ดูแลคุณพ่อ ด้วยธรรม ในวาระสุดท้าย
☘️A: ถ้าไม่รู้สึกตัวแล้ว อาจเพียงลืมตาไม่ได้ ไม่รับรู้ทางทวารตา แต่ยังฟังเสียงได้ ยังรับรู้กลิ่นได้ รับรสได้ รับสัมผัสทางกายได้ รับอารมณ์ทางใจได้
☘️เราก็ต้องป้อนอารมณ์ที่ทำให้เกิดความสงบสุขในจิตคุณพ่อทางทวารต่างๆที่ยังทำงานรับผัสสะได้ ตามความเหมาะสม
☘️ทวารที่เราทำได้มากที่สุด ก็คือโสตทวาร การได้ยิน ได้ฟัง สิ่งอันเป็นมงคลทั้งปวง ฟังเสียงที่ยังความสงบใจให้ทั้งหลาย
ไม่เพียงต้องพยายามให้อารมณ์ที่สงบสบายทางเสียงดีๆ แต่ยังต้องคอยระวังอย่าให้เสียงแห่งความเร่าร้อนทุกชนิดมากระทบ เช่น การพูดคุยเรื่องที่ทำให้เกิดกระแสสั่นสะเทือนที่เป็นอกุศล
☘️ถ้าคุณพ่อมีธรรมะในใจบ้าง ก็ให้เปิดเสียงที่เป็นมงคลแบบต่างๆ ให้ฟังสลับกันไป เช่น
☘️1) เสียงสวดมนต์พระปริตร อาจเปิดช่วงเช้า 1 ครั้งตอนตื่น และเย็น 1 ครั้งก่อนหลับ
(โดยเลือกเสียงสวดของพระสงฆ์สุปฏิปันโน ที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมจริงจัง เพราะเสียงจะมีกระแสสั่นสะเทือนที่มีพลังบริสุทธิ์สูงกว่าพระสงฆ์ทั่วไปที่ไม่ปฏิบัติ)
☘️2) เปิดธรรมเทศนาจากพระสงฆ์ดี เสียงเทศน์ที่สงบเย็น อาจให้ฟังสัก 1-2 ครั้งต่อวัน จะเป็นธรรมะสั้นๆ หรือยาวไม่เกิน 1 ชม ก็ได้ เลือกเอาธรรมะที่อยู่ในระดับผู้ป่วยเข้าใจได้ และฟังแล้วสามารถมีจิตยินดี เช่น เรื่องบุญ เรื่องภพภูมิดีงามของการทำความดี เรื่องความสุขจากการมีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น
พยายามอย่าเปิดเรื่องลึกไปที่ผู้ป่วยไม่มีพื้นฐานหรือไม่มีปัญญาเข้าถึง เช่น อภิธรรม
และระวังอย่าเปิดเรื่องที่อาจทำให้เขาระลึกถึงความไม่ดีของตนในอดีต หรือ เรื่องการลงโทษลงทัณฑ์คนทำกรรมชั่ว เพราะอาจทำให้จิตคิดหวาดกลัว เป็นอกุศล หรือไประลึกถึงกรรมไม่ดีของตนที่เคยทำ และเกิดเสียใจขึ้นมาตอนจิตดับพอดี
☘️3) สลับด้วยเสียงสวดแผ่เมตตาอัปปมัญญาที่มีทำนองไพเราะอ่อนโยน บทคิริมานนทสูตรของลังกา มีชุดหนึ่งที่ทำนองสวดมีพลังานที่ดี และบทสวดที่มีทำนองสวดอ่อนโยนไพเราะ อื่นๆ ฯลฯ
(** ข้อมูลจาก Google บทคิริมานนทสูตร เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ เพื่อให้พระอานนท์นำไปแสดงแก่พระคิริมานันทเถระ ซึ่งกำลังอาพาธหนัก. พระสูตรนี้กล่าวถึงสัญญา ๑๐ ประการ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยคลายจากความเจ็บป่วยได้ **)
