ชอบซื้อเสื้อผ้า วิธีสู้กับกิเลสตัวเอง
1.) คำถามต่อเนื่องจากที่มีคนถามว่าถ้าซื้อเนื้อสัตว์ตายแล้วมาทำอาหารค่ะ แต่อันนี้เป็นการทานหอยนางรมสดจะผิดศีลมั้ยคะ และผัดหอยลายด้วยค่ะเพราะหอยจะยังเป็นอยู่ก่อนผัดค่ะ
2.) เป็นคนชอบซื้อเสื้อผ้า ก่อนจะซื้อจะเห็นกิเลสว่าอยากได้ เลยทำแบบไม่สนใจ ก็จะรู้สึกทรมานอยากได้ พอซื้อแล้วก็เป็นทุกข์และไม่อยากได้ในทันที ไม่ได้มีความสุขจากการได้มา เหมือนมีความอยากกับไม่อยากในตัวเอง จะเป็นอย่างนี้สลับกันตลอด อย่างนี้ต้องทำอย่างไรคะอาจารย์
กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
1) เนื้อสัตว์ตายแล้วไม่เป็นไรค่ะ
แต่พวกหอย ปู กุ้ง ปลา ที่ลวกจากตอนเขามีชีวิต เป็นบาปข้อพรากชีวิต หรือ ปาณาติบาตค่ะ
2)คนเรายังมีกิเลส โลภ โกรธ หลง นี่เป็นธรรมดาค่ะที่จะมีความอยาก แต่เมื่อเราพอมีธรรมะ เราก็ลดละความอยากได้ตามระดับภูมิธรรมของตน
ถ้าภูมิธรรมมากหน่อย คือ ขจัดโลภะในจิตไปได้มากหน่อย จิตก็จะปล่อยวาง คือจะมีสติไว ไม่ทำตามใจตามกิเลสได้ไวกว่า
แต่บางคนก็อาจ ‘แพ้ทาง’ ต่อของบางอย่างมากกว่าบางอย่างได้ เช่น บางคน ถ้าเป็นของกิน ยั้งใจไม่ได้ บางคนถ้าเป็นกระเป๋าจะยั้งใจไม่ได้ บางคนรองเท้า บางคนเครื่องไฟฟ้า
แต่ถ้าเป็นสิ่งของที่ตนไม่ค่อย ‘in’ มาก ก็จะบันยะบันยังได้ไว เป็นเพราะการสั่งสมความชื่นชอบในวัตถุกามเฉพาะตัว
พระอริยสงฆ์ที่เห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของสรรพสิ่ง ย่อมวางได้ มีสติไวยิ่งต่อกิเลสในใจ จึงไม่ก้าวล่วงไปทำสิ่งเหล่านี้อีก
สำหรับเราปุถุชน สิ่งนี้ย่อมยังมีอยู่ค่ะ
ถ้าถามว่า ต้องทำอย่างไรนั้น
พี่ก็ต้องแนะนำให้ฝึกสติให้มาก ฝึกทุกวัน ฝึกบ่อยๆ ให้สติตามรู้เท่าทันกิเลสให้ไวขึ้น
ส่วนในแง่อุบายทางโลก
ถ้ารู้จักนิสัยตนเองดี ก็ลองหาอุบายเฉพาะตัว เช่น
~ ทำให้การชำระเงินเพื่อซื้อของยากขึ้น คือไม่พกเงินสดมาก ไม่พกบัตรเครดิต หรือบัตร ATM หรือทิ้งไว้ในรถ หรือในที่ๆหยิบใช้สอยยาก ที่เมื่อต้องใช้เงินต้องใช้ความลำบากหรือต้องเดินไกล ขณะเดินไปเอาเงิน ให้เดินกำหนดสติ ก็อาจจะเปลี่ยนใจก่อนซื้อได้
~ หรือ เมื่อรู้สึกชอบถูกใจของใด ให้ไปเดินที่อื่นๆสักรอบใหญ่ๆ อาจไปเข้าห้องน้ำ ไปล้างมือ ขณะเดินหรือทำสิ่งใดให้ฝึกสติ รู้กายรู้จิต รู้เวทนา ดึงใจออกจากสิ่งนั้นมาอยู่ที่ตัว อาจไปให้นานหน่อย กว่าจะกลับมาใหม่ความอยากมักจะลดลง หรืออาจไม่กลับมาอีก
~ หรือ ใช้วิธีโยนิโสมนสิการ ว่าเงินซื้อเพื่อตนเองนี้ ตนเท่านั้นเสพสุขจากการใช้ของนี้ แถมหลังใช้ครั้งเดียวตนก็หมดความตื่นเต้นในของที่เคยใหม่นั้นไปโข แต่ถ้าตนเก็บเงินเท่ามูลค่าของชิ้นนั้นแยกใส่อีกกระเป๋าทุกครั้งได้ แล้วอาจไปเก็บเป็นเงินออม หรือเอาไปทำบุญ จะก่อให้เกิดความสุขให้ทั้งกับผู้อื่นและทั้งกับตนในวันนี้ ภพนี้ และภพหน้า ให้ได้เสวยสุขอีกหลายต่อ
~ หรือ ไม่ไปเดินผ่านที่ๆวางขายของต่างๆ หรือเมื่อเห็นให้เดินจากมาก่อนตาจะเห็นสิ่งเหล่านั้น คือ ให้ถือเสียว่าที่เหล่านั้นเป็นที่ ‘อโคจร’ ของหนูไปเลย เหมือนภิกษุย่อมเห็นสถานที่ที่มีกามสุขเป็นที่ ‘อโคจร’
เหล่านี้เป็นต้นค่ะ
แต่ละคนน่าจะหาอุบายที่เหมาะกับตนได้
แต่ถ้าซื้อมาแล้ว ก็อย่าไปหงุดหงิดผิดหวังให้จิตเป็นโทสะอกุศล หรือชื่นชอบให้จิตเป็นโลภะอกุศล ซื้อแล้ว มันก็จบไปแล้ว ก็จงบริโภคมันให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและผู้อื่นให้ได้ และไม่ทิ้งขว้างฟุ่มเฟือย