← 🍃ธรรมมรรคา
101อ่าน ~3 นาที

ชีวิตประจำวันอยู่กับลมหายใจ และเห็นความคิดที่เข้ามา

แบบนี้มันคืออะไรคะ


ที่ถามว่า * ทุกวันนี้ในการใช้ชีวิตประจำวัน

สังเกตว่าตัวเองอยู่กับลมหายใจ-เฝ้าดูลมหายใจได้ดีขึ้น กลับไปที่ลมหายใจชัดเจนขึ้น *


ในชีวิตประจำวันที่เรารู้ลมได้ดีขึ้น จับได้ไวขึ้นเพราะเราได้เคยฝึกจิตในห้องปฏิบัติมา

จิตเราจึงมีการพัฒนาขึ้น

มีสติมากขึ้น

แม้ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ ก็อาจรู้ลมหายใจขึ้นมาเองบ้าง รู้เวทนาขึ้นมาบ้าง


ยิ่งฝึกบ่อยๆ ปฏิบัติมากๆ

ความรู้ตัว ความมีสติยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

เราจะมีสติรับรู้ลม หรือเวทนาบ่อยขึ้น

รวมถึงการเท่าทันจิตตัวเอง

เช่น เห็นความโกรธ ความหงุดหงิด ความไม่ดีในนิสัยตัวเองบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น

ทั้งนี้ เพราะเราเริ่มมีสติไวขึ้น เราจึงรู้ตัวบ่อยขึ้นนั่นเอง

แต่เมื่อเห็นความเหลวไหลของจิตเรา หรือความคิดร้ายกาจต่างๆในจิตเรา ให้ระวัง

อย่าปล่อยให้มันพลุ่งพล่านออกมาตามใจมัน

ให้รู้ทันมัน และวางใจเป็นกลางให้เร็ว อาจด้วยการไปสังเกตลมหายใจหรือเวทนาให้ต่อๆๆๆกันสักระยะ เช่น 5 นาที


ในทางตรงข้าม อย่าได้ไปหงุดหงิดโมโหตัวเอง ที่มีความไม่ดีเหล่านั้นในจิต

การโมโหตัวเอง จะเป็นการไปเพิ่มโทสะกิเลส คือเพิ่มโทสะด้านความหงุดหงิดฉุนเฉียวขึ้นมาอีกตัวใหม่ บนความคิดเดิมที่ไม่ดี

เลยกลายเป็นก่ออกุศลใหม่บนอกุศลปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่


ที่ถามว่า * ในขณะเดียวกันก็เห็นความคิดที่เข้ามาด้วย แบบนี้มันคืออะไรคะ*

เหมือนกับคำตอบเมื่อครู่ค่ะ

คือกำลังรู้ทั้งลม และกำลังหลงไปกับความคิด


ความคิดก่อตัวเป็นรูปร่างมาจากความฟุ้งกระจายของจิต

แรกๆแค่ฟุ้งไม่ทันขยายตัวชัดเจน แต่พอฟุ้งไปนาน ความคิดต่างๆก็จะเกิดขึ้น (ทั้งดีและไม่ดี)

ช่วงที่อยู่นอกห้องปฏิบัติ จิตมักไม่ได้กำลังมีสติอยู่เป็นพื้นเดิม

คือมันพล่านไปมาตามสิ่งกระทบทวารทั้งหก คือทางตา หู จมูก ฯ

ถ้ากระทบทางมโนทวาร หรือทางใจ ก็เกิดจากจิตที่ขาดสติจะมีความฟุ้งเป็นฐาน (มีอวิชชา) จิตก็ไปจับเรื่องราวต่างๆมาเป็นความคิดแล้วแต่สิ่งที่มากระทบ


ดังนั้น บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน เราจึงคิดมากมายเต็มหัวไปหมดตลอดเวลา

พอมานั่งปฏิบัติ หัวจึงบาน

จิตไม่มีสมาธิ จิตพล่าน รวมลงยาก นั่งไม่ค่อยได้ผล