ทุกๆขณะร่างกายมีเวทนาไม่เคยว่างเว้น
เมื่อดูเป็น ดูด้วยจิตที่สมดุล ด้วยจิตที่อุเบกขา หรือปล่อยวางเป็น
ด้วยเห็นว่า มันเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยง
หรือ เป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน ไม่ใช่ตัวเรา
เมื่อเห็นอย่างแท้จริงในจิต ปล่อยความเกี่ยวข้องกับมันได้จริง
จิตก็จะวางมันได้ จิตแยกจากความรู้สึกนั้นๆได้
ที่ท่านกล่าวถึงนี่ ท่านเน้นให้ความหมายถึงเวทนาที่เมื่อ ‘เกิดขึ้น’ อย่าง ’บีบคั้น’
หรือ คือความรู้สึกที่ ‘บีบคั้นที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆของผู้ภาวนา
ในการปฏิบัติ เราต้องเห็นเช่นนี้กับทุกอย่าง ไม่เพียงแต่กับเวทนา ที่เกิดเห็นเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเท่านั้
แต่เป็นทุกเวทนา
คือทุกๆอย่างที่เกิดกับเราทุกๆเวลา
ทั้งแบบที่บีบคั้นจนรู้สึกชัด หรือแบบอื่นๆ
แม้เวทนาไม่ชัด
จิตก็ต้องเห็นอนิจจัง
จิตต้องเห็นความไม่เป็นตัวตนทุกขณะไป
ไม่ใช่เมื่อเวทนา ‘เกิดขึ้น’ เท่านั้นที่ต้องรู้
และไม่ใช่แค่ ‘เวทนา’ ที่ ‘บีบคั้น’ เท่านั้นที่ต้องรู้
แต่ต้องรู้ทุกๆเวลา ทุกๆเวทนา
ต้องเฝ้ารู้ถึงความไม่เที่ยง
รู้ถึงความไม่มีแก่นสารสาระของมัน
และเฝ้าฝึกปล่อยวางทุกๆขณะ
ทุกๆขณะร่างกายมีเวทนาไม่เคยว่างเว้น
เราจึงฝึกฝนได้ตลอดเวลาที่ตื่นอยู่