จิตรับรู้ เห็นไก่ชิ้นนั้นที่กำลังล้างอยู่ในมือเป็นซากศพของไก่ที่ตายแล้ว
หนูกำลังล้างน่องไก่สด เพื่อทำข้าวต้มไก่ทาน
จิตรับรู้ เห็นไก่ชิ้นนั้นที่กำลังล้างอยู่ในมือเป็นซากศพของไก่ที่ตายแล้ว
...เรากินซากศพนะเนี่ย
เกิดขึ้นหลายครั้ง และถี่ขึ้นเรื่อยๆไม่เฉพาะกับไก่นะคะ หมู ปลา ก็เป็น
เขามาเตือนหนูให้หนูต้องเลิกทานเขา แล้วหรือเปล่าคะอาจารย์
หลังจากวูบแห่งการเห็นว่าตัวเองกำลังจะกินซากศพ ความอยากในอาหารหายไป แต่ก็ทำข้าวต้มไก่นั้นจนเสร็จและทานจนหมด .. ค่ะ
เป็นไปได้ค่ะที่จะรู้สึกผิดที่เขาต้องตาย รู้สึกสงสารเขาแบบนี้บ่อยๆ
ถ้าคนที่เคยฆ่าสัตว์ด้วยตัวเองเพื่อเป็นอาหารในชาตินี้ หรือในชาติไม่นานมานี้ ก็เป็นไปได้ที่เมื่อเขาเข้าทางธรรมมากขึ้น เขาจะเกิดจิตสังเวช เกิดสงสาร ขึ้นมา
เกิดความอยากให้ชีวิตเขา
แต่ต่อให้คนที่ไม่เคยทำร้ายสัตว์ในชาตินี้ การที่เขามาปฏิบัติธรรม และพบธรรมะลึกซึ้งขึ้น จิตจะละเอียดอ่อนเพราะเกิดเมตตาธรรม เกิดกรุณาธรรมต่อผู้อื่น ต่อชีวิตอื่น
จิตใจเขาอ่อนโยนขึ้น สงสารไม่อยากเอาเลือดเนื้อเขามาเป็นอาหารอีก
ถ้าจะเป็นมังสวิรัติ ก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะ ถ้าตั้งจิตว่ามังเพื่ออะไร
คือมี บุพเจตนาว่าจะไม่เบียดเบียนเขามาเป็นอาหารอีก ด้วยจิตเมตตากรุณา
คล้ายๆเวลาคนตั้งบุพเจตนาจะรักษาศีล การที่รักษาศีลเป็นบุญในตัวตลอดไปที่ไม่ล่วงศีลนั้น
ก็คือบุญกิริยาวัตถุข้อศีลมัยตลอดที่เรารักษาศีลไว้ได้
การเป็นมังสวิรัติที่มีบุพเจตนาวิรัติจากการเสพเนื้อสัตว์ เพราะจิตเมตตากรุณา ก็เป็นบุญด้านเมตตากรุณาไปด้วยเจตนานี้ ตลอดระยะของการรักษาเจตนานี้
(แต่ถ้าเป็นมังเพราะสุขภาพ อันนี้ไม่เป็นบุญ หรือถ้าคิดว่าจะมังแล้วบรรลุธรรมได้ อันนี้เป็นสีลพตปรามาส ไม่ใช่บุญแต่กลายเป็นมิจฉาทิฏฐิ)
เหตุผลของการมัง ยิ่งละเอียดสุขุมในธรรมเท่าไหร่ บุญก็มากขึ้นตามไปด้วย
บางครั้งคนเป็นมัง ก็จิตเฉยๆเพราะมังจนชิน แบบนี้บุญก็อยู่ในระดับจากเจตนาเดิมไป
แต่ถ้าบางครั้งจิตเกิดโสมนัสแรงในบุญนั้น บุญที่เกิดจะสูงกว่า เช่น เมื่อเห็นสัตว์มีความสุขปลอดภัยไม่ถูกทำร้ายแล้วจิตที่เกิดโสมนัสแรงในบุญที่มัง ได้มีส่วนในการให้ชีวิตเขาก็ได้บุญมากกว่าจิตที่เฉยๆ ที่มังไปเรื่อยๆ
เพราะ...
