อยากทราบว่า AT มีกฏและข้อปฏิบัติอะไรบ้าง
อยากทราบว่าATหรืออาจารย์ผู้ช่วยในแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า
เค้ามีกฏและข้อปฏิบัติที่ต้องรักษาเอาไว้มีอะไรบ้างครับทั้งภิกษุและฆราวาส ถ้าเป็นความลับห้ามบอกก็ไม่เป็นไรครับ แต่ถ้าอาจารย์จะบอก
ขอแบบให้เหตุผลด้วยว่ากฏข้อนี้ทำแบบนี้เพราะเหตุผลอะไรช่วยเมตตาขยายความด้วยครับ ในความเข้าใจของผมการที่ATมีกฏข้อปฏิบัติต่างๆก็ไม่ต่างอะไรกับศีลของพระที่ต้องรักษาเพื่อพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์และเพื่อเหตุผลเพื่อความหลุดพ้นจากสังสารวัฏ จากที่ผมเคยพบเห็นมาATส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกันคือทำตัวติดดิน(พูดแบบบ้าน)ไม่อยากได้ใคร่มีในสิ่งสมมุติใดแต่ดำรงชีวิตเพื่อตนเองและผู้อื่นอย่างแท้จริงไม่ปรารถนาสิ่งใดนอกจากตนและผู้อื่นมีความสุข ลักษณะของATเป็นลักษณะที่น่าเคารพศรัทธา ต่างจากพระภิกษุส่วนใหญ่ที่พบเห็นกันได้ทั่วไป ที่เห็นศีลเป็นเพียงข้อบังคับของพระธรรมวินัย แต่ทว่าดำรงตนอย่างไม่เข้าใจในศีลนั้นเสียเลย จึงไม่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดเพียงเพราะเหตุที่ตนไม่เข้าใจและถือเสียว่าเป็นข้อปฏิบัติที่ทำๆต่อๆกันมาเพียงเท่านั้น การทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากพิธีกรรม
A: เรื่องนี้ ขออธิบายภาพกว้างๆก่อนลงไปที่คำตอบนะคะ
ไม่ว่า AT หรือ พระภิกษุสงฆ์ ต่างก็ยังเป็นปุถุชนค่ะ ดังนั้นเมื่อยังไม่ได้เป็นอริยบุคคล ความประมาทยังมีในฐานะปุถุชนอย่างเต็มเปี่ยมค่ะ
จิตแม้ได้รับการขัดเกลาด้วยธรรมะ ย่อมละเอียดประณีตขึ้น แต่จิตยังไม่หลุดพ้นจากบาปค่ะ
เพราะตราบเมื่อกิเลสยังมีในจิต การล่วงละเมิดศีล ล่วงจริยธรรม ย่อมยังมีได้
แต่อาจไม่หยาบ ไม่หนักหนามากเท่าขั้นของคนที่อยู่ทางโลกเต็มตัว
การบวชเป็นพระสงฆ์(อย่างตั้งใจด้วยกุศลจิต) กับการทำงานเป็นตัวแทนท่านอาจารย์ในงานเผยแพร่ธรรมปฏิบัติ ก็ต้องได้รับการอบรมจิตมาด้วย จิตจึงมีความเป็นกุศลเป็นฐานที่ดี
แต่ก็ยังไม่ได้ความสมบูรณ์ของการหลุดพ้นจากกิเลส
ในท่ามกลาง AT ทั่วโลก แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เน้นความสำคัญของการทำหน้าที่ AT ต่างกัน
เช่นเดียวกับพระสงฆ์ ที่ท่านก็ใส่ใจต่างกัน
ท่านที่เล่าเรียนธรรม จะสุขุมกว่าท่านที่ไม่เรียน เพราะความรู้ในธรรม ทำให้ท่านรู้ที่ควรไม่ควร ส่วนท่านที่ปฏิบัติธรรม ก็ขึ้นกับว่าปฏิบัติแบบไหนด้วย ก็จะมีอาจาระที่สุขุมตามธรรมะที่ตนได้
พระสงฆ์ท่านที่เน้นทางพระวินัย ท่านก็จะเข้มกับศีลปาฏิโมกข์ ถือศีลแบบเป๊ะ จนบางท่านตึงเกินไปจนขาดเมตตาและขาดคุณสมบัติอื่น
พระสงฆ์ท่านที่เน้นการพัฒนาวัดและศาสนสถาน ท่านก็ย่อมมุ่งที่งานการจัดการต่างๆ
พระสงฆ์ท่านที่เน้นทางการศึกษา ท่านก็จะมีความรู้สูง เป็นนักวิชาการ ในทางธรรม แต่ขาดส่วนอื่น
