อธิบาย การเห็นการเกิดดับ
บางคน (เคยเข้าคอร์สยาว 20/30 แล้ว) เล่าว่าตอนสอบอารมณ์ถูกถามว่าเห็นเกิดดับไหม แต่ไม่ได้ตอบไปเพราะไม่รู้จักเวทนาเกิดดับอย่างไร
ถาม…
⏯️ Q1.1: ถ้าเขาไม่เห็นการเกิดดับ ก็จะยังไม่เข้าสู่วิปัสสนาญานเลยใช่มั่ย❓
เป็นแค่สมาธิหรือเปล่าคะ❓
⏯️Q1.2: ถ้าไม่เห็นเกิดดับๆ กิเลสจะโดนชำระแต่ไม่ถึงอนุสัย และ ความเคยชินเก่า ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากภายในหนูเข้าใจ ถูกหรือไม่ถูกคะ อาจารย์❓
ตอบ…
✅ A1.1: ขอตอบตรงช่วงสุดท้ายของคำถามนี้ก่อนค่ะ ที่ถามว่า “…เป็นแค่สมาธิหรือเปล่า…”
☘️ตอบว่า ถ้าเขากำลังทำวิปัสสนาอยู่ ด้วยการเคลื่อนความสนใจไปรับรู้เวทนา ตามส่วนต่างๆของร่างกาย เขาไม่ได้กำลังทำสมาธิค่ะ
แต่เขากำลังตามรู้การเกิด/ดับอยู่ เพียงแต่เขาอาจไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่นั้นก็คือการเกิด/ดับแล้ว
หลายคนไปเข้าใจว่า การเกิด/ดับนั้นเป็นสภาวธรรมที่พิเศษที่บางคนเท่านั้นที่รับรู้ได้
☘️แท้จริงแล้วผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนา ก็คือผู้ที่กำลังเฝ้าตามรู้เวทนาที่เปลี่ยนไปอยู่ ซึ่งก็คือเขากำลังเฝ้าตามดูการเกิด/ดับอยู่นั่นเอง
☘️ส่วนสมาธิเป็นนั้นจะ focus attention ที่อารมณ์เดียว จิตไม่เคลื่อนไปรับรู้อารมณ์อื่น หรือสิ่งอื่นๆ ที่กังลังเกิดขึ้นนอกจากเรื่องนี้เลย จิตรู้เรื่องเดียว ที่หนึ่งเดียวนั้นต่อเนื่อง กันไป ไม่ขาดสาย
☘️เช่น การจดจ่อจิตอยู่ที่จุดกระทบของลมหายใจจุดเดียว หรือการเพ่งกสิณ (กสิณ 40)
จิตจะจดจ่ออยู่ที่จุดเดียว ไม่เคลื่อนออกจากจุดนั้น จิตไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่อื่นเลย
☘️ทั้งยังไม่รับรู้การเปลี่ยนแปลง หรือการเกิด/ดับที่เกิดขึ้น ณ จุดที่กำลังเพ่งอยู่นั้นด้วย
เพราะจิตจดจ่ออยู่ที่เดียวต่อไปไม่ขาดสาย ย่อมไม่อาจไปตามรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงไปได้เลย นี่จึงเรียกว่า กำลังปฏิบัติสมาธิ
☘️ส่วนผู้ที่กำลังปฏิบัติวิปัสสนาอยู่ เขากำลังเฝ้าตามรู้เวทนาที่เกิดขึ้นอยู่ ตามส่วนต่างๆของร่างกาย
ถ้าเขากล่าวว่า เขาไม่เห็นการเกิด/ดับ…แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าเขาไม่สามารถเห็นการเกิดดับ แต่เป็นเพราะเขาไม่รู้ไม่เข้าใจ ว่าอะไรคือความเกิด/ดับของรูปและนาม
☘️เขาไม่รู้ไม่เข้าใจว่า สิ่งที่เขาเฝ้าตามดูอยู่นั้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่นั้น ก็คือการเกิด/ดับ นั่นเอง
เขาก็กำลังเฝ้าดูการเกิด/ดับอยู่ นั่นเอง
☘️☘️ในส่วนคำถามที่ว่า “…ถ้าเขาไม่เห็นการเกิดดับ ก็จะยังไม่เข้าสู่วิปัสสนาญานเลยใช่มั่ย?…“ นั้น
☘️ตอบว่า ใช่ และ ไม่ใช่ ค่ะ
▪️ที่ว่า ไม่ใช่ คือ คนที่กล่าวว่า เห็นการเกิด/ดับ ถ้าเขาเห็นการเกิด/ดับด้วยจินตามยปัญญา นี่ยังไม่ใช่วิปัสสนาญาณค่ะ
คนส่วนใหญ่เห็นตรงนี้ และเข้าใจว่าเขากำลังเห็นการเกิด/ดับอย่างแท้จริงแล้ว
แท้จริงแล้ว ที่เขาเห็น ยังเป็นการเห็นสมมุติบัญญัติ ยังเห็นสิ่งที่หยาบอยู่ ยังไม่เกิดญาณขั้นวิปัสสนาญาณ
▪️ที่ว่า ใช่, คือ ถ้าเห็น (หรือรู้) ด้วยภาวนามยปัญญา จึงจะถือว่าเริ่มเข้าสู่วิปัสสนาญาณค่ะ
การเห็นนี้ ต้องเห็นด้วยการตามดู ตามรู้อย่างที่มันเป็น เป็นการรู้ในขั้นปรมัตถ์ ไม่ใช่สมมุติบัญญัติ
