ไปเข้าคอร์ส 20 วัน พบเวทนาหยาบอย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุใด
A: เป็นธรรมดาของการปฏิบัติค่ะ เราจะมีประสบการณ์จากเวทนาชนิทต่างๆสลับกันไปเสมอ เพราะมันเป็นการสำรอกกิเลสออกมาจากจิตเรา บางครั้งทั้งคอร์สก็อาจมีเวทนาเบาสบาย บางทีทั้งคอร์สก็เป็นเวทนาหยาบต่างๆ บางทีก็มีทั้งหยาบทั้งเบาในคอร์ส บางทีก็มีเวทนาแบบว่างเปล่าจับไม่ค่อยได้ ทั้งนี้ขึ้นกับว่าสังขารตัวใดปรากฏออกมา
สังขารที่ต่างกัน สังขารอันเนื่องมาจาก กรรม/กิเลส/วิบาก ที่ต่างกัน ย่อมทำให้เกิดเวทนาที่ต่างกันไป เราจึงมีประสบการณ์หลากหลายในการปฏิบัติแต่ละครั้งค่ะ
🌿ถ้ามีเวทนามีเวทนาหยาบรุนแรง ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ให้สังขารหยาบๆเหล่านี้ออกมาให้มาก โทสะชนิดต่างๆในจิต (โกรธ เกลียด กลัว เศร้า เซ็ง ซึม ฯลฯ) มันจะออกมาในประเภทเวทนาที่ไม่น่าพิสมัยทั้งหลายเหล่านั้น แต่จะออกได้จนชริงก็ต่อเมื่อ ผู้ปฏิบัติสามารถเฝ้าดูเวทนาหยาบเหล่านี้ได้อย่างปล่อยวางจริงๆเท่านั้น คือจิตต้องเป็นกลางสนิท หรือมีอุเบกขาจริงๆเท่านั้น
🌿ตลอดการปฏิบัติธรรม ย่อมจะต้องมีสังขารที่ทำให้เกิดเวทนาหยาบบ้าง ละเอียดบ้าง ทางร่างกายสลับเปลี่ยนกันไป รวมทั้งเวทนาทางใจต่างๆคือมีโทมนัสบ้าง โสมนัสบ้าง สลับกันไป ขึ้นกับว่าสังขารตัวใดจะปรากฏให้เราได้เห็นมัน
นี่เป็นการทำงานของฝึกจิตเราค่ะ เราเพียงตามดู ตามรู้ ตามยอมรับ มันอย่างที่มันเป็นเท่านั้น
🌿แต่ถ้าเราแค่ “รู้” มัน แต่ยัง “แบก”มันไว้ ด้วยการไปมีปฏิกิริยาชอบ/ชังกับมัน นี่ยังไม่ใช่การปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ
จนเมื่อเรา “วาง” มันลงด้วยอุเบกขาได้เท่านั้น จึงเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง เราจึงจะพ้นทุกข์จากมันได้อย่างสิ้นเชิง
🌿ท่านอาจารย์จึงเปรียบกับปีกนกสองข้างที่ต้องมี คือปีกข้างหนึ่งที่ต้องรู้เวทนา และปีกอีกข้างที่ต้องมีอุเบกขา (วางมันลง)
🌿การยอมรับทุกปรากฏการณ์ตามที่มันเป็นขึ้นมา ปรากฏขึ้นมา ไม่ไปดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้มันหายไป ไปพยายามให้มันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นที่เราพึงใจ การยอมรับทุกอย่างอย่างที่มันเป็น จึงจะเป็นการพัฒนาจิตที่แท้จริง พัฒนาไปสู่การเข้าถึงความเป็น ‘อนิจจัง’ ของสรรพสิ่งอย่างแท้จริง
🌿การเข้าถึงอนิจจังที่แท้เท่านั้นที่จะเปลี่ยนเราได้
ที่เราปฏิบัติหลายครั้งเรายังไม่แน่ว่าจะเข้าถึงอนิจจังจริง เพียงแต่เราแค่เชื่อหรือแค่เริ่มคิดไปในทางนั้น แต่จิตส่วนลึกยังไม่เปลี่ยน
การเข้าถึงความเป็นอนิจจังที่แท้ จะมีการเปลี่ยนแปลงในจิต ตัววิปลาสสัญญาเดิมเราของเราจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นอนิจจสัญญา
อวิชชาจะค่อยๆถูกทำลาย
ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องฝึกฝนมาก ปฏิบัติให้มาก และปฏิบัติอย่างถูกต้อง เราจึงจะถึงความสำเร็จแห่งการพัฒนาจิตเราได้
🌿ทุกความสามารถของมนุษย์ ทุกความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าทางโลก หรือทางธรรม จะเป็นไปได้ ย่อมต้องเกิดเพราะความทุ่มเทฝึกฝนที่ถูกต้อง และมีวิริยะอุตสาหะในการฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ
🌿ในคอร์สต่างๆ เราย่อมต้องมีประสบการณ์ที่หลากหลายต่างๆกัน แล้วแต่เหตุ แล้วแต่ปัจจัยในขณะนั้นๆ ที่ส่งผลเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ
ทั้งบนร่างกาย ผ่านทางความรู้สึก(เวทนา)ต่างๆทางกาย หยาบ/ละเอียด หนัก/เบา แน่นตึง/ผ่อนคลาย
และทั้งปรากฏการณ์ในจิต คิดดี/คิดร้าย ชอบใจ/เสียใจ สดชื่น/ขุ่นมัวเศร้าหมอง
🌿การเข้าปฏิบัติในคอร์สที่ยาวขึ้นนั้น เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับความก้าวหน้าในธรรม จนถึงความสำเร็จสูงสุดได้
เพราะ การปฏิบัติที่ยาวนานขึ้น เราถึงจะมีประสบการณ์ต่างๆเหล่านี้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ทำให้เราได้ขุดลอกกิเลสที่หนาทึบของเราออกมามากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น
สังขารที่ลึกมากๆ จะปรากฏออกมาก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและยาวนานเท่านั้น
🌿นอกจากนั้น จิตของเรา เมื่อได้รับการฝึกฝนนานขึ้น ย่อมมีความชำนาญในกีฬาแห่งจิตมากขึ้น มีอินทรีย์ที่แก่กล้าขึ้น รู้วิธีที่จะวางจิตให้ถูกต้องขึ้นเมื่อประสบกับประสบการณ์ต่างๆมากขึ้น ความชำนาญนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถเอาสังขารที่ลึกๆออกไปได้มากขึ้นเป็นลำดับ
🌿ธรรมปฏิบัติจึงเป็นกุศลที่สูงสุดที่มนุษย์จะพึงกระทำได้ ไม่มีบุญอื่นยิ่งกว่า เป็นยอดแห่งกุศลที่จะทำให้มนุษย์พัฒนาจากความเป็น “ปุถุชน” ผู้หนาหนักด้วยตัณหา สู่ความเป็น “อริยบุคคล” ผู้เสพบรมสุขได้อย่างแท้จริง