← 🍃ธรรมมรรคา
009อ่าน ~14 นาที

ปฏิบัติวิปัสสนาไม่ได้ ขอคำแนะนำ

❓ ปุจฉา (คำถาม)
กราบสวัสดีอาจารย์ครับ ขอรายงานเรื่องการปฏิบัติของผมครับ คือว่าเท่าที่ผ่านมาที่ผมพยายามนั่งเจริญสติทุกวันวันละครั้ง นานๆครั้งหนึ่งช่วงวันหยุดปลายอาทิตย์ก็ทำวันละสองครั้ง แต่ทำได้น้อยมากครับ ส่วนมากจะได้เพียงวันละครั้ง แต่ละครั้งจะนั่งไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมง ช่วงหลังๆพยายามนั่งให้ได้นานกว่าหนึ่งชั่วโมง นานที่สุดที่ทำได้คือชั่วโมงครึ่งครับอาจารย์ ปัญหาคือยังไม่สามารถทำวิปัสสนาได้ ทุกครั้งที่ทำ จิตดูเหมือนจะไม่ค่อยยอมทำงาน ใจมันจะลอยไปคิดเรื่องอื่นๆ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: วิปัสสนาจะทำได้ดี ต้องมีสมาธิที่ดีค่ะ

ดังนั้นเวลาปฏิบัติขณะอยู่ที่บ้าน หรือไม่ได้อยู่ในระหว่างคอร์สกรรมฐานที่ได้รับการฝึกต่อเนื่องยาวนาน เรามักจะประสบปัญหาการรักษาจิตให้มีสมาธิจดจ่ออยู่ในการปฏิบัติได้

เมื่อสมาธิอ่อนกำลัง ย่อมทำให้วิปัสสนาไปไม่ลึกค่ะ

ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จิตจะวิ่งไปหาลมหายใจ เพื่อหาที่ยึดเกาะไม่ให้พล่านไป

จะดูลมหายใจต่อไปก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะอานาปานสติใช้ทำเป็นวิปัสสนาก็ได้เช่นกัน คือในระหว่างที่เฝ้าดูลมหายใจอยู่นั้น ให้ตามรู้ลมเข้าออก ณ จุดที่ลมกระทบตลอดเวลา ตามรู้ด้วยจิตที่มีอุเบกขารู้ความเป็นอนิจจังของลมหายใจ จิตเบา จิตผ่อนคลาย มีสติ มีอุเบกขา มีสมาธิ อย่างนี้ถือว่าปฏิบัติได้ดีมากแล้วค่ะ

Q: พอรู้สึกตัวก็หันมารวบรวมสติก่อน รู้สึกว่าจิตจะชอบไปทางตามลมหายใจครับ แต่ก็ยังเป็นขณิกสมาธิอยู่ครับ เพราะสังเกตดูว่าพอมีสมาธิได้สักพัก ใจก็จะไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ ต้องดึงกลับมาตามลมหายใจบ่อยๆครับ ทำให้ระยะหลังดูจะกลายเป็นเอาแต่ตามลมหายใจอย่างเดียวครับ เพราะรู้สึกสงบดีและใจจะเกาะเกี่ยวได้ดีกว่า เวลาไปทำวิปัสสนากลับใจลอยง่ายกว่า

A: เวลาปฏิบัติอยู่กับบ้านส่วนใหญ่ก็ได้แค่ขณิกสมาธิอยู่แล้วค่ะ จะทำให้ถึงขั้นอุปจารสมาธิคงไม่ได้ (เว้นแต่ผู้ที่ความชำนาญเข้าออกสมาธิขั้นนั้นๆได้แล้ว) เพราะการรักษาความเป็นจิตตเอกัคคตา (จิตเป็นหนึ่ง) ไม่ได้นานพอ

