ความรู้สึก แค่รับรู้ และแค่วางไป
เย็นภายนอกค่ะ เริ่มจากเย็นที่ท้ายทอย แล้วเย็นตลอดศรีษะ แล้วก็เย็นทั่วร่างกายค่ะ
เย็นทั้งวันคือเย็นกายแบบเดียวกันค่ะอาจารย์
▪️คำตอบ
▪️คำถาม
A: ที่หนูถามว่ามันเป็นอาการอะไร ขอตอบว่ามันคือเวทนาชนิดหนึ่งเท่านั้นค่ะ
(ที่อาจารย์ถามหนูกลับไปถึงรายละเอียดของประสบการณ์ เพียงเพื่อจะตรวจสอบดูว่ามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ในการปฎิบัติเท่านั้นค่ะ)
ทุกๆ เวทนา ทุกๆ ความรู้สึก บนร่างกายล้วนมีสาเหตุต่างๆ กันไปค่ะ เราไม่อาจทราบสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าแต่ละเวทนานั้นเกิดจากสาเหตุใดแน่ และอาจไม่ใช่เพียงสาเหตุเดียวที่ทำให้เกิดเวทนาชนิดนั้นๆ ในขณะนั้นด้วย
ผัสสะ (การกระทบ สัมผัส) เป็นปัจจัยให้เกิดเวทนา
ผัสสะ กระทบทั้งทางกาย (ทางทวารต่าง ๆ ตา หู จมูก ลิ้น กายทวาร) และทางใจ (มโนทวาร)
เมื่อเกิดผัสสะทางกาย เช่น ตา กระทบกับรูป, หู กระทบกับเสียง ฯ
หรือ ผัสสะทางใจ คือ ความนึกคิด กระทบกับจิต
“เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่งจะเกิดขึ้นตามมาทันที”
ทุกเวลาของชีวิต จะมีผัสสะเกิดขึ้นตลอดเวลา (ที่ทวารต่างๆ) ไม่เคยหยุด
ดังนั้นเราจะมีเวทนาเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่เคยหยุดเช่นกัน
ส่วนสิ่งที่มากระทบทวารต่างๆของเราทุกเวลานั้นเราไม่สามารถทราบได้ทุกๆ การกระทบ กล่าวคือ จิตเราไม่อาจไปรับรู้ตามทันได้ทุกสัมผัส
เนื่องจาก จะมีผัสสะมากระทบเราอยู่ตลอดเวลา ในหลายๆ ทวารพร้อมๆ กัน
ในขณะหนึ่งๆ จึงกำลังมีหลายๆ ผัสสะกระทบทวารมากกว่าหนึ่งทวารอยู่เสมอ
ดังนั้น ขณะหนึ่งๆ จึงเกิดเวทนามากกว่าหนึ่งชนิดในทวารต่างๆ อยู่ตลอดเวลาด้วย
และผลรวมของเวทนาเหล่านั้น คือเวทนาที่ปรากฏขึ้นมาให้เรารู้สึก เวทนา รวมๆ นี้เกิดขึ้นทุกเวลา เกิดอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยหยุดเลย (เพียงแต่เราจะมีสติไปรับรู้ทุกเวทนาในแต่ละขณะได้หรือไม่เท่านั้น)
ในบางครั้ง บางผัสสะอาจกระทบแรงกว่า ชัดกว่า ในบางทวาร
ซึ่งก็จะมีผลของเวทนาจากผัสสะนั้นชัดกว่าขึ้นมา เช่น ถูกมดกัดบนแขน ขณะที่ลมพัดเย็นถูกต้องที่ขา และตาก็กำลังกำลังเห็นคนเดินอยู่ ทุกผัสสะกำลังทำให้เกิดเวทนาบางอย่างอยู่บนส่วนหนึ่งๆ ของเรา แต่จิตเราจะไปรับรู้เวทนาจากผัสสะเด่นอันเดียว คือความเจ็บจี๊ดจากมดกัด เพราะมันชัดที่สุด
ณ ขณะนั้นเวทนาอื่นๆไม่เด่น แต่มันก็มีเวทนาอื่นๆเกิดขึ้นอยู่ด้วยทุกขณะ
เพียงแต่เวทนาที่ชัดจากการถูกกัดทำให้จิตถูกเรียกให้ไปสนใจความเจ็บนั้น
แต่ถ้าแต่ละเวทนาที่มีอยู่ ไม่ปรากฏชัดเด่น จิตเราก็จะรับรู้เป็นอาการรวมๆไป
