← 🍃ธรรมมรรคา
2073 ก.พ. 67อ่าน ~9 นาที

สั่งของOnline เป็นกิเลสไหม กิเลส กับเวทนาและอุเบกขา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ขอสอบถามอาจารย์ค่ะ
วันนี้ระหว่างกดซื้อของใน shopee เพื่อนถามว่าไปปฎิบัติธรรมมา ไม่รู้เหรอว่านี่คือกิเลส
ตอนนั้นรู้สึกไม่พอใจ แล้วก็เห็นเวทนา แล้วก็วางอุเขกขาค่ะ
แต่มีคำถามเกี่ยวกับกิเลสค่ะ เพราะตอนไปปฎิบัติธรรมครั้งแรก คือการมองที่เวทนาและวางอุเบกขา
- อยากจะขอความกรุณาจากอาจารย์อธิบายเรื่องกิเลส กับเวทนาและอุเบกขา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรคะ
- และการซื้อของใน shopee ถือเป็นกิเลสด้วยมั้ยคะ
กราบขอบคุณอาจารย์ล่วงหน้านะคะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

207 สั่งของOnline เป็นกิเลสไหม กิเลส กับเวทนาและอุเบกขา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

A: ขอตอบเป็นสองส่วนนะคะ

▪️ขอตอบคำถามข้อหลังก่อนนะคะ ที่ถามว่าการซื้อของใน shopee ถือเป็นกิเลสไหม

ตอบว่าแม้จะเป็นกิเลส แต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวลในขั้นนี้

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเรานั้นยังเป็นปุถุชน เรายังไม่ใช่อริยบุคคล เราย่อมยังมีกิเลสค่ะ

คำว่าปุถุชนแปลว่า คนธรรมดาสามัญที่ยังมีกิเลส, ผู้ที่ยังมิได้สำเร็จมรรคผล

ดังนั้นเราย่อมต้องมี ความชอบ ความชัง และความหลงผิดอยู่เป็นธรรมดา

ตราบใดที่กิเลสของเรา ไม่ได้ไปเบียดเบียนผู้อื่น ไม่ได้ไปทำร้ายผู้อื่น ทางกาย วาจา ใจ ไม่ใช่กิเลสที่ถึงขั้นผิดศีลผิดธรรม ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปกังวลจนเกินไป

สำหรับปุถุชนที่ใฝ่ธรรม ใฝ่ดี จะมีกิเลสที่เบาบางลงจากปุถุชนทั่วไปที่ยังหยาบหนาไปด้วยบาป

ให้หมั่นพากเพียรประกอบคุณธรรมความดี อันได้แก่ บุญกิริยาวัตถุ รักษาศีล ปฏิบัติความเพียร บำเพ็ญภาวนา ใช้ชีวิตในมงคล 38 ในที่สุดพวกกิเลสที่ไม่หนาหนักมากเหล่านี้จะค่อยๆลดลงไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะธรรมะในใจไปล้างจิตให้บริสุทธิ์ขึ้น

เมื่อปัญญาเกิดขึ้นในจิตผู้ปฏิบัติมากขึ้นๆเราจะเบื่อหน่ายคลายกำหนัดในความเพลิดเพลินทั้งหลายทางกามสุขได้เอง

เมื่อถึงตอนนั้นสิ่งเหล่านี้จะเป็นธรรมชาติไปเองโดยไม่ต้องฝืนเลิก ฝืนละ

การที่ปุถุชนอย่างเราๆ มาปฎิบัติธรรม ก็เพื่อ “ลด ละ เลิก” กิเลส
“ลด” กิเลสให้เบาบางลง
“ละ” กิเลสที่จะเกิดขึ้นไม่ให้เกิด
“เลิก” เลิกสร้างกิเลสใหม่ และเพิกถอนกิเลสที่ยังอยู่ให้ออกจากใจเราได้โดยสิ้นเชิง

กิเลสของปุถุชน ได้แก่ ความอยากได้หรือโลภะ ความไม่ชอบใจหรือโทสะ ความหลงไปไม่รู้ตามจริงหรือโมหะ นั้นย่อมหนาแน่นอยู่ในจิตของคนธรรมดาสามัญ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถลดละเลิกได้ทันทีที่เราไปปฎิบัติธรรม

ทั้งนี้เพราะเราได้สั่งสมกิเลสในจิตมาช้านานหลายภพชาติ ขบวนการขจัดกิเลส จึงเป็นกระบวนการอันยาวนานเช่นกัน

ดังนั้นการที่เรายังคงเพลิดเพลินในความสุขต่างๆนั้น ไม่ใช่ผิดปกติ กิเลสใช่ว่าจะลดหายในทันที หลังจากไปปฏิบัติธรรมแล้ว แต่มันจะค่อยๆลดลงไปเองตามลำดับ กิเลสจะลดลงมากหรือน้อยเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความพากเพียรประพฤติ ปฏิบัติธรรม อันได้แก่ ทาน ศีล ภาวนา ของแต่ละบุคคล