Q: เดาว่าสงสัยจิตมันจะคิดว่าทำไปก็เหมือนกับคราวก่อนๆ คือยังจับเวทนาได้ แต่ก็ไม่ก้าวหน้า คือพื้นที่ที่สังเกตเวทนา เช่น หนังศีรษะ ผมก็จะแบ่งเป็นสี่ส่วนบ้าง ส่วนๆบ้าง พอสักพักรู้สึกเวทนาแล้วบางจุดบางพื้นที่ (ยังไม่สามารถรับรู้เวทนาได้ตลอดเต็มพื้นที่ที่สังเกต ก็จะผ่านไปยังพื้นที่อื่นต่อไป) มีความรู้สึกว่าทำกี่ทีๆก็ได้เหมือนเดิม ทำให้จิตมันไม่ค่อยอยากทำงาน จิตจะชอบไปคิดเรื่องอื่นๆนอกกาย พอรู้ตัวก็ดึงกลับมาตามลมหายใจต่อ เป็นอย่างนี้จนหมดเวลาครับ

A: ส่วนเรื่องการปฏิบัติโดยใช้การดูเวทนา ขอให้ยืดหยุ่นและยอมรับค่ะ

ไม่จำเป็นต้องตั้งลำว่าจะต้องแบ่งแต่ละส่วนอย่างไรดี

ไม่ต้องสำรวจอย่างเป็น pattern ตายตัว ไม่จำเป็นต้องรู้ทั่วทั้งพื้นที่ ที่จิตสำรวจถึง ไม่จำเป็นต้องรู้ตามลำดับที่เคยชินเสมอไป

การยืดหยุ่นของจิตทำให้จิตคล่องตัว เบา และเป็นไปตามธรรมชาติ จิตแบบนี้จะมีกำลัง มีคุณภาพ เหมาะแก่การงานและจะสามารถรับรู้ได้เอง

ส่วนการยอมรับคือการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ คือตัวปัญญาเห็นความเป็นอนิจจังถึงยอมรับทุกอย่างตามนั้น ณ ขณะนั้นๆ

ไม่ต้องใช้การพยายามจับความรู้สึกอย่างตั้งใจเกินไป อย่างต้องจับให้ได้

ตรงกันข้ามค่ะ ไม่ว่าจะจับความรู้สึกได้ทั้งหมด หรือได้บางส่วน หรือจับความรู้สึกไม่ได้เลย

แต่จิตขณะนั้นผ่อนคลาย และกำลังยอมรับได้ตามความเป็นจริงว่า ขณะนี้ความเป็นจริงของเรามันเป็นเช่นนี้

นี่ต่างหากคืออุเบกขา

นี่ต่างหากคือปัญญารู้ความเป็นอนิจจัง และนี่ต่างหากที่เป็นวิปัสสนา

Q: อีกอย่างคือ ผมสังเกตตัวเองว่าเวลานั่งเกือบทุกครั้ง จิตจะสงบได้ต้องใช้เวลานานพอสมควรครับ ประมาณ 20-30 นาทีครับ บางครั้งเกินกว่านั้นครับ

A: เรื่องจิตสงบใช้เวลานาน 20-30 นาทีนั้น ถือว่าค่อนข้างนาน แต่ก็เป็นธรรมดาสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในคอร์สปฏิบัติ และอาจกำลังมีเรื่องในจิตใจมาก

เวลาเข้าห้องทำสมาธิที่บ้าน อยากให้ลองฝึกไล่ตามลมหายใจอย่างจริงจังอย่างน้อยเข้าออก 5 คู่(เข้าออกแต่ละครั้งคือหนึ่งคู่) อย่างรู้ตัวทุกๆคู่ ถ้าไม่ถึง5 ต้องเริ่มถอยมาตั้งต้นใหม่