บุญเกิดในจิต
บุญเกิดมากน้อยตามคุณภาพและระดับความสูงของจิตที่เกิดบุญนั้น
คนที่มัง ถ้าหมั่นยกจิตขึ้นให้เกิดกุศลที่สูงขึ้น เช่น เกิดกรุณา เกิดเมตตา คือควรพิจารณาให้เกิดกุศลจิตจากการงดเนื้อสัตว์ของตนเนืองๆ เพื่อให้เกิดกุศลเรื่อยๆ ก็จะยิ่งดีงาม
หรือ ถ้าคนทั่วไปจะมังเป็นวันๆในสัปดาห์หนึ่งๆ คือเว้นจากการทานสัตว์ในวันใดวันหนึ่งทุกสัปดาห์และตั้งจิตด้วยเมตตา และตั้งใจให้เกิดบุญในใจ เช่น ตั้งใจงดทานเนื้อสัตว์ในวันพระทุกวันพระ ในวันที่เกิดคน (เช่น งดทุกวันจันทร์ถ้าเป็นคนเกิดวันจันทร์ เป็นต้น) ก็ได้
คนที่ไม่มังสวิรัติ ก็ใช่ว่าจะทำความดีเพื่อชีวิตสัตว์ไม่ได้
เรากินเขาเพื่อหล่อเลี้ยงกายใจเรา เราก็ต้องพยายามใช้ชีวิตใช้กายใจนี้ให้บริสุทธิ์จากกิเลสให้มากที่สุด ใช้ชีวิตให้ดีงาม พยายามเป็นกัลยาณชน(คนชั้นดี)ให้มากไม่ใช่พอใจเป็นแค่ปุถุชน
การใช้ชีวิตอย่างกัลยาณชน ก็เพื่อให้เขาที่ต้องตายไป เป็นอาหารเรา ได้หล่อเลี้ยงร่างกายของผู้ทรงศีล ผู้ทรงธรรม
เพื่อให้สัตว์ที่มาบำรุงร่างกายเราด้วยเลือดเนื้อเขา ได้กุศลให้มากที่สุดไปด้วย
เมื่อทานเขา ควรนึกขอบคุณเขาแทนที่จะนึกถึงแต่ความเอร็ดอร่อยในมังสะของเขา
พระพุทธองค์ทรงฉันเนื้อสัตว์ และสัตว์ที่มาเป็นอาหารให้พระองค์กลับได้กุศลแรง เพราะพระองค์ย่อมเกื้อกูลสัตว์เหล่านั้น
พี่เองก็ยินดีอย่างยิ่ง ถือเป็นบุญอย่างยิ่ง ถ้าพี่ได้ถวายนามรูปหรือเลือดเนื้อชีวิตนี้เป็นอาหารถวายแด่พระพุทธองค์
ดังนั้นเมื่อเราไม่ได้มัง ก็อาจทำแบบนี้ไปด้วย
เช่น ต่อไปทุกครั้งที่ทานเนื้อสัตว์
-🍃ให้ระลึกถึงคุณของเขา นึกขอบคุณเขาจากจิตส่วนลึก ขอบคุณอย่างจริงใจ ส่งบุญที่นึกขอบคุณนี้ให้เขา นึกน้อมถวายการกินอาหารมื้อนี้ด้วยสติ ตั้งใจจะทานอย่างมีสติ เพื่อให้เกิดบุญ และถวายเป็นพุทธบูชา บุญจะเกิดสองส่วน คือส่วนที่มีสติกำหนดรู้ กับส่วนที่นึกน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ถือเป็นพุทธานุสติ จากนั้นยกบุญอุทิศกุศลสองส่วนข้างต้นนี้ให้สัตว์ ก็เกิดเป็นทานด้านอุทิศกุศลเป็นบุญสามต่อ
-🍃แม้เวลาไม่ได้ทานสัตว์อยู่ ก็อาจหมั่นอุทิศบุญต่างๆที่เราทำในวาระต่างๆให้พวกเขาด้วย
-🍃ให้หมั่นแผ่เมตตาให้เขาเป็นสุข
-🍃ให้อธิษฐานจิตด้วยบุญของเราที่ทำอยู่เนืองๆว่า ให้พวกสัตว์เหล่านี้ได้หมดเวรหมดกรรม อย่าได้ต้องเกิดเป็นอาหารของสัตว์เหล่าอื่นอีก ขอให้เขาได้เกิดในภพภูมิที่ดี
เป็นต้น
ถ้าคิดแบบนี้ได้เรื่อยๆเวลาเสพเขา เราก็เกิดจิตเป็นบุญส่งให้เขาได้
แต่ทั้งนี้ จิตต้องทำอย่างจริงใจ อย่างรู้สึกได้จริงด้วย
ทำแบบนี้บ่อยๆก็เท่ากับได้ทำบุญให้เขาบ่อยๆ