ปฏิบัติแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า จะปวารณาตัวรับคำชี้แนะจากพระอาจารย์ท่านอื่นได้หรือไม่?
วันนึงน้องชายชวนไปกราบพระอาจารย์รูปหนึ่งที่น้องชายเคารพ แล้วแนะนำให้ดิฉันปวารณาตัวเพื่อที่พระอาจารย์สามารถชี้แนะเพิ่มเติมเรื่องการปฏิบัติ
จึงเรียนถามอาจารย์ว่า ดิฉันสามารถทำได้หรือไม่คะ
270-1ปฏิบัติแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า จะปวารณาตัวรับคำชี้แนะจากพระอาจารย์ท่านอื่นได้หรือไม่?
☑️ A1: เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจอย่างละเอียดมากค่ะ
ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในจิตของเรา ทุกสิ่งที่เราประสบในแต่ละขณะของชีวิต จะถูกประทับเป็นความทรงจำ หรือ ‘สัญญา‘ ในจิตเรา
หากความรู้นั้นไม่ถูกต้อง แต่เรายังไม่มีปัญญาที่ลึกซึ้งพอที่จะแยกแยะจริง เราย่อมจะหลงเชื่อตามความรู้นั้นได้
ยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรมเพื่อการหลุดพ้นแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก ที่ต้องระมัดระวังสูงสุด
ผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมาก แม้จะปฏิบัติมายาวนานทั้งชีวิต ก็สามารถเดินทางผิดทั้งชีวิตได้ ธรรมปฏิบัติตลอดชีวิตนั้นกลับกลายเป็นโมฆะไป คือเสียทั้งชาติไป หากก้าวเดินผิด
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รู้หลักของการปฏิบัติอย่างถูกต้องจริงๆ (ในระดับภาวนา ไม่ใช่แค่ระดับพิจารณาขบคิดเอา) เช่น
รู้ว่า นี่คือการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสงบภายใน หรือสมาธิ
นี่คือการปฏิบัติเพื่อให้เกิดปัญญา (ภายใน) ที่แท้ ในการก้าวไปสู่ความหลุดพ้นจากสังสารวัฏฏ์
การปฏิบัติธรรม ต้องให้ได้ปัญญาในขั้นภาวนามยปัญญาจริงๆเท่านั้นจึงจะไม่หลงทางง่าย
ไม่ใช่ปัญญาเพียงการฟัง/อ่านเอา หรือปัญญาเพียงจากการขบคิดพิจารณาเอา
ทั้งนี้ เพราะจิตเรามีสัญญาที่วิปลาสสั่งสมไว้มาก และมีสังขาร(ที่ปรุงแต่งจากกิเลส) สั่งสมไว้มาก สิ่งเหล่านี้เหมือนเครื่องปรุงรสของจิต ไม่ได้บริสุทธิ์จากกิเลส จึงเชื่อถือไม่ได้เลย
แต่ถ้าเราปฏิบัติโดยสามารถจับหลักการปฏิบัติในจิตได้อย่างมั่นคงจริง ปฏิบัติได้ถูกต้องตามธรรมจริง มีความก้าวหน้า มีการปล่อยวางกิเลส ตัณหา อุปาทาน ปฏิบัติแล้วอวิชชาลดลงเป็นลำดับได้จริง แสดงว่าเราปฏิบัติมาถูกทางแล้ว เฉพาะกรณีเช่นนี้เท่านั้นที่เมื่อเราฟังธรรมะ หรือคำแนะนำการปฏิบัติธรรมจากแหล่งความรู้อื่นๆ เราจะไม่หลงทาง และไม่เกิดความสับสน
หากเราเดินทางถูกแล้ว ก็ขอให้เดินทางต่อไปในเส้นทางนี้ให้มั่นคง
ซึ่งหากเรามีความสนใจเพิ่มเติม ที่จะเรียนรู้พระธรรมคำสอน จากการฟังธรรม หรือการอ่านธรรมะมะเพิ่มเติม เราย่อมทำได้ เพราะมีจิตใจตั้งมั่นในเส้นทางที่ถูกอยู่แล้ว
แนวทางการปฏิบัติสายนี้ มีความลึกซึ้งอย่างยิ่ง หากปฏิบัติได้ถูกต้องจริงๆ
แต่ถ้ายังไปไม่ถึงพระธรรมในระดับที่ลึกพอจนเกิดการประจักษ์แจ้งภายใน การฟังคำแนะนำที่หลากหลาย อาจทำให้เกิดความสับสนได้ และอาจนำมาผสมผสานเอาเองตามความเข้าใจของตนเองได้
ต่อให้คำแนะนำเหล่านั้นถูกต้องและเป็นประโยชน์ แต่เราก็อาจตีความผิดไปเพราะ perception ของเรา และเพราะเราเองยังไม่มีฐานในจิตที่หนักแน่นถูกทางเพียงพอ
ผู้ปฏิบัติไม่น้อย ที่เมื่อฟังธรรมและอ่านธรรมะจากที่ต่างๆ ที่จิตจะเก็บบันทึกไว้มาเป็นสัญญา เมื่อกำลังฝึกปฏิบัติอยู่ก็จะนำสัญญาเหล่านั้นเข้ามาผสมด้วย ถ้าหลักภายในไม่มั่นคงถูกต้อง ก็จะมีผลทำให้ปฏิบัติเคลื่อนจากหลักไปอย่างไม่รู้ตัว
