คอร์สยาวมีศิษย์ออกจากการปฏิบัติเพราะความเจ็บป่วยกี่ราย
พอดีมีศิษย์ที่ได้รับการตอบรับให้เข้าคอร์สยาว แล้วพบข้อความทำนองว่าการวิปัสสนาระดับลึกจะทำให้เกิดความไม่สบายได้ ควรรักษาร่างกายให้แข็งแรงก่อนเข้าหลักสูตร เขาเลยหวั่นเกรง เราควรปลุกปลอบใจเขาอย่างไรดีคะ
เนื่องจากเราได้ไปดุเขาว่าดึงปัญหาอนาคตมากังวลก่อน
แล้วเกิดสำนึกว่าเราโหดเกินไป หรือไม่เมตตาไปไหมน่ะค่ะ
A: ที่ถามว่า ‘ศิษย์ออกจากการปฏิบัติเพราะความเจ็บป่วย กี่รายคะ’ ตอบว่าแทบไม่มีค่ะ เปอร์เซ็นต์น้อยค่ะ เพราะธรรมะจะดูแลเราอย่างดีในคอร์สยาว “ธรรมะย่อมรักษาผู้รักษาธรรมในตน” 🌸
ถ้ามีออก ก็เนื่องจากสังขารของคนๆนั้นมีเหตุปัจจัยพอดี ที่ทำให้เขาต้องเผชิญอุปสรรคจนอยู่ต่อไม่ได้ เช่น กรรมบางอย่างถึงเวลาส่งผล จะส่งผลทางกาย ทางใจ ทางคนในครอบครัว ทางการงาน การเงิน ฯลฯ เป็นต้น แต่บางคนใจเด็ดยอมมอบกายถวายชีวิตแด่พระรัตนตรัยจะไม่หวั่นไหว ยอมตายแลกกับการได้ธรรมะ (เช่น พระสงฆ์สายวัดป่าหลายรูป หรือพระสงฆ์ในสมัยพุทธกาลที่ได้พบพระพุทธเจ้า แล้วมุ่งตรงไม่เกรงอุปสรรคใด) 🌸
ในที่นี้ ไม่ได้กำลังแนะนำให้ทุกคนต้องสุดโต่งตายเป็นตายเสมอไปนะคะ เพราะธรรมะของเราแต่ละคนไม่เท่ากัน หรือ เพราะกรรมที่ส่งผลแต่ละครั้งก็หนักเบาไม่เท่ากัน เหล่านี้เป็นต้น อธิบายว่า:
ในแง่ธรรมะแต่ละคนไม่เท่ากันนั้น บางคนการพัฒนาในธรรมยังเป็นเหมือนต้นอ่อน การสุดโต่งแบบตายเป็นตายไม่ดูเหตุปัจจัยให้ถี่ถ้วนรอบคอบอย่างมีสติด้วยปัญญา อาจตัดสินใจผิด
เพราะการทนทานจะปฏิบัติด้วยจิตที่มีการรุมเร้าของกิเลสมากและเรายังเสมือนเด็กอ่อน ย่อมยังสู้ไม่ค่อยได้
การดันทุรังอาจได้ผลน้อยเพราะใช้กิเลสดันทุรังเอา แบบนี้ก็อาจถอยไปตั้งหลักใหม่ก่อนได้ ไปฝึกพัฒนาจิตให้เติบโตแก่กล้าขึ้นได้ วันหน้าเรากลับมาเข้าก็ไม่สาย
แต่สำหรับคนที่ธรรมะสูง มีความมั่นคงเข้มแข็งในธรรมดุจต้นไม้ใหญ่ หรือคนที่ใกล้บรรลุธรรม เขาย่อมไม่หวั่นไหวกับทุกๆอุปสรรคไม่ว่าจะมาแบบไหน เพราะเขาย่อมรู้ว่า เขาใกล้จะถึงที่สุดแห่งทุกข์พบธรรมที่แท้ ซึ่งไม่มีสิ่งใดในโลกธรรมแปดที่จะทำให้เขาหวั่นไหวได้ เขาย่อมไม่ถอยโดยง่าย และย่อมเลือกตายเป็นตายได้
