นักปฏิบัติ กับ ความโกรธ
A: ความโกรธไม่ว่าอย่างไร ก็ทำลายเรามากๆค่ะ เป็นสังขารที่เร่าร้อน ที่ยังแต่ความทุกข์ทรมาน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตสู่เรา ไม่มีความโกรธชนิดใดที่เป็นประโยชน์ต่อเราเลย
แต่บางครั้งเราให้เหตุผลตัวเองด้วยการเข้าข้างตนเองว่าสิ่งที่แสดงออกนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะเหมือนกับแก้ไขปัญหาบางอย่างได้
แท้จริงแล้วมันไม่ได้แก้ปัญหา ในทางที่ถูกศีลถูกธรรม ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยสติ ด้วยสัมปชัญญะ ปัญหานั้นไม่ได้หายไปหรือถูกแก้ไขไปอย่างแท้จริงค่ะ
ความโกรธทุกประเภท เป็นการก่อสังขารที่แสบร้อนเจ็บปวด และมีแต่จะเพิ่มพูนความทุกข์โทมนัสให้เราเท่านั้นค่ะ ไม่มีส่วนดีหรือผลดีใดๆที่เกิดจากความโกรธได้เลยค่ะ
หากเราหมั่นเติมเชื้อเพลิงแห่งความโกรธไว้ในจิต จิตของเรานับวันก็จะยิ่งเสื่อมถอยลงไป เมื่อยังมีชีวิตอยู่ในภพนี้ ชาตินี้ ก็จะมีแต่ความทุกข์ร้อน ครั้นตายไปก็มีแต่อบายภูมิเป็นที่รองรับเท่านั้น
ผู้ปฏิบัติที่ปฏิบัติได้ผลจริง ที่ปฏิบัติแล้วมีจิตปล่อยวางเป็นอุเบกขาได้จริง ผ่อนคลาย สงบเยือกเย็นได้จริง จิตของคนผู้นั้นจะเป็นกุศลสม่ำเสมอ โกรธยาก เพราะจิตเขามีแต่ความเมตตา มีแต่ความกรุณา มีแต่ความปรารถนาดีต่อผู้อื่น อันเป็นคุณธรรมที่เกิดจากการปฏิบัติและขจัดความชั่วร้ายของจิตใจออกไป
คุณธรรมด้านความเมตตา ความกรุณา ความปรารถนาดีเหล่านี้ ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับความโกรธโดยสิ้นเชิง
ผู้ที่ยิ่งปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง นั้น คุณธรรมความดีต่างๆจะเพิ่มพูนขึ้นในจิตใจ
และสิ่งที่ตรงข้ามกับคุณธรรม (คือปาปธรรม) เหล่านั้นจะค่อยๆหมดสิ้นลงไปจากจิตใจ
ชีวิตที่เหลือของเรา ก็จะมีแต่ความสุข ความรุ่งเรือง ความเจริญ ความผ่องใส เมื่อตายไปจากภพภูมินี้ ก็จะได้ภพภูมิใหม่ที่ดีต่อไป