← 🍃ธรรมมรรคา
114อ่าน ~7 นาที

เปิดเสียงคำสอนท่านอาจารย์ตอนนั่งปฏิบัติ

ที่จัดอาทิตย์ละ 1 ชั่วโมง รู้สึกได้ถึงพลังสั่นสะเทือน และ การได้ฟังคําตอบของอาจารย์ถึงข้อข้องใจของผู้ปฏิบัติอื่นๆ ทําให้การปฏิบัติก้าวหน้าไปมาก

หลังจากนั้น หนูจึงเริ่มเปิดเสียงคําสอนของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าควบคู่ไปกับการปฏิบัติประจําเช้าเย็นของหนูเอง และพบว่า หนูนั่งได้นิ่งขึ้น อย่างแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้ หนูเริ่มเกรงว่า หนูกําลังติดกับการปฏิบัติโดยต้องมีเสียงของท่านอาจารย์

อาจารย์คิดว่าหนูควรจะหยุดเปิดเสียงคําสอนของท่านอาจารย์ไหมคะ

ขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้าค่ะ

ขึ้นกับเราเลยค่ะ เปิดหรือไม่เปิดก็ได้

ไม่ต้องกลัวติดหรอกค่ะ


จิตของเราขณะปฏิบัติ ย่อมมีขึ้นมีลง นิ่งบ้างหลุดบ้าง

เวลาหลุด เสียงนำสมาธิ หรือสวดมนต์ย่อมช่วยได้

แม้เวลาจิตนิ่งเป็นช่วงๆ ก็อาจใช้เสียงนำได้บ้าง แล้วแต่กรณี


จิตที่นิ่ง จะมีระดับความต่างกันอยู่

ถ้านิ่งดิ่งมากด้วยกำลังสมาธิ

หรือกำลังปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องจิตมีกำลัง

ไม่ควรให้มีเสียงใดๆ แม้จะเป็นเสียงนำสมาธิหรือเสียงสวดมนต์

เพราะเสียงจะกลายเป็นการรบกวนสมาธิ มากกว่าช่วย


ไม่ว่าจะอยู่ปฏิบัติที่ศูนย์ หรือปฏิบัติอยู่ที่บ้าน มีความแตกต่างของจิตขณะปฏิบัติแต่ละครั้งเสมอ

พี่ขอแยกแยะสั้นๆนะคะ


ปฏิบัติที่บ้าน:

โดยทั่วไป ปฏิบัติอยู่ที่บ้านจะรวมจิตให้สงบนิ่งยากกว่าในศูนย์ เพราะ:-

~ ปฏิบัติคนเดียวต้องอาศัยกำลังเราคนเดียวที่อาจกวัดแกว่งง่าย การทำกับคนหลายคนที่ปฏิบัติได้ดี เราจะพลอยรับกระแสเกื้อหนุน

~ อยู่บ้านเราปฏิบัติไม่นานพอที่จิตจะต่อเนื่องและเพิ่มกำลังสมาธิ คือแค่ไม่กี่ ชม ต่อวัน

~ บ้านไม่มีบรรยากาศธรรมะหรือกระแสการปฏิบัติเหมือนที่ศูนย์ ห้องหับต่างๆก็มีบรรยากาศแบบโลกๆ ไม่ใช่บรรยากาศธรรม

~ ในบ้านมีสิ่งเร้าต่างๆที่มากระทบทวารต่างๆได้มาก เช่น เสียงคนในบ้าน เสียงเพลงเสียงทีวี กลิ่นอาหาร ความวุ่นวายจากผู้คนรอบตัว ความกังวลถึงสิ่งที่ต้องไปจัดการ ฯลฯ

…เหล่านี้ทำให้ปฏิบัติที่บ้านไม่นิ่ง มักหลุดบ่อย เมื่อหลุดก็อาจไปไกล


ดังนั้น การอาศัยเสียงนำการปฏิบัติของท่านอาจารย์ หรือเสียงสวดมนต์ของท่านอาจารย์มักช่วยได้เวลาปฏิบัติที่บ้าน

อย่างน้อยช่วยให้จิตอยู่กับการนั่ง

แม้จะนั่งฟุ้งหรือนั่งง่วงอยู่

ก็จะไม่ถึงขั้นออกทะเลไปไกลเกินไปนัก เสียงท่านอาจารย์จะคอยเข้ามาให้ได้ยินว่ากำลังทำอะไรอยู่

