← 🍃ธรรมมรรคา
20022 ส.ค. 66อ่าน ~9 นาที

คิดอย่างไรได้อย่างนั้นจริงหรือ /ผลของกรรม/การอยู่กับปัจจุบัน /กฏไตรลักษณ์

ตอบคำถาม 17/9/66

A: ขอตอบแยกเป็นประเด็นตามที่ถามมานะคะ เป็น A1, A2, A3, A4 ดังนี้

A1: จากข้อความที่ส่งมานี้ ที่ว่า

◻️“… อยากให้อะไรเกิดขึ้น

ให้คิดพูดทำและรู้สึกแบบนั้น

ไม่อยากให้อะไรเกิดขึ้น

ให้หยุดคิดพูดทำ

และรู้สึกแบบนั้น…”◻️

เนื้อหาที่เขียนมาก็เป็นหลักของความจริงข้อหนึ่งค่ะ

🌿การหมั่น คิด พูด ทำ และรู้สึก กับสิ่งใดมากๆ ย่อมมีผลต่อผู้นั้นแน่นอน คือเสพจนเป็นอาจิณกรรม

แต่อาจิณกรรมนั้นเป็นได้ทั้งกุศล และอกุศล

🌿ถ้าจะดูว่า การส่งข้อความทำนองนี้ ผิดหรือ ถูก

ก็ต้องมองทั้งสองฝั่ง คือฝั่ง ผู้ส่งสาร กับฝั่ง ผู้เสพสาร

🌿การสื่อของ “ผู้ส่งสาร” นี้จะถูกต้องหรือไม่ อยู่ที่ว่าใช้อยู่ในบริบทไหนค่ะ

🌿ถ้าใช้ในบริบทที่เป็นกุศล ที่เกี่ยวกับการฝึกสติ ฝึกจิตใจ เพื่อการพัฒนากุศลในตนให้ยิ่งๆขึ้น เนื้อหานี้ก็ไม่ผิดค่ะ การพัฒนากุศลในตนเองยิ่งทำบ่อย ก็ยิ่งดี

🌿ในฝั่ง “ผู้เสพสาร” สำคัญกว่ามาก

ว่าเขาเสพสารด้วยกุศลจิต เสพด้วยปัญญา หรือเสพด้วยกิเลส

🌿ถ้าคนๆหนึ่ง หมกมุ่นด้วยการ หมั่นคิด หมั่นพูด หมั่นทำ และ หมั่นสร้างความรู้สึก ไปในทางกามสุข สุขในรูป รส กลิ่น เสียงสัมผัส (พึงใจยึดมั่นในรูปสวย รสอร่อย กลิ่นหอม เสียงไพเราะ สัมผัสสบาย) เขาย่อมพัฒนาโลภะกิเลสของเขาให้ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอย่างรุนแรงขึ้น

🌿มีตัวอย่างหนึ่ง คือ มีลัทธิของญี่ปุ่นลัทธิหนึ่ง ที่ฝึกให้ท่องบ่นประโยคมนตราบทหนึ่ง โดยท่องซ้ำๆ ตลอดทั้งคืนทั้งวัน

ท่องไป พร้อมกับสั่งให้ใจเฝ้าคิดถึง มุ่งมั่นจะเอาแต่สิ่งที่ตัวต้องการนั้นตลอดเวลา

🌿ส่วนใหญ่แล้ว สิ่งที่ต้องการมักเป็นวัตถุกาม เป็นความสำเร็จที่เป็นโลกียสุข อามิสสุข กามสุข (เช่น รถหรู คฤหาสน์ใหญ่ ยอดเงินล้าน เลื่อนตำแหน่ง ฯลฯ)

🌿เมื่อหมั่นคิดเช่นนั้น ซ้ำๆๆๆ ย้ำๆๆๆ อันเป็นการกระทำให้ใจเสพคุ้น หมกมุ่น อยู่กับการแสวงหาสิ่งนั้น ทั้งหมดของใจเขามุ่งไปที่เป้าหมายนี้ เขาก็จะทุ่มเทความพยายามทุกอย่างไปเพื่อสิ่งนี้

บางครั้งเขาอาจประสบความสำเร็จได้ เช่นกัน

แต่ความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นเพราะการทุ่มเท ขวนขวาย ความ เพียรพยายามบวกกับ วิบากกรรมเก่าที่สามารถช่วยเกื้อหนุนให้เกิด

ไม่ใช่เพราะการท่องบทมนตรานั้น

🌿ดังนั้นก็ดีการมุ่งทุ่มเท กาย ใจ เพื่อสร้างความสุขทางโลกอย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ ย่อมทำให้บุคคลนั้นยิ่งเข้มข้นไปด้วยโลภะกิเลส

