← 🍃ธรรมมรรคา
1556 ก.ค. 64อ่าน ~15 นาที

ทำไมคนดีบางคนอายุสั้น คนเลวบางคนอายุยืน

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ทำไมคนดีที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ บางคนถึงอายุสั้น

คนเลวบางคนถึงอายุยืนคะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: ขึ้นกับเหตุปัจจัยของแต่ละคน คือ ขึ้นกับส่วนผสมของกรรม ของกิเลส และวิบาก ทั้งดีและเลวของแต่ละคนที่สั่งสมมา


การให้ผลของกรรมมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก

ไม่ได้ตรงไปตรงมา ว่าทำเช่นนี้จะเกิดเช่นนี้เท่านั้น

และทั้งยังไม่สามารถดูกันเท่าที่ตาเห็นในชาติเดียว


คนที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในชาตินี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีกรรมอื่นๆที่ทำไว้มากมายในนับไม่ถ้วนชาติที่ผ่านมา กำลังรอส่งผลอยู่


นอกจากนั้นยังขึ้นกับว่าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบนั้นขั้นไหนด้วย เป็นคนดีในขั้นไหน ดีพอที่จะต่อสู้กับความไม่ดีอื่นๆในจิตได้แค่ไหน และดีหนักแน่นพอที่จะบรรเทาการให้ผลของกรรมชั่วเก่าได้แค่ไหน


การปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบนั้น แต่ละคนอาจให้ค่าต่างกัน

บางคนวัดที่ คนชอบการทำทาน รวมถึงการบริจาคสาธารณกุศล การให้ธรรมทาน

บางคนวัดที่ คนเข้าวัดเข้าวา

บางคนวัดที่ คนที่กินเจ กินมังสวิรัติ

บางคนวัดที่ คนมีความรู้เรื่องธรรมะมาก

ฯลฯ


สิ่งแรกที่ต้องใส่ใจสำหรับการดูว่าคนนั้นปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบไหม เริ่มที่

เขามี “ศีล” ที่สมบูรณ์ไหม


แม้ในคำว่า ศีลของปุถุชนเพียง 5 ข้อ สำหรับผู้ที่ถือครบ ก็ยังมีความต่างชั้นกันมาก

ศีลที่บริสุทธิ์ได้จริงๆ จะเกิดในจิตที่มีปัญญาถึงความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนถึงอย่างที่สุดเป็นพระโสดาบัน

เมื่อศีลดีงาม ความประพฤติอื่นๆย่อมดีงามตามไปด้วย


การที่บุคคลมีชีวิตด้วยการหมั่นเพียรในบุญกิริยาวัตถุสิบประการเป็นปกติ จึงจะได้ชื่อว่าปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพราะเป็นการสั่งสมบุญกุศลในจิตให้เพิ่มพูนขึ้น และละจากการทำบาป ทั้งยังพัฒนาจิตใจให้สงบเย็นและมีปัญญาตามความเป็นจริงของธรรมชาติ


บุญกิริยาวัตถุ 10 ก็คือ ทาน ศีล ภาวนานั่นเอง

ทาน ได้แก่ ทานมัย(การให้ทาน) ปัตติทานมัย(การอุทิศกุศลจากทานให้ผู้อื่น) ปัตตานุโมทนามัย(การยินดีอนุโมทนาในทานของผู้อื่น)


ศีล ได้แก่ สีลมัย(การมีศีล) อปจายนมัย (ความอ่อนน้อม) เวยยาวัจมัย(ความขวนขวายในการทำความดี)


ภาวนา ได้แก่ ภาวนามัย(การขัดเกลาจิตให้สงบและพัฒนาปัญญาให้เจริญ) ธัมมัสสวนมัย (การอ่านหรือฟังธรรมใหจิตเกิดปัญญา) ธัมมเทสนามัย(การให้ธรรมะและความรู้ที่ดีงามแก่ผู้อื่นทำให้ตนยิ่งเกิดปัญญา) ทิฏฐุชุกรรม(การมีสัมมาทิฏฐิ เชื่อในเหตุในผล ในกรรมและผลของกรรม ในภพชาตินี้ชาติหน้า ฯลฯ)


