ผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างไร
A: ในความเป็นจริงผู้ที่ศึกษาธรรมะ จนถึงขั้นปฎิบัติธรรมจะเป็นผู้ที่สวนกระแสกาม หรือกระแสโลก
ดังนั้นเป็นธรรมดาอยู่เองที่เราจะดูเหมือนว่าแตกต่างไปจากคนรอบตัว
หลายๆสิ่งที่เกี่ยวกับธรรมะเราไม่สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นที่ยังไม่มีความสนใจทางด้านนี้ได้
เพราะพื้นความสนใจแตกต่างกัน
การใช้ชีวิตอยู่ในโลกข้างนอกหรือในสังคม เราไม่จำเป็นต้องให้เค้าเข้าใจว่าเราสนใจธรรมะหรือปฎิบัติธรรม
เพียงแต่เราต้องเข้าใจโลกและสังคมและนำสิ่งที่เราเรียนรู้จากธรรมะไปใช้ให้ถูกต้อง
มันเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติที่ต้องเข้าใจผู้อื่น
และเข้าใจถึงความทุกข์และข้อติดขัดต่างๆอันเกิดจากการใช้ชีวิตที่ประมาท
แต่ต้องระวังว่าเมื่อเราเข้าใจแล้วอย่าคิดว่าเราเหนือเขา
ความคิดว่าเราเหนือกว่าผู้อื่นเพียงเพราะเรามีธรรมะเป็นความคิดที่อันตรายยิ่ง
เราเองยังคงเดินบนเส้นทางอยู่และก็ยังไม่ได้บรรลุธรรมขั้นสูงดังนั้นยังประมาทไม่ได้
เวลาใช้ชีวิตอยู่ในโลกต้องไม่ให้เกิดโลกวัชชะ คือโลกติเตียนไม่ได้
ถ้าเราแสดงตนแตกต่างเพราะคิดว่าเราสูงกว่าโลกจะติเตียนได้
และจะเป็นการทำร้ายธรรมะในตัวเรา
ดังนั้นผู้ปฏิบัติจะต้องถ่อมตน และจะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจผู้อื่น
เวลาทำงานให้ทำงานด้วยสมาธิที่แน่วแน่มั่นคง
เวลาอยู่ร่วมกับผู้คนต้องมีความคิดเห็นอกเห็นใจเมตตากรุณา ช่วยเหลือเกื้อกูลและไม่คิดว่าเขาว่าเราสูงกว่าต่ำกว่า
เวลาเจอผู้ที่เป็นคู่แข่งหรือคิดทำร้ายเราเราต้องเข้าใจเขาและแผ่เมตตาอย่างต่อเนื่องให้ออกจากหัวใจเราให้ได้เราจึงจะเรียกว่าเป็นผู้มีธรรมะที่แท้จริง
ผู้ปฏิบัติที่เข้าถึงธรรมะจะเรียบง่ายและสบายๆไม่มีมาด
ไม่พยายามสร้างภาพหรือให้ผู้อื่นเห็นว่าเราเป็นผู้ปฏิบัติ
ตรงกันข้ามจะเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนไม่เข้าหาผู้คนเพื่อแสดงตนว่าพิเศษ
ธรรมะจะทำให้คนสงบเย็นและปรารถนาดีต่อผู้อื่นจากใจ
ดังนั้นเราก็เข้าไปอยู่กับสังคมโดยเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
แต่เราสร้างความดีรองรับสังคมนั้นและทุกชีวิตที่เราเกี่ยวข้องด้วย