Covid-19
เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่ระบาดอยู่นี้
เคยมีคำกล่าวทักล่วงหน้าจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงศีลในอดีตหลายท่านว่า ต่อไปโลกจะมีสิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่เป็นภัยพิบัติต่อชีวิตมนุษยชาติ
เช่น ภัยธรรมชาติ (ทางดิน น้ำ ลม ไฟ), ภัยสงคราม (ซึ่งพัฒนาศักยภาพการทำลายล้างรุนแรงขึ้น), โรคระบาด (ซึ่งพัฒนาสายพันธุ์ประหลาดหนักขึ้น) ฯลฯ
ทั้งนี้เพราะกิเลสรวมของมนุษย์โลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นนั่นเอง…
ท่านว่า…ความโลภของมนุษย์ที่มัวเมาเอาแต่บริโภคเสพสุขอย่างไม่บันยะบันยัง ได้ไปทำลายสมดุลย์ของธรรมชาติ ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ สงคราม และโรคระบาดนานาชนิด
การพัฒนาสารเคมีที่ไม่รอบคอบไม่คุ้มครองสภาพแวดล้อม ไม่รักษาดุลย์ของธรรมชาติทำให้เกิดการทำลายบรรยากาศทุกระดับของโลก
ตั้งแต่ผืนดิน แหล่งน้ำ จนถึงอากาศที่เราหายใจ จึงเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินยุบ น้ำท่วม สึนามิ พายุร้าย ไฟป่า…
อากาศ น้ำ ผืนดิน รอบตัวเราเต็มไปด้วยมลพิษ
โรคร้ายแรงที่แปลกใหม่ย่อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และมีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
การแก่งแย่งของมนุษย์รุนแรงกว่าการยื้อแย่งของสัตว์ชนิดอื่นเพราะมนุษย์มีปัญญา จึงใช้ปัญญาพัฒนาในทางที่ผิด
เมื่อไม่ได้มาครอบครอง ก็ยิ่งพัฒนาอาวุธร้ายแรงเพื่อทำลายล้างอีกฝ่าย
กอปรด้วยความโกรธหรือโทสะ เมื่อตนสูญเสีย การต้องการเอาชนะ สงครามที่รุนแรงย่อมตามมา
ลูกหลานเราจะยิ่งประสบความรุนแรงที่สาหัสขึ้น ถ้ามนุษย์ไม่หยุดยั้งความคิดที่จะ “เอา” แต่ฝ่ายเดียวและไม่รู้จักที่จะ “ให้”
ผู้มีธรรมะเป็นที่พึ่ง ย่อมไม่หวั่นไหวหวาดกลัว ไม่ตกใจตื่นข่าว ไม่ทุกข์ใจจนเสียดุลยภาพของจิต
แต่วางใจให้นิ่ง มีสติ และมีอุเบกขา
และแก้ไขสิ่งต่างๆด้วยสติ ด้วยความรอบคอบรัดกุม
เราต่างมีวิบากของตน มีเหตุมีปัจจัยของตนที่ต้องเกิดในยุคนี้ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้
แม้เราเอง ก็อาจมีส่วนทำให้โลกเป็นไปเช่นนี้ด้วย ตามสัดส่วนของความรุนแรงของกิเลสเราแต่ละคน
ความรับผิดชอบต่อโลกนี้ เราย่อมหลีกเลี่ยงไม่พ้น
ดังนั้น การรักษาตนให้พ้นจากทุกข์นั้น หรืออยู่ท่ามกลางกองทุกข์ได้อย่างไม่หวาดหวั่นนั้น ทางใจมีผลมาก
