← 🍃ธรรมมรรคา
17323 ก.ย. 64อ่าน ~6 นาที

ขออนุญาตอาจารย์ช่วยชี้แนะ ตั้งแต่หายจากโควิดมา มีแต่ความวิตกกังวล

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ขออนุญาตอาจารย์ช่วยชี้แนะค่ะ

ตั้งแต่หายจากโควิดมา มีแต่ความวิตกกังวล คิดจนเจ็บ

หน้าอก หายใจไม่อิ่ม ไปตรวจก็ปกติ จนต้องพบจิตแพทย์ค่ะ ออกจากความคิดไม่ได้เลยค่ะ มีความกลัวไปหมด นั่งพอได้ มีฟุ้ง แต่ถ้าอยู่เฉยๆ หรือนั่งทำงานก็เผลอไปอยู่กับความคิดตลอดเลยค่ะ ไม่มีสมาธิอยู่กับงานเลยค่ะ กลัวไปหมดเลยค่ะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: เรื่องนี้ให้แก้ที่ใจค่ะ เพราะจริงๆแล้วเราไม่ได้เป็นอะไรมากเลยค่ะ เพื่อนๆที่พี่ใกล้ชิดหลายคนก็เป็นโควิดค่ะ และก็หายป่วยกันหมดแล้วด้วย

ก็เหมือนไข้หวัดใหญ่พันธุ์หนึ่งนั่นแหละค่ะ เป็นแล้วก็หายได้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่สื่อประโคม คนที่ตายจากหวัดตัวนี้มีไม่ถึง .001% และคนที่ที่ตายก็เพราะมีโรคอื่นอยู่เดิมเท่านั้น


การประโคมข่าว 24 ชม 7 วันของสัปดาห์จากบริษัทผู้ผลิตยากับสื่อทั้งหลายที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้เราถูกกระตุ้นให้จิตวิตกหวาดกลัวสูญเสียสติสัมปชัญญะกันไปค่ะ


การใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท รักษาสุขภาพกายใจให้ปกติสุข รักษาภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรงไว้ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเลยค่ะ จะไม่เจ็บป่วยได้ง่ายแล้ว

หรือต่อให้ติด ก็เหมือนคนติดไข้หวัดใหญ่ ก็ให้รักษาตัวไปอย่างถูกต้อง เมื่อหายก็คือหายค่ะ

คนเรายังติดหวัดใหญ่ได้ตั้งหลายครั้งในชีวิต


อาการกังวลในจิตเราแบบนี้ ทำให้คนเราป่วยได้มากที่สุด

นี่ไม่ใช่การป่วยที่กาย แต่ป่วยที่ใจค่ะ

ในเมื่อใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ในฐานะนักปฏิบัติ ใช้ใจเรารักษาค่ะ

จิตแพทย์ช่วยนักปฏิบัติไม่ได้ผลเท่าจิตที่เข้มแข็งของนักปฏิบัติ


ดังนั้น ถ้าเป็นพี่ สิ่งแรกที่พี่จะทำคือตัดการรับรู้การประโคมข่าวสารทั้งหลายเหล่านั้นออกจากชีวิต เพื่อให้จิตได้พัก ไม่พูดคุยเรื่องนี้ ไม่เสพข่าวเรื่องนี้ หรือไปฟังเนื้อหาเรื่องโควิดนี้ รวมทั้งไปเล่าต่อ หยุดยุ่งเกี่ยวกับเขาไปเลยสักพักใหญ่ เป็นเดือนๆไปเลยยิ่งดีค่ะ มันไม่ได้เกื้อกูลเรา

มันไม่ได้ให้คุณเรา และไม่ได้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับเรา


ให้เราเอาใจเรา มาไว้ที่สิ่งที่ทำให้เราเบิกบาน ผ่องใส เป็นสุข ดีกว่า

ไปทำสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงามต่างๆของเราไป


จากนั้น ก็ให้เชื่อมั่นในบุญของเรา

เชื่อมั่นในกุศลของเรา

ว่าเราทำความดีมาไม่น้อย

เรามีบุญ มีธรรมะคุ้มครองเรา

ถ้าเราต้องป่วย จะเป็นอะไรก็ตาม มันเกิดจากผลของกรรมเก่า เราก็ยิ้มรับมันเพื่อชดใช้หนี้เก่าๆไป พร้อมๆกับสร้างกรรมดีใหม่ๆตลอดเวลาที่มีโอกาสไป

ถ้าการป่วยนั้นรุนแรง ก็ให้คิดเสียว่า เราเคยพรากชีวิตผู้อื่น พรากสุขภาพดีๆของคนอื่นมา เราก็ขอขมา และตั้งจิตเป็นกุศลที่จะไม่เบียดเบียนใครอีกจากนี้ไป


ทำเช่นนี้ เมื่ออยู่ ก็เป็นสุข

หากต้องจากไป ก็ไปอย่างเป็นสุข

แบบนี้คือกำไรแล้วค่ะ


…ทำใจเราให้สบายเสมอ…


นอกจากนั้น…

อย่าไปตามสนใจว่าเรากำลังหายใจแบบไหนอยู่ จะหายใจแบบติดขัดก็ดี ไม่ค่อยโปร่งก็ดี โปร่งก็ดี ก็ให้มันเป็นไปตามนั้น ไม่ต้องไปใส่ใจเป็นพิเศษว่ามันเป็นแบบไหน

ไม่พยายามไปจดจ่อจับผิดมันว่าตอนนี้เราหายใจแบบไหนอยู่


การที่เราคอยจับผิด จะทำให้จิตเราเสียสมดุล เกิดอาการกังวล เมื่อจิตเสียสมดุลจึงมีผลให้กายเสียสมดุล เกิดการติดขัดต่างๆได้ ไม่เฉพาะแค่ลมหายใจ

เพราะใจที่คอยกังวลจับผิดนี่แหละ คือตัวที่ทำให้เราป่วยค่ะ ป่วยเพราะใจ


เวลาที่เราใส่ใจอะไรเกินความสำคัญของมัน สิ่งนั่นจะขยายตัวจนครอบงำสติสัมปชัญญะของเราทั้งหมด

ดังนั้นเราต้องเท่าทันจิตเรา อย่าให้ถูกครอบงำง่ายๆได้


ถ้าทำได้ ชีวิตเราก็จะค่อยๆกลับมาเป็นปกติสุข

เวลาปฏิบัติ ถ้าใจไปเกี่ยวกระหวัดเรื่องนี้มา ก็แค่รู้มัน และก็ไม่ต้องใส่ใจต่อ

ไม่เช่นนั้นใจเราจะปรุงต่อไปอีกยาวค่ะ


นอกนั้น ก็คอยเพิ่มพูนภูมิต้านทานของร่างกายไปด้วยอาหารดีๆ พักผ่อนดีๆ ออกกำลังกายดีๆ และปฏิบัติธรรมอย่างเป็นธรรมชาติ🍃