การใช้ชีวิตกับคนรอบข้าง (หลังจากปฏิบัติธรรม)
ตอนนี้ขอเป็นเพิ่มเติมแง่การใช้ชีวิตกับคนรอบข้างนะคะ
เมื่อกลับจากคอร์สปฏิบัติ นี่คือชีวิตจริงของเรา
เราย่อมต้องกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ตามหน้าที่ ตามบทบาท ตามความรับผิดชอบของเรา
คนเราทุกคนต้องทำหน้าที่หลายบทบาท
การใช้ทุกบทบาทมาทำหน้าที่ของตนให้เหมาะสม ให้เกิดเป็นกุศลทั้งในตน และคนรอบข้าง คือ การฝึกฝนตนเอง
บางคนทำหน้าที่หรือเล่นบทบาทแม่ได้อย่างใจเย็นมีเมตตา มีสติ
แต่พอรับบททำหน้าที่เป็นลูก กลับทำได้ไม่ค่อยดีนัก
หรือบางคนเป็นเจ้านายที่ไม่อดทนนัก แต่เป็นพ่อที่ดี
บางคนเป็นลูกน้องที่ดี แต่เป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี
บางคนเป็นพี่น้องที่ดี แต่เป็นเพื่อนที่ไม่ดี
เหล่านี้คือสารพันบทบาทที่เราต้องเล่นในชีวิต เล่นกันคนละหลายๆบทบาท
ขอให้ละเอียด เฝ้าดูในจิตเรา ว่าเรามักเล่นบทอะไร กับใครในชีวิต
คนที่ได้ธรรมะอย่างแท้จริง ย่อมมีใจเป็นสุข
ย่อมจะเล่นทุกบทบาทได้ดีเสมอกัน
จะเล่นบทบาทใดก็ตาม คนรอบข้างทั้งใกล้ไกล ก็เป็นสุขได้จริง
อยู่ใกล้ใคร เขาก็เป็นสุขเพราะเรา
ในเมื่อคนเราต้องใช้ชีวิตกับผู้คนรอบข้างในรูปแบบต่างๆ
บ่อยครั้งเราหลีกเลี่ยงคน หรือ สถานการณ์ เราไม่อยากเจอไม่ได้
เราจึงต้องฝึกให้รู้จักตนเอง
ให้ลองถามใจตนเองเสมอๆว่า
ที่เราไม่อยากเจอ ที่เราไม่ชอบหน้า ที่เราอึดอัดคับข้อง ฯลฯ นั้น
เป็นที่’เขา’ทำ หรือเป็นที่’เรา’ทำปฏิกิริยากับเรื่องเหล่านั้นจากส่วนลึกของใจเรา
เพราะแท้จริงแล้ว นี่เป็นอนุสัยกิเลสด้านโทสะของเรา นี่เป็นสังขารที่ปรุงแต่งจิตของเรามาช้านานต่างหาก ที่กำลังออกมาเริงระบำอยู่
ถ้าเราเองไม่มีอนุสัยกิเลส
ไม่มีสังขารของความโกรธ
ไม่ว่าเรื่องราวใดๆจะเกิดขึ้น ร้ายแรงเพียงใด
เราย่อมไม่มีความหวั่นไหว
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าเราต้องทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ต้องไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นต้องใช้เวลาและความพากเพียรสั่งสม
เราต่างก็ยังเพิ่งเริ่มก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความสงบสุขนี้
เราย่อมต้องมีหลุด มีสะดุด มีพลาด บ้าง
ขอเพียงว่า เมื่อพลาดแล้ว
ขอให้มีสติให้เร็วขึ้นในครั้งต่อไป
ขอให้คิดได้ถึงความพลาดไปนั้นของตัวเอง
เช่น การพลาดไปโกรธ
เพื่อพัฒนาปัญญา และสติของเราต่อไป
ไม่ใช่ว่าไปแค้นฝังหุ่นกับบุคคลอื่นๆที่มากระทบเรา
เพราะนั่นจะบ่มเพาะความทุกข์อย่างสาหัสให้เราในวันหน้าแน่นอน
มองที่ตนค่ะ
แล้วแก้ที่ตน
นักปฏิบัติ ที่ถึงธรรม จะเห็นสิ่งที่เป็น”ตัวตน”ทั้งของตน และของคนอื่นเบาบางลง เบาบางลง
จึงไม่ถือสาคนอื่น
ไม่แบกคนอื่น
และไม่แบกตัวเอง
เมื่อเห็นความไม่น่าชอบใจใดๆ จะไม่เพ่งโทษที่ตัวคนอื่น
แต่จะกลับมาดูที่เรา ว่าทำไมเราจึงหงุดหงิดผิดหวังไม่ชอบใจ
นี่คือเราที่กำลังโกรธนะ
และโกรธเพราะกิเลสคนอื่น
โกรธเพราะปัญหาของคนอื่น
นี่คือการรู้จักตนเองให้มากขึ้น รู้จักตนเองให้ดีขึ้น
นี่คือสิ่งที่ควรทำค่ะ ทำให้เป็นนิสัย
ถือว่าได้ตอบคำถามในส่วนท้ายแล้วนะคะ ที่ถามว่า “การพยายามทำความรู้จักตัวบ่อยๆจะเป็นวิธีหนึ่งไหมคะ? ผิดหลักการปฏิบัติไหมคะ?”