← 🍃ธรรมมรรคา
097อ่าน ~4 นาที

ตอนปฏิบัติเหมือนจะหลับแต่ก็มีความรู้สึกตัวอยู่

ขณะนั่งปฏิบัติ โดยยึดหลักรับรู้-ปล่อยวาง ผ่านไปได้ประมาณ 20 นาที จะเหมือนหลับไปค่ะ แต่หนูค่อนข้างมั่นใจว่า หนูไม่ได้ง่วงค่ะ

หลับผ่านไปประมาณ 50นาที บางครั้งก็สะดุ้ง หรือกระตุก แล้วรู้สึกตัวเหมือนเดิม หรือบางครั้งเมื่อรู้สึกตัว ก็โอนเอนอยู่ค่ะ อาการเช่นนี้เป็นมาหลายวันแล้ว (รู้สึกตัวก็นั่งสมาธิอยู่นะคะ)

จึงอยากเรียนถามว่า ยังคงรับรู้-ปล่อยวาง อาการดังกล่าว เมื่อเรารู้สึกตัว ใช่มั้ยคะ หรือควรปฎิบัติอย่างไร

ขอขอบพระคุณในความเมตตาเป็นอย่างสูงค่ะ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

อาการแบบนี้เกิดจากนิวรณ์ที่เรียกว่า ‘ถีนมิทธะ’ เป็นพวก ความง่วง ซึมเซา ถดถอย


อาการแบบนี้ คือ เหมือนยัง ตื่นอยู่

แต่ก็ไม่มีสติรับรู้เต็มที่ ไม่ตื่นตัวฉับไว

ขณะเดียวกันก็เหมือนจะหลับ

แต่ก็มีความรู้สึกตัวอยู่

ร่างกายอาจมีโยก มีโอนเอน สลึมสลือ เมื่อจิตถูกครอบงำโดยถีนมิทธะ

จากนั้นผู้ปฏิบัติก็อาจรู้สึกตัวขึ้นมาและขยับตัวตรง

ตอนนั้นตัวสติกลับเข้ามายึดจิตได้

แล้วต่อมาจิตก็ถูกครอบงำด้วยถีนมิทธะนิวรณ์อีก ก็จะรู้สึกทึบๆตื้อๆ มึนๆ โอนเอน โยกเยกอีก

เช่นนี้ สลับกันไปมา ขึ้นกับว่าสติกับนิวรณ์ตัวไหนจะมีกำลังมากกว่ากัน

สติขณะนั้นไม่ตื่นตัวเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้หายไปหมด

จิตผู้ปฏิบัติ สลับไปมาระหว่าง สติ กับ กิเลส


ถ้าสติลดน้อยลง น้อยลง จนถีนมิทธะนิวรณ์นี้ครอบงำเต็มที่ก็จะหลับไปเลย

ถ้าสติเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ในที่สุดก็จะตื่นรู้ขึ้นมาเต็มที่ และสามารถสลัดความตื้อๆทึมๆนี้ออกไปหมดได้ จิตก็จะกลับมาตื่นตัว สามารถปฏิบัติได้ก้าวหน้าต่อไป


นิวรณ์ต่างๆใน 5 ตัว ย่อมเข้ามารบกวน เป็นปกติของการปฏิบัติค่ะ ไม่ตัวโน้นก็ตัวนี้ย่อมเข้ามาก่อกวนการปฏิบัติ มาครอบงำจิตผู้ปฏิบัติเป็นระยะๆ

ขึ้นกับเหตุปัจจัยหลายอย่าง เมื่อมีสติจัดการกับมันได้แล้ว มันก็หมดไปชั่วขณะนั้น

แต่ไปแล้วเดี๋ยวก็มีมาอีก เพราะมันคือกิเลสในตัวเราแต่ละคน

ตราบใดที่ยังมีกิเลส ทุกครั้งที่ปฏิบัติ ย่อมต้องมีนิวรณ์ค่ะ

จนกว่าเราจะถึงความเป็นอรหันต์นั่นแหละ จึงขจัดนิวรณ์ทั้งหมดอย่างเด็ดขาด

(หรือถ้าผู้ปฏิบัติได้อัปปนาสมาธิ ผู้ปฏิบัติก็จะกดข่มนิวรณ์เอาไว้ได้หมด แม้มันจะยังคงอยู่ แต่ก็ไม่มีแรงโผล่มารบกวน)


นิวรณ์ก็คือกิเลส คือ สังขารเก่าที่นอนเนื่องอยู่ในจิตเรา

เป็นกิเลสที่ละเอียดกว่ากิเลสที่เกิดภายนอก หรือเกิดกับผู้ที่ไม่เคยปฏิบัติ


ที่ถามว่าต้องทำอย่างไรนั้น

ต้องสู้กับมันค่ะ

ต้องไม่ให้มันมีกำลังครอบงำจิตเราได้

จิตต้องตื่นตัวด้วยสติ ด้วยสัมปชัญญะ อย่างเต็มที่ และอย่างต่อเนื่อง ขณะ ต่อขณะ เราจึงจะก้าวหน้าในการปฏิบัติได้

ถ้าจิตไม่ตื่นตัว และเป็นทาสของนิวรณ์ การปฏิบัติก็ไม่เกิดผล เป็นการพลาดท่าเสียทีให้กิเลสเติบโตต่อไป