ผู้ที่หมั่นประพฤติปฏิบัติธรรม ย่อมทำให้ความเป็นปุถุชนที่หนาไปด้วยกิเลส ลดลงเป็นลำดับ

ปุถุชนทั่วไปที่ไม่มีธรรมะเลย ปุถุชนที่มีมิจฉาทิฏฐิ ย่อมไม่กลัวบาป
แต่ปุถุชนที่หันเข้าหาธรรม มีสัมมาทิฏฐิ และมาปฏิบัติประพฤติศีลธรรม จะย่อมเป็นปุถุชนที่มีใจสูงขึ้น เรียกว่าเป็นสาธุชน หรือกัลยาณชน ซึ่งหมายถึง คนที่มีความประพฤติดี คนที่ประกอบด้วยคุณธรรมอันงาม มีวิถีชีวิตที่ดีงาม ดำรงชีวิตในทางสุจริต มีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เบียดเบียนใครให้เดือดร้อน ไม่เป็นศัตรู ไม่ริษยา ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ฯลฯ

และเมื่อสาธุชนหมั่นเพียรประพฤติปฏิบัติธรรม ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา การบำเพ็ญภาวนา จิตใจก็จะยิ่งสูงขึ้น สูงขึ้น เพราะกิเลสถูกขจัดออกไปเป็นจำนวนมาก อย่างต่อเนื่อง

จนในที่สุดจิตจะพ้นจากกิเลส บรรลุเป็นพระอริยบุคคล หรือบุคคลผู้ประเสริฐที่สุด, บุคคลผู้ห่างไกลจากกิเลส, บุคคลผู้พ้นจากสังสารวัฏได้แล้ว

ดังนั้นการที่เรายังเดินซื้อของ หรือสั่งสิ่งของ online ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่เราไปปฎิบัติธรรมแล้วต้องเลิกสิ่งเหล่านี้

เว้นแต่ว่าเราไปซื้อสิ่งที่ผิดศีล ผิดธรรม เช่น สุรา ยาเสพติด อาวุธ หรือสิ่งที่บำรุงบำเรอกามอย่างจัดจัด ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ผิด

ให้ใช้ชีวิตเป็นปกติ เลี้ยงชีพตนอย่างถูกต้อง ปฏิบัติกับผู้อื่นอย่างถูกทำนองคลองธรรม การที่จะซื้อจะบริโภคความสุขต่างๆก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ตราบใดที่ไม่ได้ไม่ได้ไปเบียดเบียนของใครมา และเป็นของที่ไม่ได้ก่อให้เกิดบาป ก็ย่อมทำได้

เมื่อใดที่เราปฏิบัติธรรมต่อๆไปยาวนาน จนจิตเบื่อหน่ายในสังสารวัฏ เราจะหันมาใช้ชีวิตเยี่ยงพระสงฆ์ นักบวช เมื่อนั้นเราจะเลิกสิ่งเหล่านี้ไปเอง

▪️ส่วนที่ถามว่า กิเลส กับเวทนาและอุเบกขา มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

กิเลส คือ สิ่งไม่บริสุทธิ์ในใจ
เวทนา คือ การเสวยอารมณ์ต่างๆที่ปรากฏขึ้นทางทวารต่างๆ (มี
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
เช่น เวทนาทางกาย หรือความรู้สึกทางกาย เกิดขึ้นเมื่อมีอารมณ์หรือสิ่งมาสัมผัสร่างกาย
อุเบกขา คือ การวางใจเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวไปกับการกระทบต่างๆ

เมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมากระทบตัวเรา จะกระทบที่ใดก็ตาม เช่น ยุงกัดที่แขน ขณะนั้นจะมีเวทนาคือความคันเกิดขึ้น
สำหรับคนที่มีกิเลส จะไม่พอใจกับความรู้สึกคันนั้น ก็จะมีปฏิกิริยาโกรธหรือรำคาญ และก็จะเข้าบริเวณนั้นโดยต้องการให้หายคัน
สำหรับคนที่มีอุเบกขา ก็จะไม่หงุดหงิดหรือไม่พอใจกับอาการคันนั้น จะไม่มีปฏิกิริยารุนแรง แค่รับรู้อาการคันนั้น ด้วยใจที่ไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะจัดการกับอาการคันนั้นอย่างไร เช่น ทายา หรืออาจเกามัน ก็ไม่ได้ทำด้วยความอยากให้มันหาย หรือ ทำด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ เป็นเพียงจัดการกับมันด้วยสติและด้วยใจที่เฉยอยู่ จัดการตามความเหมาะสมโดยไม่มีความไม่พอใจเข้าไปเกี่ยวข้องเลย

3 ก.พ. 67