← 🍃ธรรมมรรคา
102อ่าน ~5 นาที

มีความฟุ้งและความคิดตีคู่ขนานกับตัวรู้ตลอดเวลา

แต่เห็นว่ามีความฟุ้งและความคิดตีคู่ขนานกับตัวรู้ตลอดเวลา อย่างนี้เราควรต้องทำอย่างไรคะ


การที่เกิดความฟุ้งคู่ขนานไปกับการรู้ตัว เพราะสมาธิเราไม่ตั้งมั่นค่ะ

เพราะเราไม่สามารถ ‘รักษาสติ’ ให้ “รู้ตัว” ที่ ‘เรื่องเดียว’ และรู้ ‘อย่างต่อเนื่อง’ ชนิดไม่การขาดตอนเลยได้

(รู้เรื่องเดียวอาจเป็นรู้ลมหายใจหรือรู้เวทนา)


เป็นการปฏิบัติแบบนี้ จิตมีสมาธิเป็นขณะๆ ค่ะไม่ต่อเนื่อง ไม่ค่อยมีกำลัง เรียกว่าขณิกสมาธิ

คือ ‘รู้’ สลับไปมากับ ’หลง’

เช่น

ถ้าตัว ‘รู้’ มีมากหน่อย ก็อาจเป็น รู้ รู้ รู้ หลง รู้ รู้ รู้ หลง

ถ้าตัว ‘หลง’ มีมากหน่อย ก็อาจเป็น รู้ หลง หลง หลง รู้ หลง หลง หลง


แต่เพราะจิตเกิดดับเร็วมากระหว่าง รู้เกิดขึ้น รู้ดับไป หลงเกิดขึ้น หลงดับไป รู้เกิดขึ้นใหม่ รู้ดับไป หลงเกิดขึ้นใหม่ หลงดับไป เช่นนี้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว

เราจึงรู้สึกเหมือนว่ามันเกิดขึ้นพร้อมๆกัน


จิตที่เกิดดับเร็วนี้ ยังเร็วยิ่งกว่าความเร็วของแสงเดินทาง

(เคยมีผู้อธิบายว่า จิตเกิดดับ 1 ล้าน ล้าน ล้าน ครั้งในหนึ่งการกระพริบตา)


ดังนั้น เมื่อเรามีสภาพเช่นนั้น แสดงว่า สติเราเริ่มถูกดันด้วยกิเลสเป็นช่วงๆแล้ว ทั้งนี้เพราะสมาธิของเราอ่อนกำลัง

จิตเราไม่เป็นหนึ่งเดียว ณ ที่แห่งเดียว และติดต่อกันไปอย่างแท้จริง

จิตเรากำลังสลับไปมาระหว่างที่สองแห่ง(หรือมากกว่า) อย่างรวดเร็วที่สุดต่างหาก


ถ้าปล่อยไปเรื่อยๆ ‘หลง’ จะมีกำลังมากขึ้น ‘รู้’ จะอ่อนแรงลง กลายเป็น หลงงงงงงง รู้ หลงงงงงงงงงง รู้ หลงงงงงงงงงงงงงง

และเมื่อจิตมีความหลงหรือโมหะเต็มที่ ไม่มีสติอีก

จิตก็จะเริ่มถูกกิเลสอื่นๆเข้ามารุมกิน จากฟุ้งนิดๆ กลายมาเป็นอยากสารพัด (โลภะกิเลส) หรือไม่พอใจสารพัด (โทสะกิเลส)

ถึงตรงนี้จิตขาดสติเป็นที่เรียบร้อย ไม่เหลือตัว ‘รู้’

เหลือแต่ โลภะ โทสะ โมหะ แล้วแต่ตัวไหนเข้ามาครอบงำ


ท่านอาจารย์ต้องการให้เรามีสมาธิที่มั่นคง ให้เพียรรักษาจิตให้มีสมาธิเป็นอุปจารสมาธิ แม้อย่างอ่อนๆคือให้ได้แค่ 1 นาทีชนิดไม่ขาดสาย

ท่านถึงเริ่มเน้นตั้งแต่ในหลักสูตร 10 วัน ให้อยู่กับลมหายใจให้”ต่อเนื่อง” จริงๆ


เรามักคิดว่าเราทำได้นะ 1 นาที แต่จริงๆแล้วเราหลุดไปในระหว่างค่ะ ไม่ได้ต่อเนื่องจริงๆ

แต่จิตเรายังหยาบ จับการเกิดดับไม่ได้ทันทีที่มันเกิดจริง

มันมีช่วงระหว่างที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจิตหลุดไป

เราส่วนใหญ่จึงยังอยู่ที่สมาธิขั้นทีละขณะ (ขณิกสมาธิ) กันอยู่



ส่วนที่ถามว่าต้องทำอย่างไร หรือแก้อย่างไรนั้น

ตอบว่าก็ต้องมีสติรู้ตัวว่า ตอนนี้จิตเราเริ่ม “split” แล้ว หรือจิตเริ่มแบ่งออกมาแล้ว

จิตไม่ได้เกาะแนบแน่นที่เรื่องเดียวแล้ว เริ่มถูกครอบงำด้วยกิเลสแล้ว (กิเลสตัวนี้ คือความหลงหรือโมหะกิเลส ความฟุ้งซ่านคือโมหะกิเลส)


ให้รีบตั้งสติ และตั้งใจเพียรให้มากขึ้น ที่จะพัฒนาสมาธิให้เข้มแข็งต่อเนื่อง และเพียรคอยระวังไม่ให้ความฟุ้งมีกำลังมากขึ้น