โดยสรุปคือ ควรจะต้องมีความลึกซึ้งในหลักการปฏิบัติในระดับภาวนาปัญญาอย่างแท้จริงให้ได้ เมื่อชัดเจนมั่นคงในธรรมะระดับนี้แล้ว การได้ยินได้ฟังคำแนะนำในทางการปฏิบัติ หรือฟังธรรมะจากแหล่งต่างๆ จิตก็จะคัดกรองแยกแยะนำสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์จริงเอาไว้ได้
เรื่องที่จะรับฟังการชี้แนะจากพระอาจารย์ ต่างๆนั้น พระสงฆ์ที่ท่านเมตตา ท่านก็ย่อมเมตตาแสดงธรรมชี้แนะให้อยู่แล้ว ท่านย่อมไม่ให้ญาติโยมต้องปวารณาตนก่อน ท่านจึงจะแสดงธรรมได้
5 พ.ค. 69
รายชื่อหัวข้อทั้งหมด
https://sites.google.com/view/list-question
Q: กราบสาธุธรรมค่ะ อจ.🙏
เรามองแบบนี้ได้ไหมคะว่าคำว่าปวารณาตนเป็นรูปแบบหนึ่งของจารีตอันงดงามที่จะให้ผู้ปฏิบัติมีใจอ่อนน้อมต่อธรรมะ (ลดมานะตน) ก่อนการแสดงธรรม ยินยอมรับฟังธรรมะจากองค์ปาฐก...ดังเช่นที่เมื่อแรกไปเข้าคอร์ส 10 วัน ท่านก็ให้เราวางความรู้ทุกอย่างที่เคยฝึกเคยมีมาลงก่อน (ซึ่งส่วนตัวมองว่าก็คือการปวารณาที่จะรับฟังธรรมะที่ท่านจะบรรยายต่อไป)
ปสก. ส่วนตัวคือเวลาที่เรายินยอมกล่าวคำปวารณาจะสังเกตุเห็นว่าจิตมีความนอบน้อมต่อผู้แสดงธรรมได้มากขึ้น จะไม่นำตัวตนเราไปปฏิบัติหรือหากมีก็เบาบางลง ถือคำสอนท่านไว้ก่อน... แต่ในส่วนเราก็ยังมีการพิจารณาในธรรมคำสอนนั้นๆ ตามหลักกาลามสูตรและหลักคำสอน พพจ. เช่นกันค่ะ
กราบขอบพระคุณในความรู้ที่ อจ. มอบให้เสมอมาค่ะ🙏
270-2ปฏิบัติแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า จะปวารณาตัวรับคำชี้แนะจากพระอาจารย์ท่านอื่นได้หรือไม่?
🌿 A2: ดีมากค่ะ สาธุค่ะ ☺️
เพิ่มเติมที่หนูเขียนมานะคะ…
การปวารณาทั่วๆไป เพื่อการฟังธรรมะ หรือการกราบไหว้พระอาจารย์รูปต่างๆ ไม่ได้จำเป็น เพราะในการฟังธรรมหรือขอคำชี้แนะเพื่อการปฏิบัติ ไม่จำเป็นต้องมีการปวารณาเป็นพิธีการก็ได้
เพราะเราอาจไปเพียงกราบไหว้ท่าน ไม่ได้จะให้ท่านสอนกรรมฐานอย่างเป็นพิธีการ ไม่ได้จะเป็นศิษย์ของท่านอย่างลึกซึ้ง
ถึงกระนั้น การปวารณาสามารถทำได้เช่นกันถ้าต้องการ ในฐานะ "การแสดงเจตนา" เพื่อเปิดใจรับการสั่งสอน
🌿โดยปกติแล้ว เราสามารถเข้าไปกราบสอบถามธรรมะจากพระอาจารย์ได้ทันทีตามกาลเทศะที่เหมาะสม แต่การ "ปวารณาตนเป็นศิษย์" หรือ "ปวารณาให้ท่านดุด่าสั่งสอนได้" ไม่จำเป็น แต่ถ้าอยากทำ ก็มีข้อดี เช่น
เป็นการทำลายกำแพง - พระอาจารย์บางท่านจะกล้าชี้จุดบกพร่องของเราตรงๆ โดยไม่กลัวว่าเราจะต่อต้าน หรือ
การแสดงความนอบน้อม - เป็นการปรับคลื่นใจให้อยู่ในสภาวะ "น้ำไม่เต็มแก้ว" หรือที่หนูพูดว่าลดอัตตา เพื่อพร้อมรับการถ่ายทอด
🌿สำหรับท่าน อจ โกเอ็นก้า เราเป็นศิษย์ของท่าน เราย่อมต้องปวารณาตนเพื่อขอเป็นศิษย์ และปวารณาตนเพื่อขอกรรมฐานจากท่านอาจารย์ทุกครั้ง ที่เข้ารับการอบรม
ทั้งยังต้องหมั่นระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์ทุกวัน ที่ทำให้เรามีชีวิตดีขึ้นอย่างทุกวันนี้
🌿ท่านอาจารย์เองเป็นผู้ที่มีความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง ต่อท่านอาจารย์อูบาขิ่น
ความกตัญญูเช่นนี้ เราก็พึงต้องมีอย่างมากเช่นกัน การระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์ด้วยความกตัญญูนี้เอง ที่ทำให้การปฏิบัติธรรมมีความก้าวหน้าอย่างยิ่งยวดได้
🌿เราต้องระลึกอยู่เสมอว่า เราเป็นศิษย์มีครู
🌿ดังนั้นสำหรับท่านอาจารย์โกเอ็นก้า เราจำเป็นต้องปวารณาตนอย่างหนักแน่นและมั่นคงทุกครั้งไป ในการเข้ารับการอบรม
ทั้งยังต้องหมั่น ประพฤติ ปฏิบัติตนให้สมกับผู้มีธรรมะเป็นที่พึ่ง จึงจะเป็นการตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวงของท่านอาจารย์ได้
7 พ.ค. 69
รายชื่อหัวข้อทั้งหมด
https://sites.google.com/view/list-question