← 🍃ธรรมมรรคา
108อ่าน ~5 นาที

เดินจงกรม

A: การเดินเป็นอิริยาบถหลักอันหนึ่งของชีวิต เราย่อมเดินได้ตามสมควรในคอร์สค่ะ ขณะเดินเราควรฝึกการเดินอย่างมีสติรู้เวทนา หรือลมหายใจไปด้วยทุกเวลา เพื่อให้มีสติต่อเนื่องเท่ากับเป็นการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง


เมื่อผู้ปฏิบัตินั่งนานจนธรรมะเริ่มไม่เดิน ทั้งกายและใจอ่อนกำลังเกินไปปฏิบัติต่ออย่างฝืนเกินไป บางคนก็อาจเลือกเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง หรือต้องการลุกไปเดินบ้าง ถ้าเป็นชั่วโมงที่ไม่ใช่ group sitting หรือคำสอน หรือธรรมบรรยาย ย่อมสามารถทำได้ โดยเมื่อจะเดินก็ควรปฏิบัติไปด้วย คือรู้เวทนาไปด้วยในขณะเดิน ก่อนที่จะกลับมานั่งปฏิบัติต่อ


ดังนั้น แม้เราจะเน้นการนั่ง แต่ร่างกายย่อมต้องการความยืดหยุ่นสมดุล เราก็สามารถเปลี่ยนอิริยาบถหลักตามความเหมาะสมต่อร่างกายได้บ้างถ้าจะเดินบ้างก็เพื่อผ่อนคลายร่างกายให้ยืดหยุ่น และบางครั้งเพื่อผ่อนคลายจิตที่ตึงเกินไปได้ด้วย การเปลี่ยนอิริยาบถบ้างเวลาเกิดสังขารลึกๆหรือพายุอารมณ์ จะช่วยให้จิตกลับมาสดชื่นและมีกำลังที่จะนั่งปฏิบัติต่อได้ดีขึ้น

บางครั้ง บางคน ก็อาจเลือกที่นั่งต่อไปแม้กำลังทรมาน นั่งไปจนความอึดอัดทรมานเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไปเอง

เราสามารถทำได้ทั้งสองอย่างค่ะ


อย่างไรก็ดี การนั่งปฏิบัติยังคงต้องเป็นหลัก เพราะการนั่งปฏิบัติจะเกิดผลได้เต็มที่

เวลานั่งปฏิบัติ ร่างกายจะนิ่งไม่เคลื่อนไหว จิตจะทำงานได้ดีเมื่อร่างกายสงบระงับ เมื่อดวงตาปิดรับการกระทบจากภายนอก ใจจะสงบลง จิตจะนิ่ง ธรรมะย่อมเดินได้ดี รับรู้เวทนาและลมได้ชัดเจน อุเบกขาพัฒนาได้อย่างจริงจัง เห็นความไม่เที่ยง เห็นการเกิดดับได้ชัดกว่าอิริยาบถอื่นทั้งหมด🍃

🍂ที่ถามว่าการเดินจงกรมผิดจากแนวทางการสอนนี้ไหมนั้น 🍂

🍃ท่านอาจารย์โกเอ็นก้าสอนการปฏิบัติตามแนวทางที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสสอน ท่านอาจารย์ย่อมไม่ปฏิเสธเรื่องการเดินจงกรมค่ะ เพียงแต่ท่านไม่ได้เน้นแยกออกมาต่างหาก ท่านไม่ได้ใช้คำว่าเดิน’จงกรม’ แต่ท่านแสดงเรื่องการเดินและอิริยาบถอื่นๆไว้ในคำสอนและธรรมบรรยายในหลายที่ ทั้งในหลักสูตรสั้นและยาว

แม้ท่านอาจารย์เองท่านก็เดินปฏิบัติค่ะ 🍃


[[🌼ขอเพิ่มเติมอานิสงส์การปฏิบัติธรรมด้วยอิริยาบถเดินจากพระไตรปิฎกนะคะ

อานิสงส์ของการเดินจงกรม ๕ ประการ ในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต จังกมสูตร

๑. ทำให้เป็นผู้เดินทางไกลได้ทน (อทฺธานกฺขโม โหติ)

๒. ทำให้เป็นผู้ทำความเพียรได้ทน (ปธานกฺขโม โหติ)

๓. ทำให้เป็นผู้มีความเจ็บไข้น้อย (อปฺปพาโธ โหติ)

๔. ทำให้อาหารที่กิน ดื่ม เคี้ยว ย่อยได้ดี (อสิตํ ปีตํ ขายิตํ สายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ)

๕. สมาธิที่บรรลุในขณะเดินจงกรมตั้งแน่วแน่อยู่ได้นาน (จงฺกมาธิคโต สมาธิ จิรฎฺฐิติโก โหติ)🌼]]]

[[[🌼ตัวอย่างพุทธพจน์ ว่าถึงหลักสติปัฏฐาน ที่ว่าด้วยการเดินจงกรม…

“ดูกรอานนท์ หากเมื่อภิกษุนั้นอยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ จิตย่อม

น้อมไปเพื่อจะจงกรม เธอย่อมจงกรมด้วยใส่ใจว่า อกุศลธรรมลามกคืออภิชฌาและโทมนัส จักไม่ครอบงำเราผู้จงกรมอยู่อย่างนี้ได้ ด้วยอาการนี้แล เป็นอันเธอรู้สึกตัวในเรื่องการจงกรม ฯ”🌼]]]