่คนอื่นทำให้เขา
สรุปคือต้องให้กำลังใจเพียงเพื่อให้เค้าอยู่ตึกรายล้อมด้วยสิ่งที่ทำให้เป็นสุข
ให้นำพระมารับสังฆทานก็ได้
ให้เขาฟังเทศน์ที่สบายใจยาเป็นอะไรที่ลึกซึ้งเกินไป ก็ได้
เปิดเพลงที่สงบเย็นไม่มีเสียงร้องเพลงแบบแผ่วๆตลอดเวลาที่พูดคุยกับเขาก็ได้เพื่อทำให้เขาคลายกังวลและคลายเครียด
พี่ไม่รู้สถานการณ์ของคนป่วยก็ได้แต่แนะนำคร่าวๆตามนี้
คนเยี่ยมหรือคนดูแลรอบตัวโดยเฉพาะถ้าเป็นบุคคลอันเป็นที่รักตรงให้บุคคลเหล่านั้นสงบเย็นไม่แสดงความกังวลห่วงใยไม่ตื่นตระหนกตกใจไม่ร้องห่มร้องไห้
ถ้าเราเป็นคนเยี่ยมเองก็ควรจะเบาจิตใจก่อนเยี่ยมเช่นกันไม่ตื่นตระหนก ไม่กังวล ไม่กลุ้ม
ไปเยี่ยมอย่างสบายๆให้ความรู้สึกที่สบายเมื่อเขาเห็นเราอย่าพกรังสีอำมหิตเข้าไปด้วยล่ะจ๊ะ หมายถึงว่าถ้ากำลังหงุดหงิดไม่พอใจอะไรอย่านำเข้าไปในห้องเยี่ยม