บ่อยครั้ง เราจึงรู้สึกเหมือนกำลังมีความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียก บรรยายไม่ได้ แค่กำลังรู้สึกตัวอยู่ กำลังรับรู้บางอย่างอยู่บนร่างกายส่วนนี้
ปกติแล้ว ผู้ไม่เคยปฏิบัติฝึกสติให้ตามรู้เวทนามาก่อนเลย จิตจะไม่ไวต่อการสังเกตความรู้สึกบนร่างกาย จะรู้สึกได้ก็ต่อเมื่อความรู้สึกนั้นชัดเจน หรือ รุนแรง เช่น ความร้อน ความหนาว ความเจ็บปวด ความแสบคัน ฯลฯ
แต่ผู้ที่เคยฝึกสติให้รับรู้เวทนาจะมีความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกบนร่างกายได้ละเอียดกว่า (แม้ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนกว่า หรือเบาบางกว่า ก็รับรู้ได้เพราะสติมีความว่องไวขึ้น )
และยังจะสามารถรับรู้ได้ถี่กว่า บ่อยกว่าการรู้ตัวของคนทั่วไป
ทั้งนี้ ความละเอียด และความถี่ ของการรับรู้ จะขึ้นอยู่กับกำลังสติของแต่ละคน
ดังนั้น ในส่วนของที่มาของเวทนาอันเป็นผลรวมของผัสสะต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ เราย่อมไม่สามารถไปหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดผลรวม เป็นอาการต่างๆบนร่างกายได้
กลับมาตอบคำถามหนูนะคะ
เพราะหนูกำลังกำหนดรู้เวทนาต่างๆอยู่
สติจึงทำงานให้หนูรับรู้ (ผลรวม) จากผัสสะที่มีผลเป็นเวทนาที่มีความเย็นรู้สึกเย็นเด่นชัด หนูถึงรู้สึกถึงความเย็นนั้น
ซึ่งความรู้สึกเย็นนั้น ก็อาจเกิดขึ้นจากสัมผัสทางกายบางอย่างที่ทำให้เย็น หรือ เกิดจากความรู้สึกเย็นจากภายในบางอย่าง
ในเวทนาชนิดอื่นๆ ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทุกเวทนา ทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกแบบไหน
(จะร้อน จะสั่น จะเจ็บ จะคัน จะอะไรๆก็ตาม)
ก็ทำนองเดียวกันทั้งหมดค่ะ มันล้วนมีสาเหตุที่เราไม่สามารถสืบสาวไปถึงที่มาที่แท้จริงได้หมด
จึงป่วยการที่จะไปพยายามทำความเข้าใจ หรือค้นหามันค่ะ
หน้าที่เราเพียงแค่รับรู้อย่างที่มันเป็นเท่านั้น
โดยสรุป เราไม่สามารถไปรับรู้สาเหตุที่ “แท้จริง” หนึ่งใด ของแต่ละเวทนาที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติได้เลย
และมันก็ไม่มีความสลักสำคัญใดๆกับเรา ให้เราต้องไปทราบสาเหตุ หรือไปเข้าใจที่มาของเหตุเหล่านั้นด้วยค่ะ
เพราะมันก็คืออนิจจังเท่านั้นเอง
🌷แต่ละเวทนา ก็อนิจจัง
🌷แต่ละผัสสะอันเป็นสาเหตุของเวทนา ก็อนิจจัง
🌷แต่ละการไปรับรู้เวทนาของจิต ก็อนิจจัง
🌷จิตเราที่ไปรู้มัน ก็อนิจจัง
อีกอย่างหนึ่งที่อาจารย์ขอเพิ่มเติม สำหรับหนูนะคะ คือ ครั้งแรกเมื่อเกิดความรู้สึกเย็นวาบขึ้นที่บริเวณท้ายทอย
ถ้าตอนนั้นหนูกำหนดรู้สึกถึงมันแล้วจบเพียงเท่านั้นได้ คือจิตไม่ไปเอะใจกับความเย็นนั้น
ความเย็นนั้นก็จะหมดไปจากความสนใจของหนู
เพราะหนูวางมันได้แล้ว
