← 🍃ธรรมมรรคา
2459 มิ.ย. 68อ่าน ~10 นาที

เมื่อกรรมส่งผล ควรวางใจอย่างไร

❓ ปุจฉา (คำถาม)
มีคำถามเรื่องกรรมและวิบากกรรมค่ะ หนูเพิ่งเดินทางไกล และเผลอประมาทจนสูญเสียทรัพย์สิน ทีแรกหนูนั่งรถ(สาธารณะ) ข้างหลัง แต่เมื่อหนูย้ายมานั่งด้านหน้ากับคนขับ กลับลืมเอากระเป๋าที่ใส่กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มาด้วย ภายหลังมีผู้หญิงที่ขึ้นมานั่งด้านหลังที่หนูเคยนั่ง เมื่อนึกได้กระเป๋าหายไปแล้ว หนูคิดว่าเขาเป็นคนขโมยไป นี่เป็นเพราะหนูเคยขโมยทรัพย์สินจากผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ เรื่องนี้เป็นปมในใจหนูตอนนี้อยู่ค่ะ

กราบถาม อาจารย์ โปรดเมตตาอธิบายเรื่องกรรม และวิบากกรรมที่เกิดกับหนูด้วยค่ะ เพื่อหนูจะได้คลายปมในใจนี้ค่ะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

🌿A: การสูญเสียทรัพย์สิน เป็นผลจากการกระทำในอดีตของเราค่ะ หรือที่เรียกว่าเป็นวิบากของกรรมเก่า ที่เกี่ยวข้องกับการผิดศีล ศีลข้ออทินนาทาน

แต่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นก็ได้ค่ะ ไม่ใช่ว่าเรากระทำกรรมกับใครแล้ว เขาจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราเสมอไป

🌿การที่ใครจะผูกเวร ถึงขั้นจองล้างจองผลาญเราข้ามภพชาติแบบตัวต่อตัว จนเป็นผู้ผูกเวรต่อเราที่คอยตามจองล้างจองผลาญของเราได้นั้น เจ้าตัวผู้ถูกทำร้ายจะต้องผูกใจเจ็บอย่างลึกซึ้งต่อเรา และจองเวรต่อเรา ด้วยเจตนาที่เข้มข้นด้วย ผู้ที่จองเวรนั้นถึงจะติดตามเราไปในภพชาติต่อๆไปอย่างมีเจตนาได้

เช่น สัตว์ที่ถูกฆ่าตายอย่างทรมานสาหัส อาจจะจองเวรผู้กระทำทารุณกรรมต่อเขา เพราะมีความโกรธแค้นมากเกิดอยู่ในจิต เมื่อจิตสุดท้ายก่อนตายยังคงความเคียดแค้นต่อผู้นั้นอยู่ จึงผูกเวรไว้ในใจต่อผู้นั้นอยู่ กรณีเช่นนี้เขาจึงเป็นเจ้ากรรมนายเวรเฉพาะของบุคคลนั้น

🌿อีกประเภทหนึ่งก็คือ ในชาติที่มีชีวิตอยู่ด้วยกันนั้น สร้างความเคียดแค้นต่อกัน ชิงชังทำร้ายกันและกันอยู่เสมอ ก็จะเกิดเป็นความแค้นสะสม ความเกลียดชังสะสม แต่ทำอะไรกลับคืนไปไม่ได้ หรือทำได้แล้วยังไม่แล้วใจ ใจยังผูกเจ็บอยู่ ใจยังคับแค้นอยู่ ยังต้องการจะโต้ตอบหรือทำร้ายคืนอยู่ตลอดเวลา จิตวางความเคียดแค้นลงไม่ได้ ให้อภัยไม่ได้

กรณีนี้หากกลับมาได้เกิดเจอกันอีก ก็จะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของอีกฝ่ายได้ด้วยเช่นกัน

และบ่อยครั้งอีกฝ่ายก็มักจะต้องแพ้ทาง ต้องยอมถูกกระทำ เช่น ลูกที่ร้ายๆที่เกิดมาทำร้ายพ่อแม่ ก็อาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรของพ่อแม่ ที่พ่อแม่จะแพ้ทางยอมให้ลูกเบียดเบียนอยู่เสมอ หรือคู่ครองที่ทำร้ายเรามานานๆ หรือ คู่สามีภรรยาที่ต่างก็ทำร้ายกันและกัน อยู่ด้วยกันอย่างทุกข์ใจ ทุกข์ร้อน แต่ต่างก็ยังคงต้องทนอยู่กันไปทั้งชีวิต

🌿ส่วนกรณีที่เล่ามานี้ การที่เราเคยทำกรรมประเภทลักทรัพย์ในอดีต ในรูปแบบใดก็ตาม ทรัพย์สินของเราก็จะไม่ปลอดภัย เมื่อเวลาที่กรรมส่งผลเป็นวิบากขึ้นมา เราจะประมาท ขาดสติ ทำให้กรรม ที่เราได้ทำมานั้นสามารถ ส่งผลได้เต็มที่กับเราได้

🌿ส่วนผู้ที่ลักทรัพย์ของเรานั้น ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่เราเคยทำกับเขาโดยตรง แต่ตัวกรรมที่เราเคยทำนั้นคือเจ้ากรรมนายเวรของเราเอง คือเมื่อเราทำกรรมแล้ว เราย่อมต้องรับผลของกรรมนั้น

🌿ส่วนจะเป็นใครที่มาลักทรัพย์ของเรา หรือมาทำร้ายเรานั้น อาจเป็นใครก็ได้ ที่ไม่แน่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ในครั้งนั้นของเรา

