เปลี่ยนชีวิตเราให้อยู่ในวงของธรรมะ ให้มีจิตน้อมลงสู่ชีวิตอันประเสริฐ
⏹️ตอบ:
A: ปัญหาที่เราย่อหย่อน ไม่มีความเพียร ไปบ้างในการอยากไปปฏิบัติ หรือการปฏิบัติประจำที่บ้าน อยู่ที่ความอ่อนของอินทรีย์ 5 หรือพละ 5 ของเราค่ะ ทำให้กิเลสเอาชนะเราได้
🌿เมื่อกิเลสยังมีกำลังมากอยู่ แต่อินทรีย์ (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ไม่เข้มแข็งพอ ย่อมทำให้ใจย่อหย่อน หรือเกียจคร้าน ในการปฎิบัติธรรมเป็นระยะๆ
🌿กุศโลบายง่ายๆ ค่ะ ก็คือการพัฒนาอินทรีย์ 5 หรือ พละ 5 ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเข้มแข็งขึ้น แก่กล้าขึ้น เป็นลำดับ
หากเรามีอินทรีย์ที่เข้มแข็ง จิตเราจะฝักใฝ่ในการปฏิบัติมากขึ้น
ยกตัวอย่างอินทรีย์ตัวแรก - ศรัทธา
เมื่อศรัทธาแก่กล้าในธรรม ก็จะทุ่มเท devote(อุทิศ) ชีวิตในการพัฒนาธรรมะของตนเองในแบบต่างๆ ทั้งในทาน ศีล ภาวนา
🌿นักปฎิบัติที่มีอินทรีย์แก่กล้าจะฝักใฝ่ในการปฎิบัติอย่างจริงจัง แทบจะตลอดเวลามีใจอยากแต่จะภาวนา ไม่มีใจอยากทำสิ่งอื่น
ทั้งนี้ เนื่องเพราะได้ประสบกับความสุข ที่แท้จากการได้ปฏิบัติธรรม ได้รับความสุขทางจิตใจอย่างมากอันเป็นความสุขที่เหนือกว่าสุขอื่นทั้งปวงในโลก
🌿เมื่อได้รับผลจากปฎิบัติจริงๆ เขาย่อมจะพบความสุขอันยิ่ง เป็นความสุขที่สงบเย็น เป็นความสุขที่ปราศจากความวุ่นวาย ปราศจากความหวั่นไหวของจิต มีแต่ความเย็นอยู่ เบาอยู่ สงบระงับอยู่ จิตนิ่งอยู่ ตั้งมั่นอยู่ มีความสุขเป็นปกติของจิต เป็นความสุขที่ลึกซึ้งกว่ากามสุขทุกชนิด เขาจึงขวนขวายที่จะดำรงจิตอยู่แต่ในความสุขนี้
🌿ผู้ใดที่ได้สัมผัสความสุขอันลึกซึ้งจากการภาวนาได้จริง มักจะพบว่าความสุขผิวเผินจากกามสุขนั้น เป็นสิ่งเร่าร้อนอย่างยิ่ง เป็นสิ่งหยาบ ไม่เที่ยง หาสาระไม่ได้
🌿เมื่อมีประสบการณ์เช่นนี้ จึงมักจะอยู่กับสุขวิหารธรรมจากการปฎิบัติอยู่เป็นปกติ หรือก็คือ มีความฝักใฝ่การภาวนาปฏิบัติเป็นชีวิตจิตใจ
🌿ผู้ปฏิบัติที่ปฏิบัติได้ผลชัดเจน จิตจะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น จนชื่นชอบที่จะ รักษาจิตอยู่ในวิเวก
วิเวกนี้หมายถึงวิเวกของใจ ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางสังคม ใจก็ยังวิเวกอยู่ได้
🌿ดังนั้นเราจะต้องหมั่นพัฒนาตัวอินทรีย์ทั้งห้านี้ให้แก่กล้า จึงจะเอาชนะกิเลสความเกียจคร้าน เอาชนะความเบื่อหน่าย ความท้อถอยย่อหย่อน ในการปฎิบัติได้
🌿การพัฒนาอินทรีย์ทั้ง 5 สามารถทำได้ด้วยการทำกุศลธรรมชนิดอื่นๆให้มาก ทำเป็นประจำ เช่น
▪️ประกอบบุญกิริยาวัตถุ 10
▪️ใช้ชีวิตทุกข้อในหลักมงคล 38
▪️อธิศีล อินทรียสังวรศีล
ฯลฯ
🌿การฟังธรรม อ่านหนังสือธรรมะ ควรทำให้บ่อยๆเพราะทำให้จิตเกิดปัญญา และเกิดศรัทธา
เช่น การฟังเกี่ยวธรรมเกี่ยวกับประวัติการปฏิบัติของพระสงฆ์สุปฏิปันโน ของพระอริยะบุคคล ประวัติพระอรหันตสาวก พระสงฆ์สาวกอื่นๆ
และฟังธรรม ให้เข้าใจ เรื่องกรรมวัฏฏ์ กิเลสวัฏฏ์ วิบากวัฏฏ์
