← 🍃ธรรมมรรคา
071อ่าน ~5 นาที

วิบากกรรม ในแง่ของการปฏิบัติธรรม

ขอเพิ่มเรื่องของวิบากกรรมในมุมของเราผู้ปฏิบัตินิดนะคะ

ชีวิตคนเรา จะมีสิ่งกระทบต่างๆ ตลอดเวลาไม่เคยมีการหยุดยั้ง

ซึ่งเป็นผลจาก 3 สิ่ง คือ กรรม กิเลส วิบาก

วิบาก เป็นผลของกรรมเก่า เป็นผลของการกระทำที่เป็นอดีตของตน

ซึ่งมีทั้งวิบากดี และวิบากไม่ดี เพราะเราย่อมมีทั้งทำดี และไม่ดีสลับกันไปตลอดมา ภพแล้วภพเล่า ชาติแล้วชาติเล่า

เวลาวิบากชนิดต่างๆได้จังหวะส่งผลของมันในชีวิตปกติของเรา จึงมีทั้งเรื่องดี เรื่องไม่ดี มีทั้งความโชคดี หรือความวุ่นวายทุกข์ยาก มีทั้งการได้รับและการสูญเสีย…

การส่งผลของกรรม(วิบาก) จะมาในรูปแบบใด จะมาเมื่อไร จะมากน้อยยาวนานเท่าไร จะหนักหนาสาหัสขนาดไหนนั้น ขึ้นกับเหตุปัจจัยแต่ละขณะของชีวิตเรา

โดยเนื้อแท้แล้ว เมื่อมองให้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก ถึงตัววิบาก

จะเห็นว่า วิบาก ส่งผลอยู่ตลอดเวลา

แม้การดำรงชีวิตอยู่เฉยๆเป็นปกติ ก็เป็นผลของวิบากที่ทำให้เรามีกายและมีจิตนี้ดำรงอยู่

จากนั้นเมื่อยังมีกายมีจิตอยู่

วิบากอื่นๆเนื่องจากกายกับจิตนี้ ก็พากันทยอยส่งผลอื่นๆให้เกิดกับกายและจิตนี้ต่อๆไปไม่มีวันหยุดหย่อน

นี่คือที่เรียกว่าโลกธรรม 8

สิ่งที่กระทบจากโลกธรรม 8 ไม่ได้กระทบคนทุกคนในรูปแบบเดียวกัน

เพราะเราแต่ละคนสั่งสมมาไม่เหมือนกัน

สำหรับผู้กำลังอยู่ระหว่างการปฏิบัติธรรม วิบากก็จะส่งผลในรูปความรู้สึกทุกข์/สุขทางกาย ที่เรียกว่าเวทนาบนร่างกายต่างๆ (เจ็บ อึดอัด แน่น ชา ตึง สบาย เย็น เฉยๆ ฯลฯ)

หรือความทุกข์/สุขทางใจ ความคิดเรื่องที่ทุกข์/สุข (กังวล กลัว โกรธ ดีใจ สงสาร ตื่นเต้น เศร้าซึม วางเฉย ฯลฯ)

หรือที่เรียกว่าสังขารเก่าขึ้นมา

ถ้าเราไม่หวั่นไหวต่อวิบากเหล่านั้นได้

ถ้าเรามีสติรู้เท่าทันความเป็นจริงของมัน ว่ามันไม่เที่ยงได้

เรามีอุเบกขาได้

เราวางเฉยได้

เรารักษาจิตให้สมดุลอยู่ได้

วิบากเหล่านั้น เมื่อมันส่งผลเสร็จครบกระบวนการของมัน มันก็หมดไปดับไปเองตามวาระของมัน

ถ้าเราไม่ได้ไปสร้างสังขารใหม่เพิ่ม ด้วยการดิ้นรนทุรนทุรายหรือหวั่นไหวไปกับทุกข์/สุขเหล่านั้น

เราก็จะพ้นจากมันไป

ทั้งได้ใช้กรรมเก่าหมดไปจำนวนหนึ่ง

ทั้งได้พัฒนาธรรมะในจิตให้เข้มแข็งขึ้น

ทั้งได้ก้าวเดินไปใกล้ความพ้นทุกข์ทีละขั้น

ในทางตรงข้าม

ถ้าเวลาที่วิบากเก่าส่งผล เช่น เกิดเจ็บปวดในขณะนั่งปฏิบัติ

แล้วจิตเราไม่วางเฉย ไม่มีสติ ไม่มีอุเบกขา ไม่เท่าทันความจริงของมันว่ามันไม่เที่ยง

เราไปตอบโต้ ไปมีปฏิกิริยา ไปชอบ ไปชัง ไปปรุงแต่งเพิ่ม

เช่น ไปกังวลกับมัน ไปโกรธมัน ไปอยากให้มันหาย ไปใช้ความพยายามต่างๆให้มันหมดไป เหล่านี้

ก็เท่ากับเราไปเพิ่ม ’สังขารใหม่’

เป็นการทำ ’กรรมใหม่’

ที่ในวันข้างหน้า จะมาส่งผลให้เกิดเป็น ’วิบากใหม่’ในวันหน้า ให้ต้องมาเก็บกวาดกันต่อไป

ดังนั้น เราควรรู้จักวิบากในทางลึกซึ้งขึ้น

รู้จักในแง่การปฏิบัติธรรม

เพื่อให้ใช้จิตให้ถูกทางทุกๆเวลาที่เรามีลมหายใจ

คือใช้วิบากเก่ามาสร้างเหตุปัจจัยใหม่ให้ดีนั่นเอง…