คิดจะไปทำงานในคาสิโน อยากทราบว่า ทำงานสัมมาอาชีพ ก็มีคนที่ทุจริต แล้วจะต่างจาก ทำงานที่คาสิโนอย่างไร
หนูบอกว่า ไม่ควร เป็นมิจฉาอาชีพให้คนมอมเมา
เพื่อนหนูใฝ่ธรรม และก็ปฏิบัติ เช้า เย็น เข้าคอร์สที่ seattle แล้วฟังธรรมเป็นนิจ
เพื่อนถามว่า คนที่ประกอบสัมมาอาชีพ เช่น ตำรวจที่โกง หรือเล่นตามน้ำ มันจะต่างอะไรกัน
หากคนเรายังต้องหาเลี้ยงชีพ มันก็จะยาก มากๆเลยค่ะ หนูเลยอยากขอฟังคำชี้แนะอาจารย์ค่ะ
❇️A: การทำงานในคาสิโน ถือสถานที่ที่เต็มไปด้วยอบายมุข
เป็นที่ “อโคจร” ค่ะ
เป็นที่ๆผู้ไฝ่ธรรมไม่พึงย่างกรายเข้าไป มันเป็นสถานที่ที่ร้อนรุ่มไปด้วยกิเลสหยาบของมนุษย์
[อโคจร หมายถึง สถานที่อันภิกษุ (หรือฆราวาสผู้ใฝ่ดี)ไม่ควรเข้าไป รวมถึงตัวบุคคลที่ภิกษุ (หรือฆราวาสผู้ใฝ่ดี) ไม่ควรเข้าไปคบหาสมาคมคลุกคลีด้วย เช่น ซ่องโสเภณี บ่อนการพนัน สถานบันเทิงยามราตรี ร้านขายสุรา แหล่งมั่วสุมยาเสพติด ตลอดจนโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ย่านตลาดสินค้า เป็นต้น]
ยิ่งสถานที่ๆมีการมั่วสุมกันละเมิดศีล เช่น มั่วสุมกันเสพสุรา ยาเสพติด มั่วสุมหมกมุ่นในเมถุนธรรม สถานที่เหล่านี้ผู้คนต่างเร่าร้อนด้วยตัณหาความกระหายอยากในกามสุข จะผู้คนที่ไปสถานที่เหล่านั้นเป็นผู้คนที่มีกิเลส ทั้ง โทสะ ราคะ โมหะ หนาทึบมากในดวงจิต สถานที่แบบนี้ จะมีแต่กระแสพลังงานที่ดำมืด และร้อนระอุดุจเพลิงในนรก
กระแสพลังงานนี้ย่อมนำไปสู่ภพภูมิต่ำ มีนรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน
ผู้คนที่คลุกเคล้าอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ยากที่พ้นการมีจิตใจของอบายสัตว์ค่ะ จิตของสัตว์นรก จิตของเปรต เป็นต้น
จิตเช่นนี้ เท่ากับได้ลงก้าวเท้าลงสู่อบายภูมิไปแล้ว แค่รอลงจริงทั้งกายทั้งใจตอนตายเท่านั้น
หากคนดีๆต้องไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ก็ยากที่จะรักษากาย ใจ ให้พ้นภัยค่ะ จิตคนเหล่านั้นจะไหลไปตามกระแสได้ง่าย จิตมีแต่จะเสื่อมลง ชีวิตก็ตกต่ำลง
เว้นแต่ผู้ที่มีบารมีธรรมมามากพอจากอดีต แต่มีกรรมเก่าให้ต้องมาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสื่อมเสียเช่นนี้ ซึ่งบางคนอาจมีมีบุญเก่ามากพอที่ช่วยเขาไว้ได้ ทำให้เขาไม่ไหลตามกระแส และพ้นภัยจากตรงนั้นไปได้สักวันหนึ่ง
แม้เราจะเห็นของความหรูหรา โอ่อ่า ตื่นตาตื่นใจ ด้วยแสง สี เสียง ตามคาสิโนหรูในปัจจุบัน
เห็น เหล่าคนชั้นสูงของสังคม แต่งตัว งามหรู ราคาแพง มีรสนิยม มีแบรนด์ พากันมาหาความสำราญ แต่นี่คือภาพมายาเป็น deception ที่ปกปิดความเสื่อมโทรมภายใต้ภาพมายานั้น
