← 🍃ธรรมมรรคา
19919 ส.ค. 66อ่าน ~8 นาที

ครูกายแก้ว" มีจริงหรือไม่? ถ้ามีจริง...อยู่ในภพภูมิไหนใน 31 ภพภูมิครับ?

❓ ปุจฉา (คำถาม)
"ครูกายแก้ว" มีจริงหรือไม่? ถ้ามีจริง... อยู่ในภพภูมิไหนใน 31 ภพภูมิครับ?
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: เนื่องจากเราไม่ใช่ผู้ล่วงรู้ความลี้ลับซับซ้อนของโลกโอปปาติกะ ดังนั้นขอตอบเป็นแบบการตั้งข้อสังเกตนะคะ

แล้วต่างคนต่างก็ไปพิจารณากันเอง

ประเด็นที่ควรพิจารณา…

▪️ ผู้หวังพ้นภัยในสังสารวัฏ ย่อมน้อมเกล้ากราบบูชาสรณะอันประเสริฐสามประการเท่านั้น คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

พระรัตนตรัยนี้ ย่อมเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดหนึ่งเดียว

▪️แม้การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพยดาผู้มีคุณ จะเป็นสิ่งที่สมควรกระทำ ตามที่พระบรมศาสดาได้ตรัสไว้

แต่ไม่ใช่บูชา ในฐานะสรณะอันประเสริฐ เสมอพระรัตนตรัย

และในการบูชานั้น จะต้องพิจารณาด้วยปัญญาให้รอบคอบ ถี่ถ้วน จริงๆ ว่าผู้ใดสมควรบูชา และบูชาด้วยสิ่งใด

▪️ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพยดาที่ควรแก่การนบไหว้บูชา ต้องเป็นเทวดาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบในธรรม และในธรรมชาติของสรรพสิ่ง

▪️ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพยดาที่ควรแก่การนบไหว้บูชา จักต้องมีคุณธรรมอันเลิศ มีคุณความดีงามต่างๆ ในตนอันยิ่ง เช่น อยู่ในศีลในธรรม

▪️ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเทพยดาที่ควรแก่การนบไหว้บูชา ควรเป็นผู้ที่มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อแผ่นดิน ต่อพระศาสนา และต่อสถาบันแห่งพระธรรมราชา

▪️ถึงแม้ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทพยดานั้นจะมีคุณสมบัติดีงามตามข้อข้างต้น แต่หากท่านเหล่านั้นยังมิใช่เป็นพระอริยบุคคล เราก็ไม่ควรยกขึ้นเป็นสรณะอันสูงสุดของเรา

▪️ เทวดานั้นมีหลายชั้นภูมิ ในชั้นภูมิหนึ่งๆ ก็มีหลากหลายระดับภูมิธรรม ระดับคุณธรรม และระดับคุณูปการ ดังนั้น การบูชาเทวดาเหล่านั้น ย่อมต้องมีความแตกต่างด้วย เราต้องบูชาให้ถูกต้องตามระดับภูมิธรรม และคุณธรรม ธรรมวุฒิ ของท่านเหล่านั้นด้วย

เทพยดาจำนวนมากมาย ใช่ว่าจะมีคุณธรรมเหนือไปกว่ามนุษย์ เราจึงต้องพิจารณารอบคอบถึงความเหมาะควรในการเคารพบูชาแต่ละท่านด้วย มิใช่ว่าทำอย่างเสมอกันไปหมด

เปรียบเสมือนเวลาที่เราเคารพกราบไหว้ บุคคลที่มีวุฒิต่างกันในโลกมนุษย์ ตั้งแต่ พระเจ้าแผ่นดิน บิดามารดา ครูอาจารย์ ปู่ย่าตายาย ญาติสาโลหิต ผู้อาวุโสกว่า ฯลฯ เราก็ต้องเคารพนบไหว้อย่างเหมาะสมต่อฐานานุฐานะของท่านเหล่านั้นแตกต่างกันไป

▪️ เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์สมควรได้รับการบูชา ย่อมเพราะท่านมีความเมตตาการุณย์จากภายใน เป็นผู้ที่นำพาความสุข ความร่มเย็น ธรรมะ มาสู่มวลมนุษยชาติและหมู่สัตว์