ผู้ที่มุ่งความดีอย่างถึงที่สุด ต้องมุ่งมั่นเพื่อการพ้นทุกข์ ผู้นั้นต้องพากเพียรใน สิกขาสาม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือการเจริญมรรคมีองค์แปด

ผู้ที่ดำรงตนในมรรคแปดอย่างต่อเนื่องจะค่อยๆหลุดพ้นจากบ่วงร้อยรัดทั้งหมด


แต่…แม้เป็นผู้ที่ขึ้นชื่อว่า ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ พากเพียรในบุญกิริยาวัตถุ ในมรรคแปด ฯ อย่างถูกต้องดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถรอดพ้นบ่วงกรรมที่ตนทำไว้ ได้


กรรมที่เรากระทำ เราก็ต้องชดใช้


มันเป็น “สมบัติ” ของเราคนเดียวค่ะ แชร์ให้ใครไม่ได้


แต่ถ้าเป็นกรรมชั่ว มันเป็น “วิบัติ” ของเราคนเดียวค่ะ แชร์ใครไม่ได้เหมือนกัน

(ส่วนที่ว่า ทำไมคนในครอบครัวเดือดร้อนเป็นทุกข์เรื่องเดียวกันไปด้วยนี่ ก็เพราะเขาก็ทำของเขามาค่ะ เขาก็กำลังรับของเขา มากน้อยดีกรีต่างกัน ในครอบครัวเดียวกันแม้เจอเรื่องเดียวกัน กลับทุกข์ร้อนไม่เท่ากัน เพราะทำมาต่างกัน)


กระนั้นก็ดี พึงสังเกตว่าคนที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ (ตามหลักข้างต้น) อย่างเป็นปกติ เป็นประจำ เป็นธรรมชาติในจิตและคอยหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอทุกเมื่อเชื่อวัน ดีกรีความรุนแรงในการให้ผลของกรรม(ชั่ว) ที่เขาต้องชดใช้จะไม่รุนแรงเหมือนคนทั่วไป


ขณะที่กรรมส่งผล ก็มักมีตัวมาช่วยบรรเทา

และบางกรรมอาจหมดโอกาสส่งผลได้ตลอดไปด้วยซ้ำเพราะความดีบางอย่างมาเบี่ยงเบนตัดรอนไป


สำหรับผู้ที่ภาวนาจนมีพื้นจิตเป็นอุเบกขาเป็นปกติได้จะมีกำไรที่สุด เพราะการรับผลของกรรม ต่อให้หนักหนาสาหัส ก็ไม่สามารถทำให้จิตหวั่นไหว เสียศูนย์ ทุกข์ใจไปต่างๆนานาได้ ด้วยจิตของบุคคลนั้นได้เข้าถึงสัจธรรมของไม่เที่ยงได้แล้วอย่างเป็นธรรมชาติ


ทั้งนี้ ย่อมต่างจากผู้ที่ไม่ได้ภาวนา หรือยังภาวนาไม่ถึงผลที่ยังให้จิตมีปัญญา สามารถวางอุเบกขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

บุคคลเหล่านี้ ย่อมมีจิตใจที่เปราะบาง แตกสลายง่าย หวั่นไหวง่าย ไม่ทนทานต่อการท้าทายทุกรูปแบบ ต่อให้รับผลของกรรมเบาบาง ก็จะมีปฏิกิริยาตอบโต้มากมาย มีความทุกข์กังวลมากมาย ยังให้เกิดการสร้างสังขาร สร้างกรรมใหม่ต่อไปอีกไม่สิ้นสุด


ดังนั้น การที่คนอายุสั้น ยาว ให้เห็นในชาตินี้ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ว่า เขาเป็นคนดีหรือคนเลวเท่านั้น


แม้ว่า โดยหลักทั่วไป คนที่มีศีลบริสุทธิ์ ชีวิตมักยืนยาว เป็นสุข มักจะไร้อุปสรรคเบียดเบียน


ยิ่งเป็นผู้ที่รักษาศีลบริสุทธิ์มาหลายต่อหลายชาติด้วยแล้ว ชีวิตในชาติถัดๆไป ก็มักเป็นสุขทุกๆด้าน