☘️4) เปิดเสียงดนตรีบรรเลงที่ ช้าๆ อ่อนโยน แผ่วนุ่ม ฟังแล้วใจผ่อนคลาย ดนตรีที่มีคลื่นความถี่ที่สงบเย็น เปิดคลอบ่อยๆ หรือเกือบทั้งวัน เพื่อกล่อมใจให้สงบสม่ำเสมอ
☘️5) ใช้เสียงเราเอง เสียงที่คนป่วยคุ้นเคย บอกกรรมฐานแก่เขา ใช้กรรมฐานที่คนป่วยคุ้นเคย และเคยทำ ให้ส่งเสียงนำกรรมฐานเหมือนกับจะให้เขาได้เจริญตามไป ทำตามไป
☘️6) หมั่นคุยกับเขาด้วยธรรมะ ด้วยเสียงที่อ่อนโยน และคอยพูดถึงรำลึกถึงกุศลกรรมดีที่เขาเคยทำมาทั้งหลาย เพื่อให้เขาระลึกได้ ให้จิตเป็นกุศล
☘️7)สุดท้าย คนนอนเฝ้า คนอยู่ด้วยประจำกับผู้ป่วย ไม่ควรเปิดดู TV เรื่องไม่ดีต่างๆ เช่น ละครน้ำเน่าตบตีด่าทอ เสียดแทงทำร้ายกัน หรือ series ที่มีแต่เรื่องลบๆเรื่อง lowๆ
ไม่ควรเปิดฟังข่าวสารที่ไม่ดีทาง social ทาง youtube เรื่องทางโลกๆที่วุ่นวายนี้ ให้คนป่วยต้องมาได้ยิน เหล่านี้ เป็นต้น
เขาจะไปจากโลกนี้แล้ว อย่าเอาเรื่องโลกนี้ไปข้องแวะในจิตเขาให้ร้อนรุ่มอีก
นี่คือการช่วยเหลือให้ผัสสะส่วนของโสตทวาร ให้ได้รับสิ่งที่ดีงาม
☘️ในส่วนอื่นๆ เช่น ฆาณทวาร หรือการรับรู้กลิ่น ก็อาจใช้ aromatherapy ใช้กลิ่นที่ทำให้จิตสงบ ผ่อนคลาย ทำให้ห้องมีกลิ่นอ่อนโยน เบาสบาย ผ่องใส สูดดมแล้วยังความสงบเย็นในจิตมาให้ได้จริง
ใช้กลิ่นที่อ่อนๆ และอ่อนโยน เป็นธรรมชาติที่สุด ที่หนูใช้ ที่เป็นกลิ่นจากยี่ห้อ doterra นั้น แรงไปสำหรับคนป่วย และกลิ่นมีลักษณะสังเคราะห์มา มีความเป็นเคมีแฝงอยู่
product ที่มาจาก western derivative จะไม่ค่อยใช่ของจริงแท้ มักมีความเทียมๆแฝงอยู่ ไม่บริสุทธิ์แท้ ผู้ผลิตก็ไม่มีจิตวิญญาณแห่งการ healing แท้จริง มีจิตที่ vibrate ความเป็นผลประโยชน์บางอย่างแฝงอยู่ในทุกอณูของผลิตภัณฑ์ จึงเป็นการสร้างสรรขึ้นมาจากความไม่บริสุทธิ์จริงแท้ จึงไม่เหมาะกับผู้ป่วยวาระสุดท้ายที่ต้องทิ้งสิ่งเทียมๆจากทางโลกใบนี้ให้หมด
☘️ลองพยายามใช้กลิ่นธรรมชาติที่สุด ที่หาได้จากธรรมชาติที่สุดจริงๆ มีความ pure ที่สุด กลิ่นเดี่ยวๆ ที่ไม่ต้องผสมผสาน หรือถ้าผสมก็ไม่มาก หรือกลิ่นที่พัฒนามาจากภูมิปัญญาของปราชญ์ทาง eastern world ภูมิปัญญาทาง eastern โบราณ จะจริงใจกว่า ลึกซึ้งกว่า และมักไม่ค่อยปรุงแต่ง จิตใจก็ละเอียดอ่อนกว่า
☘️ทางชิวหาทวาร หรือการรับรส ก็ขอเป็นรสอ่อน ควรเป็นอาการที่เป็นมังสวิรัต เพื่องดเว้นการให้อาหารที่มีวิญญาณสัตว์สัตว์ที่มาเป็นอาการล้วนตายอย่างทุกข์ทรมาน อย่างเจ็บปวด ตายอย่างไม่ยินยอม กระแสสั่นสะเทือนนี้ไม่ควรนำเข้าร่างกายอีกในช่วงสุดท้ายของชีวิต