ในแง่กรรมส่งผลหนักเบาต่างกันนั้น บางคนกรรมครั้งนี้ช่วงนี้มีเหตุปัจจัยให้หนักมากทำให้ร่างกายทรุดหนัก เขาย่อมอยู่ปฏิบัติต่อไม่ได้ เพราะกายที่เจ็บหนักแต่จิตยังไม่ได้รับการฝึกให้มีอุเบกขากับความเจ็บป่วยในระดับนี้ได้ หากฝืนปฏิบัติต่อไป ธรรมะก็ไม่เดินเนื่องจากตัวสติสัมปชัญญะถูกความเจ็บป่วยรุนแรงครอบงำ เช่นนี้ก็อาจถอยไปเพื่อดูแลรักษาสุขภาพก่อนได้
แต่ก็ไม่ใช่ต้องรอให้สุขภาพทุกด้านสมบูรณ์พร้อมค่อยมาปฏิบัติ แบบนั้นก็อาจต้องรอไปเกิดใหม่เป็นกายทิพย์โน่น สรุปคือต้องมีปัญญาแยกแยะให้ดี และมีสติระลึกรู้ตามจริงไม่ปรุงแต่งเอาเอง
ส่วนการเตรียมตัวก่อนไปเข้าคอร์สยาว ก็ให้เตรียมอย่างปกติค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไรล่วงหน้า แม้ถ้าเข้าไปแล้วเกิดมีปัญหา ก็ว่าไปตามเนื้อผ้าตอนนั้น และพยายามอย่าไปกังวลเกินความเป็นจริง
ให้ใจมีสติและตามดูไป อย่าให้จิตปรุงแต่งเพิ่มเองจนเรื่องไม่จริงกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาในจิตเรา หรือคิดจนเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ 🌸
จิตที่พิกลพิการจึงจะทำร้ายเราค่ะ ไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางกาย
ความเจ็บป่วยทางกาย ทำร้ายได้ที่กาย แต่ไม่ทำให้เราเป็นบุญหรือเป็นบาป
จิตเท่านั้นที่ก่อบุญสร้างบาปได้
นอกจากนั้น ในเมื่อโรคทางกายมีสองแบบหลัก คือที่รักษาได้ กับ ที่รักษาไม่ได้
ถ้าโรคนี้รักษาได้ ก็ให้รักษาไป ตามนั้น ไม่ต้องใช้จิตคิดเผื่อสะระตะ
ถ้าเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ ก็ฝึกจิตให้ยอมรับกับมัน แล้วหันมาเร่งขวนขวายในธรรมะของตนให้จงหนัก จิตที่พัฒนาได้สูงจริงจะคลายทุกข์ให้ได้ทั้งหมด เพร่ะหมดกังวลในตัวตนของตนแล้ว
นอกจากนั้นในหลายกรณี จิตสูงที่เป็นกุศลขั้นสูงนี้ ยังไปลดกำลังกรรม เก่าให้บรรเทาลง หรือบางกรณีถึงขั้นทำลายกำลังของกรรมเก่าได้ทั้งหมด 🌸
ดังนั้น เมื่อเราใจวาง ทุกข์ก็หมดค่ะ
แม้โรครุมเร้า ก็ไม่ได้ทำให้เราทุกข์ได้
ตรงกันข้ามคนที่ใจเสียหาย ต่อให้ไม่มีโรค ไม่มีปัญหาอะไรหนักหนา กลับถูกทุกข์เร่าร้อนกลุ้มรุมแผดเผา เพราะใจนั้นเอง เป็นผู้กำหนดว่าจะขอเป็นทุกข์ 🌸
ส่วนที่ถามว่าตนเองขาโหดไหม ขาดเมตตาไปไหมนั้น
จากที่เขียนมาปรารภแบบนี้ แสดงถึงจิตที่เมตตางดงามค่ะ
จิตดี เจตนาดี ปรารถนาดี
อย่างนี้ก็เป็นกุศลแล้วค่ะ 🌸