ฟังธรรมเกี่ยวกับการหลุดพ้นจากความทุกข์เรื่องพระนิพพาน
ฟังธรรมเรื่องไตรลักษณ์
ฟังธรรมเกี่ยวกับปฏิสมุปบาท เรื่องเหตุปัจจัย
ธรรมะเกี่ยวกับการปฎิบัติธรรม
ฯลฯ
เหล่านี้จะทำให้เกิดปัญญาขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเกิดปัญญาจะทำให้การปฎิบัติภาวนามีคุณค่าขึ้นสนุกขึ้นเพราะปฏิบัติด้วยความเข้าใจ
จิตก็อยากจะปฏิบัติมากขึ้น
และเมื่อมีปัญญาในธรรมะความศรัทธาก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ
🌿นอกจากนั้น จิตที่มีปัญญามากขึ้น จะอยากทำความดี สร้างบุญสร้างกุศล อยู่ตลอดเวลา
และยังเป็นการทำความดี สร้างบุญสร้างกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา ซึ่งยังผลให้มีอานิสงส์อย่างมาก
เป็นการทำความดี หรือทำบุญ ที่ไม่เสียเปล่าหรือได้ผลน้อย หากทำอย่างปราศจากปัญญา
🌿นอกจากเกิดปัญญาแล้ว ยังเกิดศรัทธาเพิ่มขึ้นด้วย การที่มีจิตศรัทธาก็จะทำให้เกิดความเพียรที่จะปฏิบัติภาวนามากขึ้น เพราะจิตเกิดความกระตือรือร้น และความมุ่งมั่น ทุ่มเทจิตใจลงไปในธรรมะ
จะทำให้เกิดวิริยะในการปฎิบัติธรรมขึ้นอย่างมาก
🌿จิตที่มีปัญญามากจากการเข้าถึงธรรม จะทำให้ปฏิบัติธรรมอย่างรู้เป้าหมาย ปฎิบัติธรรมได้ถูกต้อง ปฎิบัติธรรมแล้วเห็นผลเพราะมีปัญญาแยกแยะถูกผิดของการปฎิบัติได้ ก็จะยิ่งอยากปฏิบัติธรรมต่อๆ เพื่อพัฒนาพัฒนาความสามารถของจิตของตน
🌿เมื่อมีศรัทธาที่มุ่งมั่นเข้มแข็งขึ้น มีปัญญาที่รู้ชัดถึงธรรมะและประโยชน์ของธรรมะมากขึ้น จะมีวิริยะพากเพียรปฏิบัติมากขึ้น
เมื่อมีศรัทธาแรงกล้า มีปัญญาเข้าถึง มีความพากเพียรขจัดกิเลสและทำความดี ย่อมอยากปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาสติและสมาธิให้แก่กล้าขึ้น
🌿นอกจากการพัฒนาอินทรีย์
ก็ควรคบหาผู้ที่จะช่วยพัฒนาจิตใจของเราให้สูงขึ้น คลุกคลีกับหมู่ชนที่ยังให้เราเกิดปัญญาเกิดความเพียร
การคบหาบัณฑิต หรือ ผู้ที่ใฝ่ธรรม ผู้ที่มีความพากเพียรในทางกุศล ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในธรรมเป็นปกติ ทำให้เราพลอยได้ประกอบกิจกรรมด้านกุศลและได้สร้างบารมีต่างๆร่วมกัน ก็จะทำให้เราได้พัฒนาธรรมในตัวเพิ่มขึ้นในด้านต่างๆไปด้วย
🌿หลีกเลี่ยงไม่ไปในที่อโคจร ที่ๆมีการเสพกามสุข ที่ที่ให้เกิดความเพลิดเพลินในทางกามสุขมากๆ
🌿อีกอย่างคือหลีกเลี่ยงการใช้ชีวิต ที่ไหลไป ตามกระแสโลกจัดๆ หลีกเลี่ยงการเสพโลก social ในทางที่ทำให้เกิดนันทิราคะต่างๆ พวกกิจกรรมต่างๆที่ดึงจิตเรา ให้เพลิดเพลินสนุกสนานหรือลุ่มหลงไปกับความไม่มีแก่นสาร
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้เลิกไปทั้งหมด แต่ให้เสพอย่างฉลาด และรู้จักเลือกสรรค์สิ่งที่จะเสพ พร้อมกับต้องมีสติ สัมปชัญญะในการเสพสิ่งเหล่านี้ให้ดี
นี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆ
ที่จะเปลี่ยนชีวิตเราให้อยู่ในวงของธรรมะ ให้มีจิตน้อมลงสู่ชีวิตอันประเสริฐ