ทำให้ดึงใจกลับมาได้ใกล้ตัวหน่อย

แม้จิตไม่ได้ลงลึก หรือต่อเนื่องตลอด ก็ยังถือว่าได้อยู่ภายในการนั่งปฏิบัติ ไม่ถึงกับออกไปท่องโลกกว้าง


ปฏิบัติที่ศูนย์:

=สำหรับผู้ปฏิบัติที่ค่อนข้างใหม่ หรือสมาธิยังไม่เข้มแข็ง=


เวลาปฏิบัติที่ศูนย์ร่วมกัน วันแรกๆมักจะหลุดบ่อย

การฟังเสียงนำปฏิบัติ หรือเสียงสวดมนต์ (ที่ไม่ยาวนัก) ในแต่ละชั่วโมงสามารถช่วยให้จิตไม่ลอยไปไกลเพราะจดจ่ออยู่กับคำสอน

พอคำสอนจบสักพักก็จะเริ่มหลุดบ้าง

แต่ต่อให้หลุดบ่อย ก็ยังพอรู้ตัวเร็ว

แต่เมื่อปฏิบัติไปนานวัน นาน ชม. ขึ้น ความต้องการพึ่งพาเสียงก็ลดลง เพราะจิตเริ่มนิ่งขึ้น


ปฏิบัติที่ศูนย์ (หรือแม้ปฏิบัติเอง):

=สำหรับผู้ปฏิบัติที่ปฏิบัติต่อเนื่องมานานปี หรือมีสมาธิเข้มแข็ง=


กรณีที่ผู้ปฏิบัติมีสมาธิมาก ผู้ปฏิบัติเข้มแข็งอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องอาศัยกำลังจากภายนอก

จิตรวมเร็วได้เสมอ

เมื่อรวมแล้วก็จะลงลึก

ทั้งยังสามารถชุ่มแช่ในสมาธิลึกอยู่ได้เป็นเวลานานๆ

กรณีเช่นนี้ ผู้ปฏิบัติจะต้องการความเงียบอย่างมาก


หรือแม้บางคนที่ไม่ถึงขั้นนี้ แต่มีบาง ชม. ที่ปฏิบัติได้ลึกจริงๆน้่งจริงๆ เวลาเหล่านั้นก็จะต้องการความเงียบเช่นกัน

(แม้เสียงจะเป็นเสียงธรรมะ เสียงสวดมนต์ เสียงสอนการปฏิบัติก็ตาม ก็จะเป็นการรบกวนจิต)


กรณีที่สมาธิเข้าสู่ขั้นอุปจาระ (ตั้งแต่ขั้นต้นอุปจารสมาธิๆไปจนขั้นลึก)

ผู้ปฏิบัติจะต้องการความเงียบอย่างมาก

เงียบขั้น’สงัด’จากเสียงต่างๆ

(แม้เสียงเข็มตกกระทบพื้นยังดังเกินไป

แม้เสียงความคิดเพียงครึ่งค่อนพยางค์ก็ยังรบกวนจิต)

พระสายวัดป่าที่ปฏิบัติสมาธิจึงมักนิยมปฏิบัติช่วงกลางดึก

เพราะต้องการความสงัด เมื่อสิ่งมีชีวิตอื่นต่างหลับไหล

เช่น ช่วงยามสองตามคติบาลี (สี่ทุ่มถึงตีสอง)


ดังนั้น กล่าวโดยสรุป

เวลาปฏิบัติ จะใช้เสียงท่านอาจารย์หรือไม่ใช้ก็ได้

อยู่ที่เราแต่ละคน แต่ละจังหวะการนั่ง แต่ละสภาพของจิตขณะนั้น และแต่ละกำลังจิตของผู้ปฏิบัติ🌼


ส่วนการปฏิบัติร่วมกันผ่าน Zoom app. ย่อมมีผลดีค่ะ

เพราะมีคนร่วมปฏิบัติพร้อมกันจำนวนมาก

ถ้าผู้ปฏิบัติในเมืองไทยนัด group sitting ผ่าน app. ในเวลาที่เหมาะของเราพร้อมๆกันได้ทุกอาทิตย์ก็ย่อมดีมากเช่นกันค่ะ🌼