ต้องตั้งใจจดจ่อให้ได้ 5 คู่ แล้วขยายให้นานขึ้นเป็น 9 คู่หรือนานกว่า

จิตจะมีแรงมากขึ้นกว่าดูทีละลมหรือทีละคู่ของลม เพราะจิตที่ไม่มีเป้าหมาย ก็จะไม่ตั้งมั่น จิตก็จะไหลไปเรื่อยๆ จิตจึงไม่มีกำลังสมาธิพอ

Q: แต่ก็ยังสามารถควบคุมไม่ให้เจ็บได้ คือช่วงที่ตั้งใจนั่งชั่วโมงครึ่ง พอใกล้ๆชั่วโมงจะเริ่มรู้สึกเมื่อยก้นหรือหลัง ผมก็จะรีบหันมาตามลมหายใจให้มีสติแนบแน่นมากขึ้นเพื่อป้องกันการปรุงแต่งของจิตจะได้ไม่รู้สึกเจ็บครับ

โดยวิธีนี้ทำให้ตัวเองสามารถนั่งได้ถึงชั่วโมงครึ่งโดยไม่เจ็บครับ บางครั้งก็ใช้วิธีสังเกตความรู้สึกเวทนาความปวดเมื่อยของขาส่วนที่เริ่มมีอาการ คือเผชิญหน้ากับมันตามที่อาจารย์แนะนำไว้ ก็ทำให้สามารถควบคุมไม่รู้สึกเจ็บได้ และเห็นการเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปของความปวดเมื่อยเล็กๆน้อยๆได้ครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ฟังแล้วมีคำแนะนำอะไรสำหรับผมไหมครับ?

A: เวลานั่งปฏิบัติอยู่ที่บ้าน อย่าฝืนตัวเองเกินไปค่ะ

ให้นั่งท่าที่สบาย และปรับเปลี่ยนท่าทางร่างกายได้ตามความเหมาะสม

อย่ากลัวความเจ็บที่ยังไม่ทันเกิดขึ้น และอย่าไปคิดว่าจะพยายามควบคุมความเจ็บ

การไปกลัวความเจ็บก่อนแล้วว่าจะมาเมื่อไหร่ เท่ากับแท้จริงแล้วรอมันอยู่

จิตจะแอบส่งไประแวดระวังความเจ็บที่ยังไม่เกิด จิตกลับกำลังจดจ่อสนใจกับมันอยู่

จิตจะไม่นิ่งอยู่กับงานที่แท้ที่ควรของจิต

ถ้าการเจ็บเกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ ตามเหตุปัจจัยของมัน ก็ให้ปรับท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้นได้ค่ะ ไม่ต้องเคร่งเครียดกับมันไปจนเสียความเป็นธรรมชาติ

ที่บ้านไม่ได้ให้นั่งอธิษฐานค่ะ

แต่ถ้าจิตมักกลัวเจ็บ แล้วพยายามดิ้นรนหนีความเจ็บด้วยวิธีการต่างๆ หรือพยายามไปควบคุมมัน เช่น ใช้การไปดูลมหายใจแรงๆ หรือเพิ่มความสนใจกับลมด้วยมีเจตนาป้องกันตัวเองไม่ให้รับรู้ความเจ็บ จิตจะไม่เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นอุเบกขาค่ะ

เพราะจิตกำลังจดจ่อกับสิ่งที่ไม่ได้กำลังเกิดขึ้น จิตไม่ได้กำลังอยู่กับปัจจุบันขณะ

ขอให้นั่งปกติธรรมดา ถ้ากำลังดูลมเบาๆอยู่ก็ดูต่อไปปกติ ถ้ากำลังดูเวทนาอยู่ก็ดูต่อไปปกติ พอเกิดความเจ็บปวดที่จิตเริ่มสนใจมากเกินไปจนจิตเริ่มไม่สมดุลก็แค่เปลี่ยนท่าไปค่ะ สบายๆทำให้มันเป็นธรรมชาติ ไม่ไปกังวลกับมัน ไม่ไปให้ความสำคัญอะไรกับมัน