☘️ขณะที่กำลังรู้ ให้รู้อย่างซื่อตรง อย่างซื่อๆ ไม่ใช่รู้ด้วยความคิดว่ากำลังรู้อะไรอยู่จิตที่ตามรู้ จะไม่มีความคิดประกอบไปพร้อมกับสิ่งที่ปรากฏให้รู้นั้น
เพราะความคิด ยังเป็นตัวสัญญาของเราซึ่งสัญญาของปุถุชนนั้น ยังไม่ถูกตรง เป็นสัญญาที่วิปลาสไปจากความเป็นจริง
☘️ตัวความเป็นจริง จะไม่สามารถปรากฏให้เห็นได้ ถ้าผู้ปฏิบัติรู้ด้วยความคิดจากสัญญาเก่า เป็นความรู้ที่ยังไปตีความสิ่งที่รู้นั้นไปด้วยสัญญา
จึงไม่ใช่ความรู้ที่บริสุทธิ์จากกิเลส
จึงไม่ใช่ปัญญาที่จะทำให้ละกิเลสได้
☘️ดังนั้น ต้องแค่ตามรู้ค่ะ ดังคำกล่าวที่ว่า ”รู้ ก็สักแต่ว่ารู้“ และไม่ตามคิด จึงจะเข้าสู่วิปัสสนาญาณได้
☘️กล่าวคือ ถ้าเป็นการเห็นที่ทำความเข้าใจได้ พิจารณาได้ คิดถึงได้ ว่านี้คือการเกิด/ดับ เช่น เวทนานี้เกิด แล้วเวทนานี้ก็ดับไป (ความร้อนเกิด แล้วความร้อนก็หายไป เป็นต้น)
☘️นี่ยังจินตามยปัญญา เป็นความเข้าใจด้วยเชาว์ปัญญา ถือว่ายังไม่เข้าสู่วิปัสสนาญาณ เพราะยังอยู่ในขั้นการพิจารณาความไม่เที่ยงด้วยความคิดได้
☘️การขัดเกลากิเลส จึงยังอยู่ในระดับพื้นผิว ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเสถียรในขั้นลึก เพราะยังไม่สามารถประหารอนุสัยกิเลสที่นอนเนื่องในจิตได้ ยังไม่สามารถขุดสังขารออกจากภายในจิตได้
☘️ต่างกับการเห็นการเกิด/ดับ ในระดับภาวนามยปัญญา ซึ่งเป็นการเห็น หรือการรู้โดยปราศจากความคิดหรือความเข้าใจ เป็นการรู้อย่างซื่อตรงที่สุด รู้ซื่อๆอย่างที่มันเป็น
☘️จิต(หรือมโนวิญญาณ) เป็นตัวรู้ ตัวทำหน้าที่รู้เวทนาหนึ่งนั้น โดยสัญญาไม่ตีความสิ่งที่รู้นั้นด้วยสมมติบัญญัติ เป็นเพียงการรับรู้สิ่งที่ปรากฏตามจริง เป็นการรู้ระดับปรมัตถธรรม ไม่ใช่บัญญัติว่าร้อน เย็น อ่อน แข็ง
☘️นี่คือการเข้าถึงความจริงระดับประจักษ์แจ้งด้วยจิต รู้ด้วย ‘สติ’ คอยตามรู้อยู่ในนามรูปตน และตามรู้พร้อมด้วยสัมปชัญญะ คือรู้อย่างทั่วถึงพร้อมในสิ่งที่สติระลึกรู้นั้น
เป็นความรู้ที่ไม่มีความคิด ไม่ใช้ความคิด ความเข้าใจไปรู้
☘️นี้จึงเป็นการเข้าสู่วิปัสสนาญาณขั้นแรก อุทยัพพยญาณ (อุทยัพพยญาณเป็นญาณแรกในวิปัสสนาญาณ 9)
ขยายความเกี่ยวกับการเกิด/ดับ เพิ่มนิดค่ะ
เมื่อสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ก็คือการเกิด
เมื่อสิ่งนั้นดำรงอยู่ ก็คือการตั้งอยู่
เมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไป ก็คือการดับไป
☘️กล่าวสั้นๆ ก็คือการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งต่างๆ ก็คือการเกิด/ดับของสิ่งนั้นๆ
☘️เพียงแต่คนที่ยังไม่เคยปฏิบัติวิปัสสนา จะไม่ได้ใส่ใจกับกฏธรรมชาติหรือสัจธรรมข้อนี้ จึงย่อมไม่ได้สนใจที่จะรับรู้ว่า ธรรมชาติของสรรพสิ่งล้วนเป็นเช่นนี้ ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่เคยหยุด ล้วนไม่เที่ยง
☘️แต่ผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนา จะได้รับการฝึกฝนให้มองสภาพความเป็นจริงของธรรมชาตินี้อย่างลึกซึ้ง โดยพิจารณาเข้าไปในกายของตน ผ่านทางการรับรู้เวทนา ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็คือเห็นเวทนาหนึ่งเกิดขึ้น และในที่สุดเวทนานั้นก็เปลี่ยนไปดับไป ความเจ็บเกิดขึ้น และความเจ็บก็เปลี่ยนไป ความร้อนเกิดขึ้น แล้วความร้อนก็หมดไป ความเบาขึ้น แล้วความเบาก็เปลี่ยนไป