🌿สำหรับเขาผู้ลักทรัพย์เราอยู่นั้น เขากำลังก่อกรรมหายนะใหญ่ ก่อกรรมใหม่ เขากำลังล่วงศีลข้อ อทินนาทาน ที่จะทำให้เขาต้องได้รับผลนั้นในวันข้างหน้าอย่างแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้

🌿ซึ่งวันที่เขาได้รับผลนั้น ก็ใช่ว่าจะเป็นเราที่เป็นผู้ไปลักทรัพย์จากเขา แต่เขาจะถูกลักทรัพย์จากผู้อื่น

🌿การปฏิบัติธรรมสามารถทำให้หลีกเลี่ยงการชดใช้กรรมได้ เพราะเราจะมีสติ

วิบากกรรมหลายอย่างผู้ปฏิบัติธรรมก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ต้องรับผลของกรรมนั้น หรือถ้ารับผลของกรรมนั้นก็รับไม่มาก ไม่รุนแรง ทั้งนี้เพราะผู้ปฏิบัติธรรมที่มีสติอยู่กับตัวได้บ่อยครั้งในแต่ละวัน คือมักไม่พลั้งเผลอสติ ย่อมเป็นผู้ไม่ประมาท เพราะจิตใจที่มั่นคงอยู่ด้วยสติเนืองๆ

เมื่อกรรมจะส่งผล ก็จะส่งผลได้ยาก หรือส่งผลได้น้อย

เช่น บางครั้งเราจะต้องประสบกับวิบากกรรม จะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เช่นนั้นกับเราในวันนี้ แต่เราเกิดมีสติมีสัมปชัญญะ อยู่ด้วยความไม่ประมาทขึ้นมา รักษาสติอยู่ตลอดวัน วิบากกรรมชนิดนี้ก็อาจจะเป็นโมฆะไปเลย ไม่มีโอกาสส่งผลกับเราเลยก็เป็นได้

🌿วิธีหนึ่งที่ทำให้เราคลายปมในใจ คือการทำจิตให้เป็นกุศล ทำได้สองรูปแบบ

รูปแบบหนึ่งคืออภัยทาน ให้อภัยกับคนคนนั้นอย่างหมดใจ

🌿อีกรูปแบบหนึ่งคือ จาคะ จาคะคือการบริจาคทาน ด้วยจิตคิดสละออก ให้ด้วยจิตที่กล้าเสียสละสิ่งที่เรายังหวงแหน

ถ้าสามารถคิดได้ว่า เราได้ให้ทรัพย์สินนี้เพื่อเป็นการสละกิเลสเรา นี่จะถือเป็นทานใหญ่ เป็นทานที่มีคุณค่าสูงกว่ามาก ไม่ใช่เป็นแค่ ‘บุญ’ จากแบ่งปันสิ่งที่เรามีเหลือ แต่เป็นกุศลที่เป็น ‘บารมี’ อันเกิดจากการสามารถเสียสละตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น เป็นบารมีเพราะการสามารถสละสิ่งที่เราหวงแหน เป็นการให้ที่ทำได้ยากกว่ามาก

🌿ดังนั้น ถึงแม้เราไม่ได้ตั้งใจจะสละสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกวิบากกรรมแย่งไปจากเราโดยเรายังหวงแหนมากอยู่ แต่ถ้าเราสามารถวางมันได้ เกิดความพึงใจที่ได้เสียสละสิ่งนี้ได้จากใจจริง บุญจะเกิดในจิตเรามากมายมหาศาล นี่เป็นการสละโลภะกิเลสในจิตเรา เป็นความดีที่สูงค่ามาก มีผลมาก คือ เป็นทั้งวัตถุทานบารมี เป็นทั้งอภัยทาน (ที่อานิสงส์สูงกว่าทานทั้งปวง) เป็นทั้งการละตัณหา เป็นการขจัดโลภะกิเลสขั้นดี ช่วยทำให้เราเข้าใกล้นิพพานเข้าไปอีก

🌿ยิ่งต่อมา…เมื่อเราต้องหาซื้อโทรศัพท์ใหม่ ต้องทำบัตรประชาชนใหม่ ต้องเสียทรัพย์ เสียเวลา ไปทำสิ่งต่างๆเพื่อแก้ไขหรือทดแทนที่สูญหายไป มีความยุ่งยากลำบากสำหรับเราต่างๆนาๆ ที่ชวนให้ หงุดหงิดใจ

🌿แต่ถ้า…เรากลับสามารถรักษาใจของเราไม่ให้หงุดหงิดเป็นโทสะได้ ใจเรายังสามารถเป็นกุศลได้อยู่ตลอด เราสามารถคิดได้ว่าความยุ่งยากเหล่านี้ ความเสียหายเหล่านี้ เรายินดีรับ เราพร้อมอุทิศอย่างเต็มใจ เพื่อความสุขของผู้อื่น

การที่สามารถอุทิศให้ได้ด้วยใจเช่นนี้ ประเสริฐยิ่งนักแล เพราะนี่คือเรากำลังเดินทางสู่การสิ้นไปแห่งสังสารวัฏอันยาวไกลแล้ว

🌿นอกจากนี้…หากทุกครั้งที่จิตเราเกิดปีติ เกิดความยินดี ในความสิ้นไปของสิ่งที่เรารัก เราหวงแหนได้ จิตมีเพียงความคิดยินดีว่าเราได้สละแล้ว บุญบารมีและปัญญาอันยิ่ง จะเพิ่มพูนขึ้นในจิตเราอย่างลึกซึ้งทุกครั้งที่จิตคิดได้เช่นนี้ อีกด้วย

9 มิ.ย. 68