ดังนั้น รูปลักษณ์ ย่อมคล้ายกับสิ่งมีชีวิตในภพภูมิชั้นสูงขึ้นไปจากมนุษย์ เพราะเปี่ยมด้วยความเมตตาจากภายใน จึงงดงามสว่างไสว ผ่องใส เพราะท่านมีกุศลอยู่ในจิตอยู่เสมอ

ยากที่ท่านจะมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับสิ่งมีชีวิตจากเดรัจฉานภูมิ อสุรกายภูมิ นรกภูมิ ฯลฯ ที่อยู่เบื้องต่ำลงไปกว่ามนุษย์ภูมิ

▪️ จริงอยู่ สิ่งที่เป็นกายละเอียดบางตนที่อยู่ในภพภูมิเบื้องต่ำนั้น มีจำนวนไม่น้อยที่มีอำนาจ มีฤทธิ์เดช บางตนสามารถบันดาลความปรารถนาเพื่อสนองตัณหามนุษย์ได้ด้วยฤทธิ์นั้น แต่ก็เพียงชั่วคราว และตื้นเขิน ทั้งยังเป็นสิ่งที่มีเนื้อแท้จากอกุศลจิตที่เต็มไปด้วยความโลภ โกรธหลง ไม่เป็นไปเพื่อความเจริญสูงส่งแห่งจิตใจ ทั้งยังก่อให้เกิดวิบากกรรม เกิดการการผูกติดสัมพันธ์กัน เกิดพันธะสัญญาบาประหว่างกันอย่างต่อเนื่องไปในวันข้างหน้าอีกยาวไกล เป็นภพเป็นชาติได้

โดยสรุป…

การนบไหว้บูชาผู้อื่นนอกเหนือจากพระรัตนตรัยนั้น ต้องพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้

สำหรับเราในห้องนี้ ย่อมทราบดีว่า…

การบูชาเพื่อวิงวอนด้วยความอยากได้ใคร่ดี ขอสิ่งต่างๆ เพื่อบำรุงบำเรอความสุขของอัตภาพนี้นั้น เป็นการขอเพื่อตอบสนองตัณหาความไม่รู้พอของตนเอง จึงไม่ใช่หนทางสำหรับเราผู้ใฝ่ธรรม

การคอยแต่จะวิงวอนอ้อนขอความสุขของตนเองจากผู้อื่น เท่ากับคนนั้นได้ขายวิญญาณของเขาให้ผู้อื่นไปแล้ว

การทำเช่นนี้ ย่อมทำให้เขาสูญเสียจิตใจของตัวเองแล้ว การที่จะหลงไปศิโรราบต่อสิ่งที่ไม่ถูกทำนองคลองธรรมจะเกิดได้ง่ายต่อบุคคลเหล่านี้ และจะเกิดเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจรูปแบบใดก็ไม่ว่า ขอเพียงให้สนองความต้องการของตนได้ ก็พร้อมที่จะกราบกรานได้ทั้งนั้น

ทั้งนี้ เพราะเขาได้เอาอิสรภาพ เอาอำนาจในการเป็นเจ้าของชีวิตตนเอง ไปแลกกับความสุขสมมุติ ที่ไม่มีคุณค่าและไม่ยั่งยืนเหล่านั้นแล้ว

หากยอมเอาชีวิตเรา ไปฝากไว้ในมือของผู้อื่น ให้เขาเป็นเจ้านายเหนือหัว โดยไม่พิจารณาให้ว่าผู้อื่นนั้นเป็นใคร มีคุณสมบัติ มีคุณธรรม มีความดีงาม ฯลฯ ควรที่เราจะไปพึ่งพาหรือไม่ นั่นคือความสิ้นหวังอย่างหนึ่งทีเดียว

ความทุกข์สุขของเรา ที่มาเกิดกับเราได้ ย่อมเพราะเราทำเองทั้งสิ้น

จะทำมานานแสนนานที่เรียกว่าเป็นกรรมเก่า หรือเป็นการกระทำชีวิตในปัจจุบันของเราก็ดี ก็เป็นเราเท่านั้น ที่เป็นผู้เลือกความทุกข์สุขเหล่านี้เอง