← 🍃ธรรมมรรคา
23010 ม.ค. 68อ่าน ~4 นาที

วิปัสสนา คือการฝึกเห็นไตรลักษณ์ของสิ่งทั้งปวง

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ในการฝึกตามแนวทางของท่าน อจ.โกเอ็นก้านี้ จิตจะมองในมุมใดก็ไม่ผิดใช่ไหมคะ🙏

(ต่อเนื่องจากคำถาม 229)
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: วิปัสสนา คือการฝึกเห็นไตรลักษณ์ ของสิ่งทั้งปวงค่ะ ไตรลักษณ์ หรือ ลักษณะที่เป็นสามัญของทุกสรรพสิ่งว่ามันเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

จะฝึกแนวไหนก็ต้องฝึกเพื่อให้เห็นความจริงข้อนี้เช่นกันค่ะ ความจริงที่ว่า สรรพสิ่งล้วนเป็นไตรลักษณ์ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

เมื่อผู้ปฏิบัติ เห็น ‘อนิจจัง’ (ความไม่เที่ยง ความเปลี่ยนแปลงไป ความเสื่อมไป)…

ก็จะเห็น ‘ทุกขัง’ (ความมีสภาพถูกบีบคั้นไม่ให้ทรงอยู่อย่างนั้นได้ตลอดไป)…

และก็จะเห็น ‘อนัตตา’ (ความที่ไม่มีอะไรเลยที่มีตัวตนที่แท้ เดี๋ยวก็เป็นแบบนั้น เดี๋ยวก็แบบนี้ แล้วจะเรียกว่าแบบไหนคือตัวตนที่แท้นั้นไม่ได้เลย มันจึงไร้ความเป็นตัวเป็นตน)

ตราบใดที่จิตเข้าถึงไตรลักษณ์อย่างแท้จริง จะเห็นชัดตัวไหนในไตรลักษณ์ ก็เห็นทั้งสามตัวนั่นแหละค่ะ

อุเบกขา เป็นอุบายในการฝึกจิต ฝึกปล่อยวาง จนในที่สุดจิตพัฒนาขึ้นผ่านสภาพการ “คิด” เอา ซึ่งเป็นการ ”รู้จำ“ ว่าเป็นอนิจจัง (หรือทุกขัง หรือ อนัตตา) เข้าสู่สภาพการ ”รู้ชัด“ ”รู้แจ้ง“ รู้แบบประจักษ์แจ้งด้วยตนเอง

ขอเสริมนิดค่ะ ว่า…

การใช้อุเบกขาเป็นตัวฝึก ก็เพื่อให้จิตฝึกที่จะไม่หวั่นไหวขึ้นๆลงๆ ไปกับแต่ละสภาพธรรมต่างๆของชีวิต ไม่มีชอบ ไม่มีชัง การยอมรีบทุกสภาพตามที่มันปรากฏโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆเลย

ไม่ว่าจะเผชิญกับสภาวะใดก็ตาม ก็ยังสามารถรักษาจิตให้สงบนิ่งเฉยอยู่ ใจเป็นปกติได้อยู่ มีสมดุลย์อยู่ มีใจเป็นกลาง มีใจวางเฉย ไม่ไปยึดมั่นกับสิ่งใดๆ ใจเพียง “ตามรู้สิ่งต่างๆอย่างที่มันเป็น” ได้เสมอ

“การตามรู้สิ่งต่างๆอย่างที่มันเป็น” คือการฝึกใจให้เห็นจริงแท้ของสรรพสิ่ง หรือเห็น ความเป็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ของสรรพสิ่งทั้งปวง นั่นเอง

โดยแนวทางนี้ ใช้ ”เวทนา“ บนร่างกายเป็นเครื่องมือฝึก ”ใจ“ ให้วางให้เป็น ให้เพียงตามรู้ทุกๆเวทนาไปเฉยๆ อย่างต่อเนื่อง รู้ด้วยใจที่วางเฉยต่อเวทนาไปเรื่อยๆ

การปฏิบัติที่ท่านอาจารย์สอนนี้ ก็คือธรรมะ คือหลักสติปัฏฐาน

พูดภาษาง่ายๆก็คือเป็นการฝึกจิตในระดับลึกที่สุด (นามขันธ์)

จิตที่ถูกฝึกให้เป็นอุเบกขา จะค่อยๆเข้าถึงความเป็นไตรลักษณ์ของนามรูปทั้งปวงได้อย่างแท้จริงในที่สุด ถ้าฝึกถูกต้องจิตจะต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงจากภายในอย่างต่อเนื่อง เกิดการ สละ ลด ละ กิเลสได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้ความคิด จิตมันเป็นไปเองอย่างลึกซึ้ง เป็นธรรมชาติใหม่ของจิตผู้ฝึกแล้ว