เปิดเสียงคำสอนท่านอาจารย์ตอนนั่งปฏิบัติ
ที่จัดอาทิตย์ละ 1 ชั่วโมง รู้สึกได้ถึงพลังสั่นสะเทือน และ การได้ฟังคําตอบของอาจารย์ถึงข้อข้องใจของผู้ปฏิบัติอื่นๆ ทําให้การปฏิบัติก้าวหน้าไปมาก
หลังจากนั้น หนูจึงเริ่มเปิดเสียงคําสอนของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าควบคู่ไปกับการปฏิบัติประจําเช้าเย็นของหนูเอง และพบว่า หนูนั่งได้นิ่งขึ้น อย่างแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้ หนูเริ่มเกรงว่า หนูกําลังติดกับการปฏิบัติโดยต้องมีเสียงของท่านอาจารย์
อาจารย์คิดว่าหนูควรจะหยุดเปิดเสียงคําสอนของท่านอาจารย์ไหมคะ
ขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ
ขึ้นกับเราเลยค่ะ เปิดหรือไม่เปิดก็ได้
ไม่ต้องกลัวติดหรอกค่ะ
จิตของเราขณะปฏิบัติ ย่อมมีขึ้นมีลง นิ่งบ้างหลุดบ้าง
เวลาหลุด เสียงนำสมาธิ หรือสวดมนต์ย่อมช่วยได้
แม้เวลาจิตนิ่งเป็นช่วงๆ ก็อาจใช้เสียงนำได้บ้าง แล้วแต่กรณี
จิตที่นิ่ง จะมีระดับความต่างกันอยู่
ถ้านิ่งดิ่งมากด้วยกำลังสมาธิ
หรือกำลังปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องจิตมีกำลัง
ไม่ควรให้มีเสียงใดๆ แม้จะเป็นเสียงนำสมาธิหรือเสียงสวดมนต์
เพราะเสียงจะกลายเป็นการรบกวนสมาธิ มากกว่าช่วย
ไม่ว่าจะอยู่ปฏิบัติที่ศูนย์ หรือปฏิบัติอยู่ที่บ้าน มีความแตกต่างของจิตขณะปฏิบัติแต่ละครั้งเสมอ
พี่ขอแยกแยะสั้นๆนะคะ
ปฏิบัติที่บ้าน:
โดยทั่วไป ปฏิบัติอยู่ที่บ้านจะรวมจิตให้สงบนิ่งยากกว่าในศูนย์ เพราะ:-
~ ปฏิบัติคนเดียวต้องอาศัยกำลังเราคนเดียวที่อาจกวัดแกว่งง่าย การทำกับคนหลายคนที่ปฏิบัติได้ดี เราจะพลอยรับกระแสเกื้อหนุน
~ อยู่บ้านเราปฏิบัติไม่นานพอที่จิตจะต่อเนื่องและเพิ่มกำลังสมาธิ คือแค่ไม่กี่ ชม ต่อวัน
~ บ้านไม่มีบรรยากาศธรรมะหรือกระแสการปฏิบัติเหมือนที่ศูนย์ ห้องหับต่างๆก็มีบรรยากาศแบบโลกๆ ไม่ใช่บรรยากาศธรรม
~ ในบ้านมีสิ่งเร้าต่างๆที่มากระทบทวารต่างๆได้มาก เช่น เสียงคนในบ้าน เสียงเพลงเสียงทีวี กลิ่นอาหาร ความวุ่นวายจากผู้คนรอบตัว ความกังวลถึงสิ่งที่ต้องไปจัดการ ฯลฯ
…เหล่านี้ทำให้ปฏิบัติที่บ้านไม่นิ่ง มักหลุดบ่อย เมื่อหลุดก็อาจไปไกล
ดังนั้น การอาศัยเสียงนำการปฏิบัติของท่านอาจารย์ หรือเสียงสวดมนต์ของท่านอาจารย์มักช่วยได้เวลาปฏิบัติที่บ้าน
อย่างน้อยช่วยให้จิตอยู่กับการนั่ง
แม้จะนั่งฟุ้งหรือนั่งง่วงอยู่