ถ้ามีกรรมเก่าด้านศีลข้อปานาติบาตมาก่อนในชาติอื่นๆ หรืออาจทำปานาติบาตบางอย่างในชาตินี้ด้วย (ฆ่ามด ยุง ปลวก กินปลา ปู กุ้ง ที่มีชีวิต ที่ให้เขาทำอาหาร เป็นต้น ) ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ หรือฆ่าเป็นจำนวนมากย่อมอายุไม่ยืน หรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยมากมายในชีวิตนี้


การทำปานาติบาตต่อสิ่งมีชีวิตที่มี ‘ค่าความดี’ สูงมาก ชีวิตจะสั้นแน่นอน และสั้นเร็วขึ้นตามคุณความดีของสิ่งมีชีวิตนั้น


การพรากชีวิตสัตว์จำนวนมากชีวิต ก็ส่งผลให้รุนแรงและรวดเร็วขึ้น


ทั้งยังไม่ใช่มีชีวิตสั้นเพียงชาตินี้ชาติเดียว


ซ้ำแล้ว เมื่อตายก็ต้องเกิดในอบายต่อเนื่องยาวนาน และเกิดในนั้นหลายภพหลายชาติ


เมื่อพ้นจากอบายได้เป็นมนุษย์ ก็อาจพิกลพิการ มีอุบัติเหตุให้สูญเสียอวัยวะ มีสุขภาพย่ำแย่ มีโคคภัยไข้เจ็บชนิดต่างๆรุมเร้า รวมทั้งโรคทางจิตเวช


บางคนปานาติบาตให้ผลที่ทำให้ชีวิตต้องถูกตัดรอนตั้งแต่ยังอายุหนุ่มสาว หรือยังวัยเยาว์ลงไป บางคนกรรมส่งผลตั้งแต่วัยทารก จนถึงขั้นยังไม่ทันคลอดออกมาก็ถูกทำแท้งเสียก่อน


นอกจากนั้น ขณะที่ทำปานาติบาตได้ทำด้วยจิตบาปอกุศลนานา ที่แตกต่างกัน คือทำด้วยเจตนาต่างๆกัน

อาทิ ทำด้วยความอาฆาตแค้น ทำด้วยลุแก่โทสะ ทำด้วยความรังเกียจเกลียดชัง ทำด้วยความเศร้าหมอง ทำด้วยความรำคาญ ทำด้วยคิดปกป้องตนเอง ทำด้วยความมักง่าย ทำด้วยความขาดสติพลั้งเผลอ ฯลฯ การให้ผลของกรรมในภายหย้า ก็ย่อมต่างกันไปด้วย


เจตนาในจิตแบบใด ให้ผลกรรมตามนั้นด้วย

ยิ่งเจตนาร้ายมากๆ ผลกรรมก็จะรุนแรงตามไปด้วย


สำหรับผู้ทำกรรมดีมากในชาตินี้ โดยเฉพาะกรรมดีด้านตรงข้ามกับกรรมข้อปานาติบาตมาก เช่น การให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน การไม่เบียดเบียนชีวิตและความเป็นอยู่ของสัตว์อื่น การรักษาพยาบาลชีวิตผู้อื่น การมีจิตเมตตาต่อสรรพสัตว์เป็นธรรมชาติ ฯลฯ

จะช่วยลดทอนความรุนแรงของวิบากกรรมด้านอายุขัย และสุขภาพได้


พึงทราบว่า การให้ชีวิตสัตว์นั้น ยิ่งรู้สึกเข้าไปในจิตจะยิ่งได้ผลในทางกุศล ยิ่งรู้สึกลึก ยิ่งเกิดกุศลลึกซึ้ง

จิตต้องถึงความรู้สึกที่จะให้ชีวิตแก่สัตว์นั้นอย่างแท้จริงด้วย


เช่น ถ้าปล่อยปลา ปล่อยวัว ปล่อยกบ ปล่อยปู ไม่ได้แค่ปล่อยไปตามธรรมเนียมบุญตามๆกันเท่านั้น แต่ปล่อยด้วยจิตที่เปี่ยมเมตตา ปรารถนาให้สัตว์พ้นทุกข์จริงๆ