สิ่งที่เราผู้ปฏิบัติ เราผู้มีธรรมะเป็นที่พึ่ง พึงรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคนี้ (และภัยพิบัติอื่นๆที่ยังจะพัดผ่านเข้ามาในชีวิตเราอีก รวมถึงการรับมือกับสังขารชนิดต่างๆที่เกิดขึ้นกับเรานั้น) ต้องรอบคอบทั้งทางกาย และทางใจ
ทางกายภาพ ทางวัตถุ ทางโลก
ไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท ต้องป้องกันและรับผิดชอบชีวิตตนเองและชีวิตผู้อื่นในทุกๆด้าน
ด้วยการไม่เสี่ยงที่จะทำให้ตนติดเชื้อ หรือผู้อื่นติดเชื้อ เช่น
~ทำตามขบวนการแพทย์ด้านความสะอาดและการป้องกันอื่นๆที่แนะนำมาอย่างรอบคอบเคร่งครัด แต่ก็ไม่ panic
~ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ไปเที่ยวตามที่สาธารณะที่มีผู้คนมากๆ หรือที่ๆอากาศไม่ถ่ายเท กล่าวคือ ไม่เสี่ยงให้ตนติดเชื้อจากคนอื่น และเสี่ยงที่ตนอาจไปแพร่เชื้อให้คนอื่น ทั้งนี้ตนก็อาจพลาดไปติดเชื้อมาแต่ยังไม่รู้ตัว
~รักษาสุขภาพทางกายวิธีต่างๆอย่างรอบคอบ เช่น ทานวิตามิน C หรืออาหารที่เสริมภูมิต้านทานหวัด ไม่ทานของเย็นจัด ไม่อยู่ในห้องที่เย็นจัด
เป็นต้น
~ไม่เอาแต่แก่งแย่ง เอาประโยชน์ ป้องกัน แต่เฉพาะตนเองและคนของตนเท่านั้น แต่ให้เผื่อแผ่ดูแลและป้องกันคนอื่นๆที่เป็นมนุษย์ร่วมโลกไปพร้อมๆกันด้วย
~ในทางกว้างและยาวไกลในวันข้างหน้า ถ้าเราทุกคนบนโลกช่วยใช้ชีวิตแต่ละวันของเราค่อยๆพัฒนาให้ธรรมชาติที่บริสุทธิ์มีโอกาสหวนคืนมา วันหน้าเมื่อเราจากไปแล้วโลกก็จะดีขึ้นเพราะเรา
ทางใจ ทางความคิด ทางการวางจิต
จิตคิดเพื่อความสุข เพื่อความปลอดภัยของชีวิตผู้คน คิดบวก ไม่ตื่นตระหนก คิดเกื้อกูล และวางใจให้สงบเย็น นิ่งอยู่ด้วยสติ มีอุเบกขา
~รับผิดชอบที่จะไม่ทำสิ่งต่างๆตามใจตนเองที่อาจเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องมีความเสี่ยงติดเชื้อเพราะเรา
~ตั้งจิตที่คิดเพื่อความสุขความปลอดภัยของผู้อื่น จิตเช่นนี้เป็นบุญอย่างยิ่ง
นี่เป็นบุญที่ไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไร แต่เป็นบุญจากการเสียสละความสุขส่วนตัว ความชื่นชอบในการเสพความเพลิดเพลินต่างๆที่เคย ให้ใช้สติระงับลงบ้าง เพื่อรักษาความสุขและความปลอดภัยให้ผู้อื่น
~ไม่ตื่นข่าว ไม่ตระหนกตกใจง่าย ไม่กระพือความหวาดหวั่นที่เกินจริง
เพราะความกลัวของเราผสมโรงเข้าไปจะไปช่วยกระพือกระแสลบให้ขยายวงกว้างขึ้น
เนื่องเพราะจิตมนุษย์นั้นมีกำลังมาก คนที่มีจิตยิ่งหวาดหวั่น กลัว ตื่นตระหนก กำลังใจจะถดถอย ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆตามมา
