← 🍃ธรรมมรรคา
25125 มิ.ย. 68อ่าน ~11 นาที

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เคารพ เลื่อมใส ศรัทธา พระพุทธเจ้าอย่างยิ่งยวด

❓ ปุจฉา (คำถาม)
มีคนเคย comment ว่าการปฏิบัติธรรมแนวทางนี้ มีที่มาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า เหตุใดท่าน อ.โกเอ็นก้า จึงไม่ให้เครดิตว่าเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา หลักการของพุทธ ก็เป็นสากลอยู่แล้ว เลยเหมือนเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่าหลักสูตรวิปัสสนาสากลแทน ควรให้คนที่นับถือศาสนาอื่น ได้เข้าใจว่าพุทธที่แท้จริงสอนอะไร มีประโยชน์อย่างไรที่คนศาสนาอื่นก็ปฏิบัติแล้วได้ประโยชน์เช่นกัน… ขอถามความเห็นอาจารย์
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

▪️A : ขอแบ่งเป็น 3 ประเด็นนะคะ

▪️A1: ประเด็นแรก ที่ comment ว่า…

“…ว่าปฏิบัติธรรมแนวทางนี้มีที่มาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า เหตุใดท่าน อ.โกเอ็นก้า จึงไม่ให้เครดิตว่าเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา…”

*️⃣ ตอบ:

ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับพระพุทธศาสนา ท่านมีความเคารพ เลื่อมใส ศรัทธา ในพระบรมศาสดาอย่างยิ่งยวด

จะเห็นได้จากงานที่ท่านอาจารย์ทำตลอดอายุขัยของท่าน นับตั้งแต่ท่านเริ่มปฏิบัติธรรมเป็นต้นมา ด้วยการเผยแพร่ให้บุคคลได้พากเพียรประพฤติตนในองค์สาม คือ ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ

ในทางปริยัติ

แม้ท่านอาจารย์จะถือกำเนิดในศาสนาฮินดูแต่หลังจากท่านได้เข้าฝึกอบรมวิปัสสนา ท่านได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าตลอดมา จะเห็นได้จากการที่ท่านอาจารย์ได้แสดงธรรมในที่ต่างๆ เช่น ธรรมบรรยายในคอร์ส การตอบปัญหาธรรมที่มีบันทึกไว้ การแสดงปาฐกถาในที่ต่างๆ รวมทั้งการสวดมนต์บาลี และท่านยังทรงจำบทสวดมนต์บาลีที่ยาวมากได้เป็นจำนวนมากมาย เช่น ธัมมจักกัปปวัตนสูตร สติปัฏฐานสูตร คิริมานนทสูตร พระปริตร 12 ตำนาน ตีกปัฏฐาน ฯลฯ อีกมาก

ซึ่งบทสวดเหล่านี้ล้วนเป็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มีในพระคัมภีร์พุทธศาสนา

งานที่ใหญ่มากอีกงานในทางปริยัติ คืองานที่ท่านอาจารย์จัดให้มีการแปล และพิมพ์พระไตรปิฎกทั้งหมดจากภาษาบาลีเป็นอักษรเทวนาครี (ภาษาฮินดี)

ยังมีงานอื่นๆอีกมากค่ะ

งานด้านปฏิบัติ

เราคงเห็นได้ชัดจากการจัดหลักสูตรปฏิบัติธรรมตั้งแต่ 10 วันขึ้นไปจนถึง 60 วัน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ลงมือประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยพระบาทของพระบรมศาสดา

ด้านปฏิเวธ

คัมภีร์พระอภิธรรม ได้จัดการที่ผู้ปฏิบัติ ที่สามารถเข้าถึงวิปัสสนาญาณขั้นอุทยพยญาณ (ญาณลำดับที่ ๔ ในโสฬสญาณ ๑๖) เป็นต้นไป ถึงปฏิเวธ โดยเป็น “โลกียปฏิเวธ” คือปัญญาญาณที่เข้าถึงอนิจจังได้

การปฏิบัติวิปัสสนาคือปฏิบัติสติปัฏฐาน นั้นเป็นการปฏิบัติให้เกิดปัญญาในส่วน “เหตุ”

ต่อเมื่อผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติจนได้วิปัสสนาญาณ (ตั้งแต่ญาณลำดับที่ ๔ เป็นต้นไปจนถึงญาณ ๑๑) จึงจะเรียกว่าได้ปัญญาจริง เป็นปัญญาที่เป็น“ผล” ของการฝึกปฏิบัติสติปัฏฐานจนจิตหยั่งถึงไตรลักษณ์อย่างแท้จริง

ผู้ปฏิบัติต้องได้ปัญญาขั้นนี้เท่านั้น จึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยจากภายใน เริ่มละกิเลสได้

การหยั่งถึงไตรลักษณ์ระดับนี้ จัดว่าเป็นปฏิเวธ แต่เป็นปฏิเวธในระดับ “โลกียะ” เรียกว่าเป็นโลกียปฏิเวธ

ขั้นนี้เท่านั้น จึงเริ่มมีการประหารกิเลสอย่างแท้จริง

แต่ยังไม่ได้ประหารอย่างสิ้นเชิงชนิดเด็ดขาดถอนรากโคนจนกิเลสกลับมาอีกไม่ได้ ประหารได้ในแต่ละขณะที่จิตดำเนินอยู่ในวิปัสสนาขั้นเหล่านี้

ต่อเมื่อปฏิบัติต่อไปๆ จนได้ญาณ ๑๔ หรือมรรคญาณ ซึ่งเป็นโลกุตตระ จึงจะเป็นปฏิเวธขั้นจิตหลุดพ้นจากกิเลสถาวรได้จริง เป็น “โลกุตตรปฏิเวธ”