พระสงฆ์ท่านที่เน้นทางการปฏิบัติ ถ้าเน้นปฏิบัติสมาธิ ก็จะมีลักษณะหนึ่ง ถ้าเน้นวิปัสสนา ก็จะมีอีกลักษณะหนึ่ง
ความเป็นพระภิกษุที่สมบูรณ์ที่สุด ต้องทำตามที่พระพุทธองค์ตรัสสั่งไว้คือ ต้องถึงทั้งคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ
พระสงฆ์ ที่ถึงพร้อมทั้งสองนี้มีไม่มาก จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่เราจะเห็นความหลากหลายของท่าน
ในส่วน AT ก็เช่นกันค่ะ ท่านที่เน้นกฏระเบียบก็จะมีความเป๊ะในการแสดงออกต่างๆทางพฤติกรรม
ท่านที่เน้นการบริหารจัดการ ก็จะเน้นการทำงานด้านจัดการดูแลในเรื่องต่างๆ ของศูนย์
ท่านที่เน้นการปฏิบัติด้วยศรัทธา ก็จะมุ่งการนั่งปฏิบัติแบบมากชั่วโมง
ท่านที่ศึกษทั้งปริยัติและเน้นปฏิบัติ ก็จะทั้งศึกษาและปฏิบัติไปด้วยกัน เพื่อให้เข้าถึงธรรมอย่างถูกต้อง จะเน้นการใช้ปัญญาในทางธรรม
ทั้งนี้ เป็นปกติของแต่ละคนที่มีความต่างกันโดยพื้นจิต
พระสงฆ์ท่านมีปาฏิโมกข์ศีล 227 ข้อให้รักษา ซึ่งระวังรักษาได้ยากกว่าปุถุชนที่มีเพียง 5 ข้อ
AT ก็ถือเพียงศีล 5 ค่ะ เว้นแต่เวลาเข้าปฏิบัติในคอร์ส แต่เวลาสอนไม่ต้องค่ะ เว้นแต่จะเลือกถือเอง อาจมีบางท่านตั้งใจถือศีล 8 ตลอด หรือถือในวันพระและวันโกน หรือวันที่ตั้งใจ
เป็นภิกษุสงฆ์ที่มีข้อกำหนดตามพระวินัยถึง 227 ข้อ ย่อมมีความยากลำบากกว่าปุถุชน กว่า AT ในการดำรงอาจาระให้เหมาะควรทุกเวลาทุกนาที
เว้นแต่จิตจะถูกฝึกฝนจากภายใน ศีลจึงจะเป็นธรรมชาติเนื้อแท้ของท่านได้ ไม่เช่นนั้น ท่านก็ต้องคอยระแวดระวังไม่ให้ล่วงศีล เพราะใจท่านยังไม่ transform จากข้างใน เราจึงพบว่าพระสงฆ์ท่านต้องอาบัติได้บ่อยๆ
กฏของสงฆ์มีมากกว่าและเคร่งครัดกว่า เลยบางทีดูเหมือนบางท่านจะเหมือนหละหลวมย่อหย่อน แต่ก็ยังถือว่ามีศีลกว่าปุถุชน
ตราบใดที่ท่านไม่ต้องอาบัติปาราชิก ซึ่งถือว่าเป็นบาป ข้ออื่นๆท่านอาจมีพลาด แต่ศีลที่เหลือของท่าน ก็ยังสูงกว่าปุถุชน รวมถึง AT ค่ะ
อย่างไรก็ดี ยังมีมีพระภิกษุที่จิตใจท่านลึกซึ้งในธรรม แต่บุคลิกของท่านอาจดูไม่เรียบเนียน เพราะท่าทางและนิสัยเดิมเป็นสิ่งติดมาตั้งแต่เป็นฆราวาส
ในทางตรงข้าม มีพระภิกษุที่อาจาระงดงาม ดูเข้มน่าเลื่อมใส แต่อาจเป็นเพียงภาพพจน์ภายนอกที่ไม่ใช่เนื้อแท้ของท่าน
อีกประการหนึ่ง มีพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยเลย ที่ไม่มีความรู้เรื่องพระวินัย หรือพระธรรมใดๆ การออกบวชก็เป็นด้วยเหตุผลต่างๆกัน การศึกษาทางธรรมจึงไม่มาก หรืออาจไม่มีเลย จึงทำให้หลายท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนต้องอาบัติแล้ว หรืออาจวางตนไม่ค่อยน่าเลื่อมใส
ขอเพิ่มความรู้เรื่อง ปาริสุทธิศีล 4 นะคะ
พระภิกษุที่เดินตามพระพุทธองค์จริงๆ จะต้องฝึก 4 ตัวนี้ค่ะ เพราะนี่คือการฝึกให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์
