ควรนั่งปฏิบัติเพื่อให้ได้สภาวะ free flow หรือไม่
สภาวะทุกอย่างทางกาย(และใจ) คือสิ่งที่มาเพื่อให้ผู้ปฏิบัติกำหนดรู้มันด้วยสติและด้วยปัญญาว่ามันเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีแก่นสารสาระให้ไปสนใจใยดี
เราจึงได้แต่ดูมันมา แล้วก็หมดไป อันแล้วอันเล่า
งานเรามีเพียงเท่านี้ค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นความหยาบ หรือความละเอียด
มันก็แค่สิ่งต่างๆที่ตราบใดเรายังไม่จบภพจบชาติ ถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว สิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่ต้องเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆเท่านั้นตามเหตุปัจจัยทั้งเก่าและใหม่ของแต่ละคน
การสำรวจแบบทีละส่วน หรือแบบ free flow ก็ไม่ต่างอะไรกันค่ะ
เป็นการสำรวจตามประเภทของความรู้สึกที่เกิดขึ้นแต่ละขณะ
ถ้าเบาก็ free flow ส่วนที่เบาไป
ถ้าหยาบก็สำรวจเป็นส่วนๆไป
ไม่ว่าความรู้สึกเป็นอย่างไร
ไม่ว่าสำรวจแบบไหน
ทำได้ทั้งนั้น ไม่มีแบบไหนเป็นความก้าวหน้ากว่าแบบไหน
เป็นแค่วิธีการสำรวจเท่านั้น
ที่ต้องทำขณะสำรวจคือ วางเฉย เป็นแค่ผู้ดู ผู้ตามรู้
ไม่เป็นผู้คิด ผู้ให้ค่า ผู้อธิบาย
แค่รู้เฉยๆ ณ ขณะนั้นๆแต่ละขณะ งานของจิตขณะนั้นจบแล้วค่ะ
ถ้าอยากทราบว่าสภาวะที่เกิดคืออะไร สนใจตีความมัน
หรือคาดหวังจะได้สภาวะใดๆ จิตจะเสียสมดุลเปล่าๆค่ะ
สภาวะเบาๆที่พบเป็นได้จากเหตุปัจจัยมากมาย
สภาวะไม่ได้ระบุความก้าวหน้าของการปฏิบัติ แต่การมีอุเบกขาไม่ให้ค่ากับมันเท่านั้นที่ทำให้เราก้าวหน้าต่อไปทุกเวลา
ขอให้วางเฉย ดูมันด้วยปัญญาว่ามันไม่มีอะไร แล้วก็ทำต่อไปค่ะ
ความเปลี่ยนแปลงในจิตใจและพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้นและเบาขึ้น ว่างขึ้นเท่านั้น คือความสำเร็จของการปฏิบัติ
ทุกครั้งที่ใจวางเฉย
ขณะนั้นธรรมะกำลังเดินหน้าเต็มที่
ธรรมะยิ่งเดินหน้าได้มาก เดินได้นาน เดินได้ต่อเนื่อง
จิตใจเราก็ยิ่งพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างน่าอัศจรรย์
เรื่องอื่นๆสภาวะต่างๆเป็นแค่ตัวตนเก่าๆของเรา ที่ไม่มีสาระแก่นสาร