ก็จะไม่ถึงขั้นออกทะเลไปไกลเกินไปนัก เสียงท่านอาจารย์จะคอยเข้ามาให้ได้ยินว่ากำลังทำอะไรอยู่
ทำให้ดึงใจกลับมาได้ใกล้ตัวหน่อย
แม้จิตไม่ได้ลงลึก หรือต่อเนื่องตลอด ก็ยังถือว่าได้อยู่ภายในการนั่งปฏิบัติ ไม่ถึงกับออกไปท่องโลกกว้าง
ปฏิบัติที่ศูนย์:
=สำหรับผู้ปฏิบัติที่ค่อนข้างใหม่ หรือสมาธิยังไม่เข้มแข็ง=
เวลาปฏิบัติที่ศูนย์ร่วมกัน วันแรกๆมักจะหลุดบ่อย
การฟังเสียงนำปฏิบัติ หรือเสียงสวดมนต์ (ที่ไม่ยาวนัก) ในแต่ละชั่วโมงสามารถช่วยให้จิตไม่ลอยไปไกลเพราะจดจ่ออยู่กับคำสอน
พอคำสอนจบสักพักก็จะเริ่มหลุดบ้าง
แต่ต่อให้หลุดบ่อย ก็ยังพอรู้ตัวเร็ว
แต่เมื่อปฏิบัติไปนานวัน นาน ชม. ขึ้น ความต้องการพึ่งพาเสียงก็ลดลง เพราะจิตเริ่มนิ่งขึ้น
ปฏิบัติที่ศูนย์ (หรือแม้ปฏิบัติเอง):
=สำหรับผู้ปฏิบัติที่ปฏิบัติต่อเนื่องมานานปี หรือมีสมาธิเข้มแข็ง=
กรณีที่ผู้ปฏิบัติมีสมาธิมาก ผู้ปฏิบัติเข้มแข็งอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องอาศัยกำลังจากภายนอก
จิตรวมเร็วได้เสมอ
เมื่อรวมแล้วก็จะลงลึก
ทั้งยังสามารถชุ่มแช่ในสมาธิลึกอยู่ได้เป็นเวลานานๆ
กรณีเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติจะต้องการความเงียบอย่างมาก
หรือแม้บางคนที่ไม่ถึงขั้นนี้ แต่มีบาง ชม. ที่ปฏิบัติได้ลึกจริงๆน้่งจริงๆ เวลาเหล่านั้นก็จะต้องการความเงียบเช่นกัน
(แม้เสียงจะเป็นเสียงธรรมะ เสียงสวดมนต์ เสียงสอนการปฏิบัติก็ตาม ก็จะเป็นการรบกวนจิต)
กรณีที่สมาธิเข้าสู่ขั้นอุปจาระ (ตั้งแต่ขั้นต้นอุปจารสมาธิๆไปจนขั้นลึก)
ผู้ปฏิบัติจะต้องการความเงียบอย่างมาก
เงียบขั้น’สงัด’จากเสียงต่างๆ
(แม้เสียงเข็มตกกระทบพื้นยังดังเกินไป
แม้เสียงความคิดเพียงครึ่งค่อนพยางค์ก็ยังรบกวนจิต)
พระสายวัดป่าที่ปฏิบัติสมาธิจึงมักนิยมปฏิบัติช่วงกลางดึก
เพราะต้องการความสงัด เมื่อสิ่งมีชีวิตอื่นต่างหลับไหล
เช่น ช่วงยามสองตามคติบาลี (สี่ทุ่มถึงตีสอง)
ดังนั้น กล่าวโดยสรุป
เวลาปฏิบัติ จะใช้เสียงท่านอาจารย์หรือไม่ใช้ก็ได้
อยู่ที่เราแต่ละคน แต่ละจังหวะการนั่ง แต่ละสภาพของจิตขณะนั้น และแต่ละกำลังจิตของผู้ปฏิบัติ🌼
ส่วนการปฏิบัติร่วมกันผ่าน Zoom app. ย่อมมีผลดีค่ะ
เพราะมีคนร่วมปฏิบัติพร้อมกันจำนวนมาก
ถ้าผู้ปฏิบัติในเมืองไทยนัด group sitting ผ่าน app. ในเวลาที่เหมาะของเราพร้อมๆกันได้ทุกอาทิตย์ก็ย่อมดีมากเช่นกันค่ะ🌼