☘️ทางทวารกาย หรือสัมผัสทางกาย ควรให้ร่างกายคนป่วยมีความสบายตัว ปลอดโปร่งกาย มีความผ่อนคลาย พยายามอย่าไปสอด ไปยัด ไปฉีด ไปอัด ไปกระตุ้น ไปช็อค อะไรทั้งหลายเป็นดีที่สุด
พยายามอย่าให้ไปทำให้เกิดความกระเทือน ความเจ็บปวด ความไม่สบายกายต่างๆ เพื่อยื้อชีวิตจนคนป่วยทุกข์ทรมานกาย แต่กรณีที่ได้สอดท่ออาหารไปก่อนแล้ว หรือเข็มน้ำเกลือที่เสียบไว้อยู่แล้ว ก็ตามนั้น แค่เลี่ยงที่จะเสียบอะไรต่ออะไรเพิ่มเติมเข้าไปอีก
☘️ทางใจ หรือ มโนทวาร ก็หมั่นดึงใจให้เขามีสติระลึกรู้ในจิต คือให้เขามีกุศลจิต ให้เขารับรู้แต่สิ่งที่เป็นมงคล เป็นกุศลกรรมให้เขาคิด หรือมีใจวนเวียนอยู่แต่ในการกุศลทั้งปวง เช่น ด้วยวิธีต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จะเป็นด้วยการฟังเสียงมนต์ภาวนาก็ดี ฟังธรรมะก็ดี ฟังเสียงการนำทำกรรมฐานก็ดี ฟังเสียงเตือนใจในกุศลกรรมของเขาที่เคยทำมาก่อนก็ดี เป็นต้น
คอยระวังอย่าให้ใจเขาเกิดอกุศลทุกชนิด รวมถึงอกุศลที่จากความไม่พึงใจต่างๆ
ตั้งแต่ การไม่พึงใจจากเสียงที่ไม่ดี จากกลิ่นแรง หรือกลิ่นที่ไม่ดีต่างๆ (รวมถึงกลิ่นยาที่ฉุนแรงบางชนิด) จากการลิ้มรสอาหารรสจัดจ้าน จากการกระทบทางกายที่ไม่ดีต่างๆ ที่ทำให้เจ็บปวด เป็นต้น
☘️สำหรับคนมาเฝ้ามาเยี่ยม ให้คอยระวัง อย่าให้คนป่วยได้ฟังเสียงลูกหลานทะเลาะกัน หรือ ลูกหลานทวงถามมรดกจากผู้ป่วย หรือ เรื่องที่ทำให้คนป่วยกังวลอื่นๆ
ลูกหลานไม่ควรเศร้าโศก พิรี้พิไรรำพรรณ ไม่ควรห่อเหี่ยว เศร้าหมอง ท้อแท้ อาลัย ร้องห่มร้องไห้ ทุกข์อกทุกข์ใจ ให้คนป่วยรับรู้ ลูกหลานพึงมีพรหมวิหาร 4 ให้มากๆ ความตายไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่การไปสู่ที่ใหม่ที่ไม่ดีสิ น่ากลัวกว่า ลูกหลานต้องรู้จักส่งบุพการีในการเดินทางไกลนี้ให้ดีๆ
☘️ผู้มาเฝ้าคนป่วย มาเยี่ยม หรือดูแล ไม่ว่าคนชราหรือคนป่วย พึงต้องมีจิตที่ผ่องใสปลอดโปร่ง เวลาดูแลคนป่วย คนชราเสมอ เพราะคนป่วยที่เรารักเมื่อใกล้จากไป แม้จะดูเหมือนท่านไม่รับรู้ แต่จิตของหลายๆคนที่ใกล้ตายสามารถสัมผัส vibration ลบๆ เช่น ความกังวล ความเป็น negative ต่างๆ ในจิตใจของคนที่เคยผูกพันลึกซึ้งในโลกใบเก่าได้
☘️ให้ท่านได้อยู่ในวันเวลาสุดท้ายของชีวิตชาตินี้อย่างมีคุณค่าที่สุด มีความสุข มีความสงบ มีความสบายกายและใจ
ถ้าทำเช่นนี้ได้ คือการได้ดูแล การได้ส่งท่านไปต่อในภพภูมิถัดไปได้อย่างดีจริงๆ…
9 มิ.ย. 68