← 🍃ธรรมมรรคา
012อ่าน ~5 นาที

ปฏิบัติมาหลายปีโดนกล่าวหาว่าหายใจทิ้ง

❓ ปุจฉา (คำถาม)
จะตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้มีโอกาสไปปฎิบัติธรรมหลายๆครั้งและสามารถพัฒนาจิตใจให้สามารถอยู่ร่วมกับคนทั่วไปอย่างมีสติรู้เท่าทันและมีเมตตาให้อภัยกับทุกคน คนส่วนใหญ่จะบอกว่าเวลามาปฏิบัติธรรมกลับมาบ้านเจอผัสสะก็ยังโกรธเหมือนเดิมและคิดว่าตนเองเคร่งครัดกับการรักษาศีลปฏิบัติธรรมจึงเพ่งโทษของผู้อื่นตลอดเวลา

บางท่านบอกว่านั่งหลับตาภาวนาหายใจทิ้งนั่งเป็นหลายปีก็ไม่ได้อะไรขอท่านอาจารย์เมตตาให้ปัญญาด้วยค่ะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: การฝึกจิตต้องทำอย่างต่อเนื่อง และต้องทำอย่างถูกต้อง

จิตจึงจะค่อยๆถูกขัดเกลาให้เบาลง มีสติขึ้น สงบเย็นขึ้น และสุขขึ้น

เราทุกคนล้วนสะสมปลูกฝังนิสัยไม่ดีในรูปแบบต่างๆมาช้านานหลายภพชาติ และนี่คือสาเหตุแห่งความทุกข์

แทบทุกลมหายใจของเรา

สิ่งที่สั่งสมมานานย่อมต้องใช้กาลเวลาและความพากเพียรที่จะขจัดมันไปหรือเปลี่ยนแปลงมัน

อันนี้เป็นธรรมดา

การปฏิบัติสำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะขัดเกลาอุปนิสัยบางอย่างได้สำเร็จ

บางคนอาจต้องใช้ความพากเพียรอย่างเอกอุ

บางคนที่ปฏิบัติได้ถูกต้องจับหลักการได้แม่นยำก็อาจไปได้เร็วกว่า

บางคนปฎิบัติธรรมด้วยน้ำตานองหน้า

บางคนปฎิบัติธรรมอย่างสบายๆเพราะกุศลและกรรมบางอย่างหรือมีพื้นบารมีด้านนี้มาหลายชาติ

ไม่ว่าจะอย่างไรความพากเพียรและการสร้างกุศลกรรมหลายๆอย่างไปพร้อมๆกับการปฎิบัติธรรมย่อมเข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลให้เราประสบความสำเร็จเร็วขึ้น

อย่าพึ่งท้อแท้ว่าทำไมเราถึงยังไม่ดีขึ้น

และอย่าไปคาดหวังว่าเราจะต้องดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขอให้อย่าหยุดปฏิบัติและพากเพียรต่อไปโดยไม่หวังผล

ที่สำคัญจะต้องปฏิบัติอย่างถูกต้อง

ความถูกต้องและการต่อเนื่องจึงจะทำให้เรามีกำลังพัฒนาความเข้มแข็งของจิต

จิตเราที่อ่อนแอไปด้วยกิเลสไม่สามารถที่จะเติบโตขึ้นมาได้ถ้าเราย่อหย่อนหรือท้อแท้

ในขณะนี้เมื่อเราเผชิญผัสสะจากภายนอก เมื่อต้องคลุกคลีอยู่กับโลก แน่นอนเราย่อมมีพลาดพลั้ง

แต่การที่เราระลึกรู้ตามหลังความผิดพลาดนั้น

และตั้งใจใหม่แสดงให้เห็นว่าสติของเราดีขึ้น

กุศลธรรมในจิตเราดีขึ้น

ธรรมะในตัวเราพัฒนาขึ้น

อย่างนี้แสดงว่าอย่างน้อยเราปฏิบัติให้ถูกต้อง

เราจึงเห็นความผิดพลาดและไม่ดีของตนเองและรู้สึกสำนึกผิดอยากแก้ไข

ได้ถูกต้อง สะกดผิดค่ะ

ถ้าเราเริ่มมองเข้ามาในตัวเองเสมอ

มองความผิดพลาดของตนเองเห็น

และเริ่มหยุดเพ่งโทษความผิดพลาดของผู้อื่น

แต่รู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้จากใจจริง

ตัวนี้ก็จะวัดได้ว่าเรามีพัฒนาการในธรรมะแล้ว

ดังนั้นขออย่าพึ่งท้อแท้

ขอให้หมั่นพากเพียรต่อไป

และขอให้ยอมรับว่าเราต้องล้มลุกคลุกคลานไปก่อนจนกว่าเราจะไปถึงความหลุดพ้นอย่างสิ้นเชิง

อย่าหวั่นเกรงระยะเวลาที่ต้องฝึกฝนตน

เพราะมันคุ้มค่าเหลือเกิน

สุขอันใดที่จะเทียบเท่าความสุขจากการพ้นไปของกิเลสนั้นไม่มีเลย

ส่วนที่ท่านว่าหลับตาทิ้งลมหายใจนั้นคือการหลับตาหายใจโดยไม่มีสติค่ะ

ถ้าเรามีสติทุกครั้งรับรู้ลมหายใจไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตาอยู่เราไม่ได้หายใจทิ้งค่ะ