* ปาฏิโมกขสังวรศีล การสำรวมในปาฏิโมกข์ 227 ข้อ
* อินทรียสังวรศีล การสำรวมในอินทรีย์ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
* อาชีวปาริสุทธิศีล การเลี้ยงชีพในทางที่ชอบธรรม อาชีพพระ ย่อมไม่ทำพิธีกรรม ไม่ทำนายทายทัก ไม่เกี่ยวข้องกับไสยเวท เป็นต้น
* ปัจจัยสันนิสิตศีล การพิจารณาก่อนจึงบริโภคปัจจัยสี่ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช
ซึ่งโดยทั่วไป พระสายการปฏิบัติ หรือที่เน้นปฏิบัติธรรม พระสงฆ์ที่รู้ธรรม รู้อภิธรรม ก็จะมีการวางตัวอยู่ในนี้ได้ดี
แต่ที่ดีที่สุด คือพระสงฆ์ที่ศึกษาแตกฉานทั้งธรรมปริยัติ และปฏิบัติอย่างเข้มข้นจริงจัง จะมีปาริสุทธิศีลนี้อย่างครบถ้วนโดยธรรมชาติ (นี่คือคันถธุระและวิปัสสนาธุระ)
ในส่วนของ AT ว่าพึงวางตัวเช่นไรนั้น…
ก่อนทำงานรับหน้าที่นี้ ผู้ปฏิบัติคนนั้นควรมีคุณสมบัติพื้นฐานที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของท่านอาจารย์ก่อนค่ะ
เมื่อทำหน้าที่นี้แล้ว ก็ต้องมีศีล
ซึ่งศีลที่เราควรมี ควรเป็นอธิศีล หมายถึงศีลที่เป็นบาทเป็นฐานต่อการภาวนาปฏิบัติธรรม
เทียบแล้วอาจถือได้ว่า เป็นปาริสุทธิศีล 4 ในระดับฆราวาสนั่นเอง
ซึ่งคือ ต้องมีศีล 5 และมีสัมมาอาชีวะ
และสำหรับนักปฏิบัติ พึงอินทรียสังวรศีล มีการสำรวม กาย วาจา ใจ
และพึงใช้ชีวิตที่ไม่เสพสุขเต็มที่แบบปุถุชนที่หาความสนุกสนานทางโลกียสุขเต็มที่ พึงมีความเรียบง่ายขึ้นในชีวิต เสพปัจจัย 4 ในชีวิตอย่างพอดี มีความสมถะลงจากชีวิตเดิมๆ
เพราะเป้าหมายชีวิตควรเปลี่ยนไป ควรเป็นไปเพื่อการหลุดพ้น ไม่ใช่การยึดเอากามสมบัติอีก
นอกจากนั้น ท่านอาจารย์ยังมีข้อแนะนำในการวางตัวสำหรับ AT อีกไม่น้อย ที่เราพึงปฏิบัติกายและใจตาม
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า AT แต่ละคนจะประพฤติปฏิบัติทั้งหมดนี้ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะทุกคนก็คือ ’ผู้ฝึกฝน’ อยู่
ยังไม่ใช่ผู้ที่ ’ถึงธรรม’ แล้ว
ส่วนเหตุผลที่ท่านอาจารย์ให้ AT รักษาข้อวัตรปฏิบัติเช่นนี้ ก็เพื่อความบริสุทธิ์ของจิตให้พร้อมต่อการปฏิบัติ ให้ก้าวหน้าในธรรม และสามารถทำหน้าที่ช่วยท่านอาจารย์เผยแพร่ธรรมปฏิบัติได้อย่างมีผลมีพลัง
Q: ระหว่างคอนดัคคอร์สของอาจารย์AT สามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อบุคคลภายนอกได้ไหมคะ หรือ มีข้อห้ามเหมือนผู้เข้าปฏิบัติ
A: AT ไม่ได้ถือ Noble Silent ขณะสอนค่ะ ย่อมต้องติดต่อกับภายนอกอยู่ เพียงแต่เนื้อหาจะสำรวมให้อยู่ในงานธรรมะ ส่วนตัวพี่เอง เวลาไม่ได้นั่งบนธรรมาสน์ จะมีงานจัดการกิจในคอร์สให้เป็นไปราบรื่น งานที่เกี่ยวข้องกับความก้าวหน้าในธรรมของผู้ปฏิบัติ งานทำให้เกิดกระแสและบรรยากาศธรรมะเอิบอาบในศูนย์ให้มากที่สุด งานการรักษาจิตของตนให้มีกระแสธรรมะ ทั้งโดยการปฏิบัติและโดยการศึกษาพระธรรม