เป้าหมายไม่ได้ต้องการให้นั่งยาวนานและไม่เจ็บนะคะ เจ็บไม่เจ็บไม่ใช่ประเด็น นั่งยาวนั่งสั้นก็ไม่ใช่ประเด็น

ประเด็นอยู่ที่จิตมีความสงบสุข ปล่อยวางอยู่เสมอ ไม่ว่าสภาวะขณะนั้นกำลังประสบกับอะไรอยู่ มีอาการอย่างไรเกิดขึ้นบนร่างกาย(และจิตใจ)อยู่ก็ตาม

ต้องไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป

ถ้านั่งไปแล้วไม่ทันได้นานร่างกายเกิดปวดขึ้นมา ให้ดูจิตทันทีว่าขณะนั้นจิตกำลังสมดุลเป็นอุเบกขาอยู่หรือไม่

ถ้าจิตรับรู้ความเจ็บปวดอย่างวางเฉยอยู่ และเห็นว่าเรายังนั่งเช่นนี้ต่ออยู่ได้อีกโดยไม่เสียความวางเฉยนั้น ก็ให้นั่งท่านั้นไป

ถ้าเห็นว่าจิตใจเริ่มไม่สงบสุขเพราะความเจ็บปวดรุนแรงขึ้น ก็ให้เปลี่ยนท่าไป

แต่ให้เปลี่ยนด้วยความรู้ตัวมีสติตามรู้และเป็นสมาธิ คือจดจ่อตามติดอยู่กับความเคลื่อนไหวนั้น

อย่าให้มีปฏิกิริยาความชอบหรือชังเกิดขึ้น แค่เฝ้าดูเฉยๆด้วยจิตที่เป็นกลางและสมดุลในขณะที่กำลังเปลี่ยนท่านั่งอยู่ อันนี้คือการปฏิบัติถูกต้องค่ะ

Q: ผมยังฝังใจว่าตนเองยังมีอานาปานสติที่ยังไม่แข็งแรงพอ ต้องพัฒนาตัวอานาปานสติให้แข็งแรงกว่านี้จึงจะมีความก้าวหน้าในการทำวิปัสสนาครับ ไม่ทราบว่าคิดถูกกรือไม่?

A: เรื่องอานาปานสติ จะแข็งแรงหรือไม่นั้นอย่าฝังใจกังวลค่ะ

การพัฒนาอานาปานสติให้เข้มแข็งจริงๆ จนใช้การได้คล่องแคล่ว ต้องใช้เวลาและความพากเพียรมาก

เพราะจิตต้องจดจ่อตั้งมั่นในจุดเล็กที่สุดแห่งเดียวอย่างแนบแน่นสนิทไม่มีช่วงห่างอย่างต่อเนื่องยาวนาน

และต้องอาศัยอินทรีย์ 5 (พละ 5) คอยประคองเป็นกำลังหลักให้พัฒนาถึงขั้นอุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิต่อไป

อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนทำได้อย่างง่ายดายรวดเร็วค่ะ

เป็นสิ่งที่ต้องหมั่นฝึกหัดจริงจังอย่างถูกต้องและยาวนานในที่สงัดปราศจากการรบกวน

ต้องใช้ความอุตสาหะพยายาม และอาศัยการจับเทคนิคให้ได้อย่างถูกต้องด้วย

เว้นแต่กรณีผู้ที่เคยฝึกและมีความชำนาญมาก่อนแล้วในอดีต คือฝึกจนถึงระดับแล้ว พวกนี้จะจับจุดได้ง่ายและรวดเร็วเพราะเคยชินชำนาญแล้ว

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เคยฝึกมาก่อนอย่างหนักในอดีตจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็ย่อมต้องค่อยๆมาฝึกหัดพัฒนาตนเองไปก่อนเรื่อยๆ จนตนพบสภาวะที่ตนเองจับเคล็ดนั้นได้เอง และเกิดความชำนาญเองค่ะ