ปหานกิเลสชนิดที่เด็ดขาด กิเลสที่ถูกประหารไปแล้วนั้นจะไม่สามารถเกิดได้อีกเลยในจิตของคนผู้นั้น

ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติโดยเดินตามเส้นทางที่ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าสอนอย่างถูกต้องย่อมได้ปัญญาถึงขั้น “ผล” จนถึง การบรรลุมรรคผลในที่สุด

นี่คืองานที่ท่านอาจารย์เดินตามพระพุทธเจ้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธา สักการะอย่างสูงสุด ท่านทั้งเจริญ ปริยัติ ปฏิบัติปฏิเวธ ด้วยตนเอง และยังสอนหมู่คณะคือพวกเราให้ได้เดินทางเส้นนี้เพื่อไปสู่ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธได้ด้วยเช่นกัน

▪️A2: ประเด็นที่สอง ที่ว่า…

“…หลักการของพุทธก็เป็นสากลอยู่แล้ว เลยเหมือนเลี่ยงบาลีไปใช้คำว่าหลักสูตรวิปัสสนาสากลแทน…”

*️⃣ ตอบ:

ท่านอาจารย์เน้นเพียงคำว่าธรรมะเป็นสิ่งสากลค่ะ ท่านไม่ได้เน้นว่าเป็นวิปัสสนาสากล ท่านอาจารย์พูดในธรรมะบรรยาย อย่างชัดเจนว่า วิปัสสนาเป็นความจริงที่มีอยู่มาตลอดแต่เดิม เป็นธรรมชาติที่มีมาตลอดแต่เดิม ที่มนุษย์ไม่รู้จักเองเท่านั้น แต่ทว่า พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ค้นพบทรงค้นพบวิปัสสนานี้ หรือ คือ การรู้ตามความเป็นจริงแท้ของสรรพสิ่งในโลก

และเมื่อพระพุทธองค์ทรงค้นพบความจริงนี้ขึ้น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งท่านก็ได้ทรงสั่งสอนเวไนยสัตว์ทั้งหลายให้ประพฤติปฏิบัติตาม

▪️A3: ประเด็นที่สาม ที่ว่า…

”…ควรให้คนที่นับถือศาสนาอื่นได้เข้าใจว่าพุทธที่แท้จริงสอนอะไร มีประโยชน์อย่างไร ที่คนศาสนาอื่นก็ปฏิบัติแล้วได้ประโยชน์เช่นกัน…“

*️⃣ตอบ:

ผู้คนที่มีจิตใจใฝ่ดี สนใจเรื่องของจิต สนใจหลักการใช้ชีวิตที่ดีงามอย่างลึกๆ เท่านั้นที่อาจจะอยากรู้เกี่ยวกับหลักศาสนาพุทธ ใช่ว่าคนทั่วไปทั่วโลกจะสนใจเรื่องของจิตใจ และเมื่อพวกเขาเหล่านี้เริ่มศึกษา ทั้งจากการอ่านและการปฏิบัติ พวกเขาย่อมเห็นได้เอง ว่าพุทธศาสนาคือหลักการใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติที่ทำให้ผู้คนมีความสุขที่แท้จริงได้

แต่คนทั่วไปใช้ชีวิตปกติ ไม่มีพื้นฐานทางศาสนาของตนเองด้วยซ้ำ ย่อมไม่สนใจที่จะรู้ว่าศาสนาพุทธคืออะไร และช่วยเหลือชีวิตได้อย่างไร

ดังนั้น ต่อให้ท่านอาจารย์พูดถึงพระพุทธเจ้าและคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างมากมาย ก็ใช่ว่าบุคคลทั่วไปจะเข้ามาสนใจติดตาม

จะมีก็แต่เฉพาะคนที่มีบารมีที่จะพ้นทุกข์ได้อยู่แล้ว หรือคนที่มีปัญญาลึกซึ้งทางจิตใจ ทางชีวิต เข้าถึงความทุกข์ของการเกิดในโลก ที่จะได้ขวนขวายแสวงหาการปฎิบัติแนวทางชีวิตแบบอื่นเพื่อออกจากทุกข์ในโลกนี้

ผู้ที่มีบารมีเหล่านั้น แม้อาจไม่ได้เกิดมาในวัฒนธรรม หรือความเชื่อในแบบพุทธ เขาก็จะแสวงหาชีวิตที่ต่างจากชาวโลกทั่วไปที่ยังมัวเมาอยู่กับกามสุขอยู่

ซึ่งหากพวกเขาเหล่านี้ไม่มีพื้นฐานความเชื่อในพุทธศาสนา หรือมีความยึดมั่นในคำสอนหรือศาสนาเดิมของตน พวกเขาอาจพลาดโอกาสพบธรรมะไปตลอดชีวิตถ้าท่านอาจารย์เน้นความเป็นพระพุทธศาสนาในการจัดอบรมการปฎิบัติธรรมในหลักสูตรขั้นต้น

ท่านอาจารย์จึงสามารถช่วยเหลือให้ผู้คนมากมายในโลกได้ ให้ได้มาลงมือปฏิบัติธรรมด้วยตัวเอง โดยปราศจากอคติ

เพราะการใช้หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ซึ่งก็คือหลักธรรมชาติของโลกนั้นคือวิธีการที่แยบยลที่สุด

ทำให้พวกเขาสามารถปฏิบัติตามได้อย่างไม่มีอคติลำเอียง หรืออึดอัดใจ

และเมื่อเขาปฏิบัติจนได้ผลเอง เขาย่อมเกิดปัญญารู้ชัดของตนเองขึ้น พวกเขาก็มีจิตเข้าถึงความเป็นพุทธะได้ด้วยตนเองในที่สุด