☘️โดยความเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นแบบใดก็ได้ ก็เรียกว่าการเกิดดับ/ทั้งนั้น เช่นกำลังเจ็บมากอยู่ สักพักเจ็บน้อยลง นี่คือการเกิด/ดับ
การเจ็บมากคือ ‘การเกิดของความเจ็บมาก’ ต่อมาเมื่อเจ็บน้อยลง คือ ’การดับของการเจ็บมาก‘ และเป็น ’การเกิดของการเจ็บน้อย‘
ต่อมาความเจ็บหายไปหมด นี่ก็คือ ’การดับของความเจ็บน้อย’ และเป็น ’การเกิดของการไม่เจ็บ’
ต่อมาอาจเกิดความร้อนขึ้น นี่คือ ’การดับของการไม่เจ็บ‘ และเป็น ’การเกิดของความร้อน’
นี่ก็คือการเห็นการเกิด/ดับนั่นเอง
☘️ผู้ปฏิบัติวิปัสสนา จะได้เรียนรู้ด้วยตนเองถึงความไม่เที่ยงของธรรมชาติทั้งปวง ผ่านการเปลี่ยนแปลงไปหรือการเกิด/ดับของมันเช่นนี้ไป
☘️ในการเห็นเช่นนี้อย่างต่อเนื่องขณะปฎิบัติ เป็นเหตุให้จิตของผู้ปฏิบัติ ค่อยๆละวางความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นเป็นตัวเป็นตนของสรรพสิ่งทั้งปวงลง
☘️การเข้าถึงธรรมชาติแห่งความเป็นจริงเช่นนี้บ่อยๆเข้า จิตจะถูกฝึกให้รับรู้ขึ้นมาว่าสรรพสิ่งล้วนไม่เที่ยง ล้วนเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป จิตที่เห็นสิ่งนี้อย่างต่อเนื่องในขณะปฎิบัติ จึงเกิดปัญญาจากภายในและปรากฏในความเป็นอุเบกขา
☘️ขอกล่าวถึงการเห็น การเกิด/ดับเป็นสองระดับนะคะ
🔸ระดับหยาบ
เป็นการเห็นการเกิด/ดับโดยจินตามยปัญญา ซึ่งก็คือการเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกชนิด ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดบนร่างกายเรา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดในจิตใจเรา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดภายนอกเรา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดบนร่างกายเรา การเปลี่ยนแปลงที่เกิดในจิตเรา ต่างก็ คือ การเกิด/ดับทั้งหมด
🔸ระดับละเอียด
เป็นการเห็นการเกิด/ดับ ด้วยภาวนามยปัญญา ซึ่งในส่วนจิตสำนึก หรือ ความคิด เราจะไม่ทราบว่าเรากำลังเห็นการเกิด/ดับนั้นอยู่ เพราะสรรพสิ่ง(ทั้งนามและรูป) เกิดดับเร็วมาก เร๋วเกินกว่าความคิดติดตามของปุถุชนจะตามรู้ได้ทัน
การปฏิบัติวิปัสสนา จิตกำลังพัฒนาไปเองด้วยการเห็นการดับไปของสังขารอย่างต่อเนื่อง โดยจิตสำนึกไม่ได้รับรู้ และการเห็นนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในจิต ของเราไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องเพราะจิตส่วนลึกเห็นการดับไปของสังขารต่างๆ หรือคือเห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาของสังขาร
ถาม…
⏯️Q1.2: ถ้าไม่เห็นเกิดดับๆ กิเลสจะโดนชำระแต่ไม่ถึงอนุสัย และ ความเคยชินเก่า ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากภายในหนูเข้าใจ ถูกหรือไม่ถูกคะ อาจารย์?🙏
ตอบ…
✳️A1.2: คำตอบนี้ได้ตอบรวมไปกับคำตอบ A1.2 เบื้องต้น
สรุปคือ ถ้าไม่ปฏิบัติวิปัสสนา ย่อมไม่เห็นการเกิด/ดับ หรือก็คือ ไม่เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
ซึ่งการเห็นไตรลักษณ์ก็ต้องเห็นในระดับภาวนามยปัญญาเท่านั้น จึงจะมีการเปลี่ยนแปลงจากภายในจิตของผู้ปฏิบัติ
หากปฏิบัติไปถึงระดับเกิดปัญญาจากการภาวนา และกระทำได้เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง จึงจะเป็นการชำระกิเลสในระดับลึก คืออนุสัยกิเลสได้ไปเป็นลำดับ