จิตใจของผู้ที่ชื่นชอบความบันเทิงเหล่านี้ ย่อมไม่ใช่จิตใจของผู้ใฝ่ดี ใฝ่สุข ใฝ่ธรรม ใฝ่การพ้นทุกข์ ผู้ที่มีจิตสูง
ตรงข้าม เป็นจิตใจที่พร้อมจะไหลลงสู่ที่ต่ำลงไปไม่สิ้นสุดได้
เสี่ยงมากค่ะ ที่จะเอาชีวิตจิตใจที่ดีงาม ไปแลกกับเงิน ที่ในที่สุดก็เอาไปไม่ได้เมื่อตายไป แถมยังตายไปด้วยจิตใจของอบายสัตว์ ซึ่งจะนำความทุกข์ที่สาหัสมาสู่ตนได้เท่านั้น
มีหลายแห่งที่พระพุทธองค์กล่าวตักเตือนสาธุชน ในเรื่องนี้
เช่น ในมงคลสูตร ประโยคแรก คือ อเสวนา จะ พาลานัง ท่านไม่ให้เสพคนพาล คือไม่อยู่ร่วมกับคนพาลงคนพาลคือคนจิตใจต่ำ ไม่มีศีลมีธรรม เป็นมิจฉาทิฏฐิ
⏹️ส่วนที่ว่า
“…ตำรวจประกอบสัมมาอาชีพ แต่โกง นั้นมันจะต่างอะไรกัน (กับคนปกติทำงานในคาสิโน)…”
❇️ตอบว่า…
สัมมาอาชีพ คือ อาชีพสุจริต แต่ผู้ที่ประกอบสัมมาอาชีพ ก็อาจทำทุจริตได้ เนื่องเพราะกิเลสของตน
และเพราะ การคบหาสมาคม กับผู้ที่มีความคิดในทางทุจริต เข้าข่าย อเสวนาจะ พาลานัง เช่นกัน
ผู้ที่ทำทุจริตในอาชีพสุจริต ก็คือผู้ที่ทำบาปอยู่ดี และการที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของผู้ที่ทุจริตก็ทำให้จิตใจเสื่อมโทรมไปตามๆกันได้เช่นกัน ตามกันไปทำบาป
นี่ ล้วนไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้ใฝ่ธรรมะและใฝ่ความสุขอย่างลึกซึ้งในชีวิต
ในอาชีพที่สุจริต ยังมีผู้คนที่สุจริตอยู่มาก และเราก็เลือกได้ที่จะคบคนสุจริต
แต่ในอาชีพที่ทุจริตอยู่ในตัว ตัวอาชีพเองก็เป็นบาป การคบหากับผู้คนในอาชีพที่เป็นบาป ก็จะพบแต่คนบาปด้วยกันเท่านั้น เท่ากับบาปซ้อนบาป เข้าไปอีก จะหาความเจริญได้ยาก
⏹️ส่วนที่ว่า
“…หากคนเรายังต้องหาเลี้ยงชีพมันก็จะยาก มากๆเลยค่ะ หนูเลยอยากขอฟังคำชี้แนะอาจารย์ค่ะ…”
❇️ตอบว่า
รักษาจิตให้บริสุทธิ์ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา เราก็จะหาเลี้ยงชีพโดยชอบได้เอง หากใจเราอยู่ในไตรสิกขานี้
การหาเลี้ยงชีพที่ไม่ชอบธรรม แม้จะได้เงิน ได้ชีวิตที่ดูเหมือนจะสุขสบายขึ้น แต่เป็นการทำลายชีวิตตนเองทั้งในปัจจุบันและในอนาคตกาล
เป็นความเสื่อมในระยะยาวของชีวิต
ทั้งยังเป็นการก่อกรรมให้กับตนเอง ให้ต้องมาชดใช้ในวันข้างหน้าอย่างสาหัส
เมื่อเราทำให้ผู้อื่นมัวเมาในอบายมุข ทำให้เขาสูญเสียทรัพย์ เพราะความมัวเมา ส่งเสริมให้เกิดความโลภ โกรธ หลง เพิ่มพูนขึ้นในจิตของผู้คน
เท่ากับเรากำลังทำลายตัวเองให้สูญเสียทรัพย์ และเพิ่มพูนกิเลสความโลภ ความโกรธ และความหลง ของจิตเราให้หนักขึ้นตามไปด้วย
การปฎิบัติธรรม และทำความดีอื่นๆ ที่เราพยายามทำ ก็จะไล่ไม่บาปจากมิจฉาอาชีพของเรา ที่ไปส่งเสริมความหายนะให้กับผู้คนหมู่มากทุกวันคืน