← 🍃ธรรมมรรคา
2219 ธ.ค. 67อ่าน ~5 นาที

อยากทราบสาเหตุ ของการรับรู้ความรู้สึกได้ชัดขึ้น และการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

❓ ปุจฉา (คำถาม)
เวลามีความหงุดหงิด และไม่สบายใจ สามารถสังเกตเห็นหรือรู้สึกอาการของใจได้อย่างชัดเจนมาก แบบไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นถึงความหงุดหงิดของใจ เห็นอาการหนักใจเมื่อต้องทำสิ่งที่ไม่อยาก

ขอถามว่า…เราจะบอกได้ไหมคะว่าสาเหตุที่เราเห็นอาการของใจชัดมากขึ้นเป็นเพราะเรามีสติมากขึ้น หรือเพราะความทุกข์เหล่านี้มันมีขนาดที่แรงขึ้นมากขึ้นจึงทำให้สังเกตุอาการของใจได้ชัดขึ้น
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A1: ทั้งสองกรณีค่ะ

☘️กรณีแรกเป็นเพราะสติเราไวขึ้น

ถ้าเราปฏิบัติธรรมได้ผล เราจะมีสติที่ไวขึ้น จะเห็นกิเลสที่เกิดที่เกิดขึ้นในจิตเรา ขึ้นกับว่าสติเราไวแค่ไหน

ถ้าสติเราเข้มแข็ง จิตเราจะว่องไวมากขึ้นในการตามรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในจิต เราก็จะเห็นความคิดไม่ดีต่างๆถี่ขึ้น และเห็นชัดขึ้นถึงกิเลสของเรา (โทสะกิเลส เช่น หงุดหงิดเศร้า แค้นเคือง โลภะกิเลส เช่น อยาก มานะหรือหลงตัว ทิฏฐิหรือการยึดถือความคิดตนเป็นใหญ่)

เราจะเห็นความคิดไม่ดีต่างๆในใจเราบ่อยขึ้น เหมือนเราเป็นคนไม่ดีขึ้น จริงๆแล้วเพราะจิตเรามีสติรู้ทันกิเลสมากขึ้นสำหรับผู้ที่ปฏิบัติฝึกสติต่อเนื่อง

☘️กรณีที่สอง

ถ้าเราปฏิบัติไม่ถูก คือวางอุเบกขาไม่เป็น หรือไม่ได้โยนิโสมนสิการเวลาสังขารที่เกิดจากความไม่ดีสะสมเก่าๆโผล่ขึ้นมา ใจไปปรุงแต่งเพิ่ม หรือมีอารมณ์ร่วม ใจหวั่นไหวไหลไปตามกิเลส แทนที่จะวางเฉย แค่รับรู้ ดูมันดับไป กรณีนี้เราจะยิ่งสร้างสังขารใหม่ทวีคูณ เพราะใจสร้างโทสะใหม่เพิ่มขึ้น ไปร่วมกับโทสะเก่าๆ มี่กำลังแสดงตัวออกมา

Q2: เราจะใช้ประโยชน์จากการที่เห็นอาการของใจได้ชัดเจนมากแบบนี้ได้อย่างไรคะ

A2: เราจะได้ต้องมีอุเบกขาค่ะ ถึงจะใช้ประโยชน์ได้จากทุกประสบการณ์ที่ปรากฏขึ้นมาในทุกๆขณะ ทุกๆเวลาของชีวิต

เมื่อเราเพียงแค่ มีสติเฝ้าตามดู ตามรู้ ความไม่น่าพึงใจเหล่านั้น ด้วยใจที่สงบ ใจที่ไม่หวั่นไหว ใจที่เป็นกลาง เราจะค่อยๆพัฒนาปัญญาให้เห็นความไม่เที่ยง ความไม่มีสาระของสรรพสิ่ง

ขบวนการปฏิบัติของเรา ก็คือต้องไม่ปล่อยให้ใจไปปรุงแต่งอะไร ไม่ไปคิดเติมแต่งสิ่งที่ปรากฏขณะนั้นต่อ แต่ให้แค่เฝ้าดูเฉยๆ

โดยจะดูที่จิตที่กำลังหงุดหงิดก็ได้ แต่อย่าไปดู “เรื่อง” ที่ทำให้จิตหงุดหงิด ให้ดูที่ตัวจิตด้วยใจเป็นกลาง วางเฉย

วิธีการที่ดี ที่ท่านอาจารย์สอน คือให้เราตามรับรู้เวทนาบนร่างกายไปไม่ให้ขาดสาย การตามรู้ที่กาย จะรักษาความเป็นกลางของใจได้ง่ายกว่าการดูที่จิต เพราะถ้าเราดูจิต จิตมักจะถูกดูดให้ไปคิด “เรื่อง“ ที่เป็นสาเหตุแห่งความหงุดหงิดนั้น จิตก็เผลอไปเกิดไม่พอใจต่อ กลายเป็นการปรุงแต่งเพิ่มเข้าไปอีก เพิ่มสังขารใหม่เข้าไปอีก

การตามรู้กาย รู้เวทนาทางกาย รู้อย่างต่อเนื่อง รู้เวทนาอย่างเต็มจิต ความสนใจทั้งหมดทั้ง 100% พึงไปอยู่ที่การรับรู้เวทนา ไม่ไปสนใจเรื่องอื่นๆ ตามรู้ต่อๆกันไปจนความขุ่นมัวต่างๆหมดวาระการส่งผล มันก็จะหมดไปจากใจเอง นี่เป็นการใช้ประโยชน์จากการเห็นความไม่ดีในจิตของเรา เช่น เห็นความหงุดหงิดในจิตของเรา ความคิดร้ายๆในจิตของเรา