แม้ความรู้สึกเย็นนั้นอาจเกิดขึ้นต่อไปสักพักนึง แต่แล้วมันก็จะจบไปของมันเองอยู่ดีในที่สุด
แต่เมื่อเราไปสนใจมัน ไปเอะใจกับมัน ไปให้ค่ากับมัน จิตของเราในส่วนลึก ก็เริ่มปรุงแต่งกับความรู้สึกนั้น
และจิตจะสามารถสร้างความรู้สึกเย็นชนิดเดียวกันนั้นให้เกิดขึ้นต่อไปในส่วนต่างๆของร่างกายได้
คือเราได้กำลังสร้างความรู้สึกชนิดนี้อย่างไม่รู้ตัว
การที่เราสนใจแต่ความรู้สึกชนิดนี้ และละเลยไม่ใส่ใจกับความรู้สึกอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นตามความเป็นจริง จิตเราได้แอบมัวไปจดจ่อกับความรู้สึกเย็นเพียงอย่างเดียวแล้ว
จิตจึงเริ่มปรุงแล้ว และเชื่อสิ่งที่ปรุงแล้วนั้นว่าจริง เราจึงเหมือนกับว่าจะรู้สึกเย็นไปตามส่วนต่างๆด้วย
กล่าวคือเราได้เอาความรู้สึกเย็นอย่างนั้น (ที่เราปรุงแต่งเองและเราปักใจเชื่อนั้น) ไปใส่ที่ส่วนต่างๆตามร่างกายด้วยโดยไม่รู้ตัว
นี่คือการปรุงแต่งจิต ซึ่งสามารถมีผลให้ปรุงแต่งจนเกิดความเย็นรู้สึกเย็นขึ้นมาได้เช่นกัน
อย่าลืมว่าจิตของมนุษย์เรานั้นมีกำลังมากๆ
คนที่มีอาการเจ็บป่วยในบางส่วนของร่างกาย หากจิตของคนคนนั้นมีความเชื่อฝังใจ ว่าบริเวณนั้นเจ็บปวด ความรู้สึกเจ็บปวด ณ บริเวณนั้น ก็สามารถจะทวีขึ้นไปเรื่อยๆได้จริง
เพราะจิตได้เริ่มสร้างความเจ็บปวดใหม่(ในใจ) เพื่อไปขยายความเจ็บปวด(ทางกาย) เดิมให้มากขึ้น
จิตของมนุษย์เรานั้นจึงสามารถทำให้เรามีอาการของโรคต่างๆได้ เพราะการปรุงแต่งนี้เองค่ะ
ยิ่งเชื่อหนัก จิตยิ่งปรุงแต่งหนักอาการเหล่านี้ก็ยิ่งหนักขึ้น หนักขึ้น จนป่วยจริงจัง
ขอเสริมว่า อาการซึมเศร้า อาการหวาดกลัวทางใจต่างๆ ก็เช่นกันค่ะ
จิตที่ปรุงแต่งสิ่งใดอย่างหนัก
ปรุงบ่อยๆ บอกตัวเองบ่อยๆ และไปฝังใจเชื่อเต็มที่ จะทำให้เราเป็นอาการเช่นนั้นจริงๆขึ้นมา
เพราะเราหมั่นสร้างมันเองในใจเรา และไปสร้างมันซ้ำๆ ซ้ำๆ จนมันเริ่มเป็นรูปธรรม เริ่มบั่นทอน ทำลายสภาพจิตที่ปกติของเรา ไปสู่สภาวะจิตที่ล้มเหลว
ดังนั้นในกรณีของหนู ถ้าหนูหยุดใส่ใจมันตั้งแต่เมื่อมันเกิดขึ้น และแค่รู้แต่ว่ามันคือความไม่เที่ยงชนิดหนึ่ง เท่านั้น
ถ้าทำเช่นนั้นได้ ขณะนั้นจิตหนูกำลังสมดุลย์ เป็นกลาง และเป็นอุเบกขาอย่างแท้จริงอยู่ค่ะ
ต่อให้ความรู้สึกเย็นนั้นจะเกิดอีก หรือไม่เกิด หนูก็วางมันไปแล้วงานของหนูเกี่ยวกับความเย็นนั้น ณ ขณะนั้น ก็จบไปแล้ว
หากมันเกิดอีก ก็แค่รับรู้มันว่ามันเป็นอนิจจังที่เกิดอยู่
วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง คือ
อย่าไปให้ชื่อกับความรู้สึกต่างๆ
อย่าไปให้ค่ากับความรู้สึกต่างๆ
อย่าไปประเมินอะไรเลยกับความรู้สึกต่างๆ
แค่รับรู้และแค่วางไป ทำเพียงเท่านี้ค่ะ
28 ก.ค. 68
รายชื่อหัวข้อทั้งหมด
https://sites.google.com/view/list-question