ฝึกจิตอย่างไร ไม่ให้ละเมิดศีลข้อ 4
ซึ่งต้องมีการพูดบิดเบือนความจริงไปบ้าง พูดไม่จริงบ้าง รู้ก็บอกไม่รู้บ้าง โกรธก็บอกไม่มีอะไรบ้าง
ถ้าจะพูดตรงไป ก็ทำให้เกิดความบาดหมางกันได้ จนกลายเป็นนิสัยเคยชินพูดไม่ตรงความจริงไปแบบอัตโนมัติค่ะ
A : ฝึกจิตให้มีสติบ่อยๆ จะเปลี่ยนความเคยชินแบบนี้ได้
เพราะจิตจะรู้ตัวก่อนจะพูด ก่อนจะทำ พอรู้ตัวมันก็จะหยุดตั้งแต่ที่ความคิดแล้ว
จิตที่ฝึกแล้วจะหยุดก่อนที่จะคิดด้วยซ้ำ
ถ้าจิตบริสุทธิ์ขึ้นเรื่อยๆ
ความคิดก็จะแปดเปื้อนด้วยกิเลสน้อยลงไปเรื่อยๆ
สิ่งที่พูดออกมาจากจิตที่มีคุณสมบัติแบบนี้ย่อมเป็นคำพูดที่เป็นมงคล ทั้งกับตนเองและผู้อื่น
หรือไม่ก็อาจไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมาเลยด้วยซ้ำ
ความเคยชินที่ว่านี้ไม่ใช่เพราะเป็นคนไทย แต่เป็นปกติของคนทั่วไปที่ใจมีกิเลส
มีความไม่พอใจเกิดในใจเกี่ยวกับบุคคลตรงหน้า
และได้เผลอเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานตัดสินคนอื่นๆไปแล้ว
กรณีที่ใจไม่บริสุทธิ์ ใจขุ่นมัว เป็นบาปอยู่ที่คนนั้นแล้ว
ขณะนั้นจะพูดกลบเกลื่อนว่าไม่เป็นไรแล้วเก็บความไม่พอใจไว้ในใจ หรือจะพูดออกไปในเชิงติเตียน
ต่างก็มาจากจิตที่อกุศลไปแล้ว
ตรงข้าม ถ้าจิตบริสุทธิ์ จะไม่ขุ่นมัว
จะไม่กังวลอะไรว่าต้องพูดหรือไม่พูด
ถ้าจะต้องพูดก็พูดออกมาจากใจที่กรุณารักใคร่ห่วงใยอย่างแท้จริง
สิ่งนี้กลับเป็นกุศล
คนเราสร้างกุศลได้ทุกเวลา
เพียงแค่คิดแต่สิ่งดีๆต่อคนรอบตัวทั้งวัน
บุญก็เกิดได้ทั้งวัน
ค่อนแคะคนทั้งวันในใจ
บาปก็เกิดได้ทั้งวัน