เวลาที่จะให้ชีวิตเขา ก็ใช้ความละเอียดรอบคอบเพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างๆดีได้ ไม่ทำส่งๆไป


ตั้งแต่เริ่มคิดจะให้ชีวิต ขณะกำลังให้ชีวิต หลังให้ชีวิตเขาสำเร็จแล้ว จิตเป็นกุศลอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนั้น ยิ่งต้องใช้ความพยายามในการทำกุศล กุศลนั้นทำได้ยากเย็นเท่าไหร่ บุญก็ยิ่งแรงขึ้นตามไป


ประเด็นเพิ่มเติม🎋

บุคคลบางจำพวก ที่จิตถึงธรรม ย่อมไม่เห็นการมีชีวิตแต่ละชาติเป็นเรื่องจริงจัง เห็นการเกิดตายแต่ละชาติเป็นเพียงการเกิดดับ เพื่อเคลื่อนสู่ภพใหม่ ไม่มีความอาลัยในภพเก่า


บุคคลเหล่านี้ มีชีวิตเพื่อสร้างบารมีมุ่งสู่ความหลุดพ้นจากการมีชีวิตต่อๆไปภพแล้วภพเล่าเท่านั้น


บุคคลเหล่านี้ไม่อาจกล่าวได้ว่ามีอายุยืนหรืออายุสั้น เพราะแต่ละชาติของท่าน เกิดมาเพื่อสั่งสมบารมีเท่านั้น


บุคคลเหล่านี้อาจตายเร็วช้าได้ ความตายไม่ใช่การสิ้นสุด เป็นแค่การเปลี่ยนแปลง


การที่จะตายก็ตายให้เป็นบารมี การดำรงชีวิตอยู่ก็ดำรงอยู่เพื่อสร้างบารมี


บุคคลเหล่านี้ ในสายตาท่าน จะไม่เห็นอายุขัยสั้นยาวเป็นสาระ การที่มีอายุสั้นยาวจากกรรมเก่าไม่ใช่ตัวกำหนดบุญกรรมใดๆสำหรับท่าน

เพราะท่านกำหนดชีวิตอยู่ด้วยการเพียรกระทำกรรมดีใหม่ สร้างเหตุปัจจัยใหม่ เพิ่มพูนบารมี เพื่อการหลุดพ้นอยู่ทุกขณะ


ท่านจึงมองแต่ละชีวิตเป็นเพียงเส้นทางเดินของการสร้างบารมีอันยาวนาน ไม่ได้ถูกคั่นให้สะดุดด้วยภพชาติที่ดับไปแต่ละครั้ง


เหมือนว่าเป็น ความตายทุกชาติเป็นส่วนของการเดินทางไกล

การผ่านแต่ละภพชาติไป ก็เปรียบประการดุจเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ไปเท่านั้น


จิตมุ่งมั่นอยู่กับการเดินทางสร้างบารมีให้พ้นวัฏฏสงสารเท่านั้น ไม่มีอย่างอื่น


ถ้ามองจากสายตาชาวโลก เราก็อาจมองว่าท่านผู้นี้มีอายุสั้น ท่านผู้นั้นอายุยาว เหมือนเรามองคนทั่วไป


แต่สำหรับท่านเหล่านั้น (โดยเฉพาะพระนิยตโพธิสัตย์) จิตของท่านกลับไม่ได้แบ่งเขตชีวิตด้วยอายุขัยหรือความตาย ท่านเห็นสังสารวัฏฏ์อันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นเส้นทางที่ยาวไกลไม่เห็นอนาคต


และท่านก็ก้าวเดินบนเส้นทางนั้นไปทุกๆขณะด้วยการบำเพ็ญเพียรตัดรากเหง้าที่เป็นที่มาของเส้นทางนั้นลงไปให้สิ้นสุดลง


ตราบเมื่อบุคคลใดถึงโสดาปัตติผลแล้ว บุคคลนั้นก็จะเห็นจุดจบของเส้นทางนี้ในที่สุด