~ให้ฝึกนิ่งเฉยในจิต ดูทุกอย่างตามความเป็นจริง ฝึกมีสติให้มาก
~ตั้งสติก่อนเสมอ ทั้งเวลาเสพข่าวสาร หรือส่งต่อข่าวสารให้สังคมเสพ ถ้าจะส่งต่อเผยแพร่ข่าวสาร
ให้มีความละเอียดรอบคอบ ระมัดระวังไม่ไปกระพือให้เกิดกระแสความหวาดหวั่นในจิตเพิ่มมากขึ้น หรือเพิ่มความเกลียดชังกล่าวโทษ ที่จะเพิ่มกระแสลบในใจผู้คน
อาจเน้นเผยแพร่เนื้อหาในมุมบวก หรือมุมที่เป็นกลาง และเป็นความจริง เช่น อาจให้ข้อมูลถึงวิธีการรักษาพยาบาล ให้ความสำคัญกับการป้องกัน และรักษาตัว หรือแนะสารอาหารที่เป็นประโยชน์ที่การสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นต้น
~อย่าให้จิตของเราเองหวาดกลัวจนเสียศูนย์ จนจิตมีแต่ติดลบ จนจิตอ่อนแอเพราะเกิดความกลัวจัด หรืออ่อนแอเพราะความโกรธต่อคนที่ติดเชื้อมา แต่ให้วางจิตให้รู้จักรักและเมตตา รู้จักให้อภัย และรู้จักเป็นกำลังใจผู้อื่นที่กำลังทุกข์อยู่
~กรณีที่เราหรือคนใกล้ชิดเกิดต้องติดเชื้อขึ้นมา อย่าหวาดผวา อย่า panic เพราะโรคนี้รักษาได้ ถ้าทำตามขบวนการรักษาที่ถูกต้อง ให้สงบจิตให้ผ่องใส ตั้งสติและรักษาตัวให้ดี เมื่อจิตเข้มแข็ง ร่างกายจะเข้มแข็งด้วย เมื่อจิตป่วย กายจะป่วยหนักขึ้น
~ให้รักษาตัวให้ถูกต้อง และเคร่งครัดพร้อมๆกับระมัดระวังอย่างยิ่งยวดที่จะไม่ให้ตนทำให้คนอื่นเสี่ยงไปด้วย ป้องกันไม่ให้ผู้คนต้องลำบากจากเราเป็นเหตุ และพากเพียรรักษาตนอย่างถูกต้องและรอบคอบ
~หากเราป่วยหนัก และมีผลเสี่ยงต่อชีวิตเราจริงๆ
ทั้งๆที่เราได้ทำทุกอย่างที่สมควรทำอย่างรอบคอบและดีที่สุดแล้ว นี่เป็นเพราะเหตุปัจจัยของเราเป็นเช่นนั้น ก็ควรตั้งจิตให้สงบเย็น ให้จิตปล่อยวางเป็นอุเบกขา ทำสิ่งต่างๆที่พึงทำอย่างมีสติ มีสัมปชัญญะ มีกุศลในใจอยู่ตลอดจนกาลสุดท้าย เพื่อให้ได้ก้าวไปยังดินแดนใหม่ที่ประเสริฐกว่านี้
~ฝึกเป็นผู้ให้เสมอ เวลาทำอะไร ให้ทำเพื่อ ‘ให้’ ความสุขระยะยาวแก่ผู้อื่น ‘ให้’ ความปลอดภัยระยะยาวแก่สรรพชีวิตบนโลก แม้เราจะไม่ได้อยู่ยืนยาวในชาติมาได้เห็นผลของการให้นั้น แต่การตั้งเจตนาเช่นนี้ จะเป็นเหมือนเป็นถาวรทาน ที่จะมีผลบุญต่อเราทุกครั้งที่ผู้อื่นได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เราวางไว้ให้ด้วยเจตนาที่เป็นกุศล และวันที่เราเกิดมาใหม่ เราเองก็ย่อมพลอยได้รับอานิสงส์นั้น ได้เกิดในที่ๆดี มีสภาพแวดล้อมร่มเย็นเป็นสุข
~หมั่นตั้งจิตภาวนา ปฏิบัติกรรมฐาน รักษาความเป็นกุศลในจิตให้มาก เพื่อคุ้มครองตน และคุมครองสรรพชีวิตอื่นๆบนโลกให้ข้ามพ้นภัยพิบัติต่างๆไปด้วยกัน