🌿ในทางตรงข้าม

🌿ถ้าคนๆหนึ่ง หมั่น คิด พูด ทำ และรู้สึก ไปในทางมุ่งร้ายบ่อยๆ จิตมีแต่ความไม่ชอบใจ ไม่พอใจ เขาก็ยิ่งพัฒนาโทสะกิเลสของเขาให้ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นอย่างรุนแรงได้ เพราะเสพอกุศลในจิตด้วยการคิดลบบ่อย

🌿ผู้ที่ใช้กิเลสตนมองโลก หรือมีกิเลสในตัวมาก แม้มองเรื่องราวที่ดีงาม เรื่องที่เป็นกุศล ก็ยังมองด้วยจิตเป็นอกุศล มองเรื่องดีๆ แต่กลับคิดไม่ดี

ทั้งนี้ เพราะสิ่งที่ผิดปกติ สิ่งที่สกปรกที่แท้เป็นจิตใจของเขาเอง

🌿ดังนั้นโดยสรุปก็คือ เนื้อหาของข้อความนี้ แม้ว่าน่าจะเป็นการพยายามสื่อให้ผู้คนคิดบวก มองโลกในแง่บวก

แต่เพราะไม่มีบริบทประกอบที่ชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดผลในทางตรงข้ามได้ เพราะจิตของผู้เสพข้อความนี้ เป็นอกุศลจิต

A2: จากข้อความที่ ผู้ถาม comment มาว่า

“การส่งผลของกรรม เป็นเรื่องลี้ลับที่สร้างความสับสนแก่ผู้คน เพราะไม่รู้ถึงรากเหง้าแห่งกรรม”

▪️ตอบว่า ค่ะ

การส่งผลของกรรมมีความสลับซับซ้อนมาก อันเนื่องจากจิตของผู้ทำกรรม ทุกขณะ ไม่ว่ากรรมทางกาย วาจา หรือใจ จิตขณะนั้นประกอบด้วยเจตสิกหลากหลายตัว และแต่ละตัวก็ส่งผลให้เกิดวิบากที่แตกต่างกัน การรับผลของกรรมจึงสลับซับซ้อนไปตามปัจจัยเหล่านั้น ของผู้ทำกรรม

เหตุที่ทำให้เราได้รับผลกรรมต่างๆในทุกๆขณะของชีวิต ไม่ใช่เพียงเพราะผลจากกรรมเก่าเท่านั้น แต่มีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ที่ส่งผลให้เราต้องได้รับผลต่างๆในแต่ละขณะของชีวิต

A3: จากข้อความที่ ผู้ถาม comment มาว่า

“…สำหรับผู้ที่... จะขออยู่กับปัจจุบันตลอดไปทุกลมหายใจเข้า-ออก…อยู่กับการเคลื่อนไหวของกาย และจิตเพียงเท่านี้ ถึงแม้ร่างกายจะแตกดับไปก็ไม่สนใจ…”

▪️ตอบว่า ค่ะ

การอยู่กับปัจจุบันทุกๆขณะด้วยการใช้สติปัฏฐาน ย่อมเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดเพราะความทุกข์กาย ทุกข์ใจ อันเป็นผลจากเหตุปัจจัยต่างๆ ของเรานั้น เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีชาติ (อ่านว่า ชา-ติ) ย่อมมีทุกข์

ความทุกข์เกิดขึ้นทันทีกับการปฏิสนธิ หรือ ”การเกิด“ ของเรา …ชาติ ปิ ทุกขา…

จะให้หมดทุกข์ ก็ต้องไม่เกิดอีกเท่านั้น

หนทางที่จะทำให้เราไม่เกิดอีก ก็คือการสติปัฏฐานเพื่อขจัดอวิชชา

อวิชชา หรือ ความไม่รู้ตามความเป็นจริง ถึงธรรมชาติของความไม่เที่ยง เป็นทุกข์อนัตตา เป็นสาเหตุให้เราก่อสังขารตลอดเวลา ไม่เคยพัก

และสังขารนี้เอง เป็นตัวนำห่วงโซ่แห่งการเกิด หรือ ชาติ การเกิด

ผู้ที่มีสติ มีสัมปชัญญะ หมั่นฝึกจิตให้อยู่กับนามกับรูปของตน อยู่กับกายกับจิตของตนอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ที่จะสามารถจบความทุกข์ของห่วงโซ่แห่งสังสารวัฏได้

A4: จากข้อความที่ ผู้ถาม comment มาว่า

”…กระแสการส่งผลของกรรม ก็เป็นเพียงอนัตตาสำหรับบุคคลพวกนี้”

▪️ตอบว่า ค่ะ

การส่งผลของกรรม ก็ย่อมอยู่ในกฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ผู้ที่ฝึกสติอยู่เสมอตามหลักสติปัฏฐานย่อมพัฒนาจิตให้เห็นอนิจจังของสรรพสิ่งชัด บางท่านฝึกแล้วเห็นทุกขังของสรรพสิ่งชัด บางท่านฝึกแล้วเห็นอนัตตาของสรรพสิ่งชัด

กฎของไตรลักษณ์คือกฎธรรมชาติของสรรพสิ่ง