การฝึกแบบ คอยมีสติตามรู้ตัวตลอด เพียงพอหรือไม่
“ได้พบเพื่อนคนหนึ่ง เขาเคยปฏิบัติกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน มาก่อน
แต่ปัจจุบันเขาบอกว่า เขาไม่ได้ทำแล้ว
แต่เขาหันมามีสติรู้ตัวในปัจจุบันแทนทุกวันทุกเวลา
เขาไม่ไปปฏิบัติตามคอร์สที่มีครูบาอาจารย์ ปิดวาจา ปลีกวิเวกเลย
แบบนี้ถือว่า
เขาทำถูกเป็นส่วนเดียวรึเปล่าคะ?
เขาทำอะไรขาดไปบ้างคะ?
ควรจะแนะนำอธิบายให้เขาทำมากกว่าที่ทำอยู่อย่างไรดีคะ?”
ตอบ…
▪️A: การปฎิบัติวิปัสสนา คือ การปฏิบัติ สติปัฏฐาน 4
ซึ่งจะปฏิบัติสติปัฏฐานชนิดใดก็ได้ทุกตัว มีผลดีเช่นเดียวกันหมด ถ้าปฏิบัติถูกต้อง
ในที่สุดแล้ว เมื่อปฏิบัติสติปัฏฐานมีสติตามรู้กาย หรือ เวทนา หรือ จิต หรือ ธรรม ไปได้ต่อเนื่องจนถึงระดับที่มีสติแก่กล้าตั้งมั่น จิตมีความมั่นคงอยู่ด้วยสติ สติจะเข้มแข็งในทุกๆฐานได้เอง ไม่ว่าไม่ว่าจะ กาย เวทนา จิต หรือธรรม
สติปัฏฐาน 4 คือ การฝึกสติให้ตั้งอยู่กับ “ฐาน” จะเป็นฐานที่เป็นรูป หรือเป็นที่เป็นนาม ก็ได้ทั้งนั้น
กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
คือมีสติตั้งอยู่กับฐานที่เป็นรูป
กายคือรูป
ส่วนอีก 3 ฐานเป็นนาม เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน มีฐานเป็นนาม เวทนาเป็นนาม
จิต และธรรม ก็เช่นกัน มีนามเป็นฐานให้สติตามรู้
เมื่อสติตามรู้ ด้วยการฝึกสติปัฏฐานอย่างต่อเนื่องด้วยฐานใดฐานหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฐานไหน เมื่อมีสติมั่นคงเป็น ’มหาสติ‘ ได้แล้ว จิตก็จะมีสติตามรับรู้ฐานอื่นๆไปด้วยกันเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพยายามตามรู้ว่าเป็นรู้อะไรอยู่ มันจะมีสติกำกับไปกับทุกๆอย่างในการดำเนินชีวิตไปเอง แต่เป็นการรู้อย่างลึก คือรู้พร้อมวางไปด้วย
เมื่อมีสติที่กอปรพร้อมด้วยปัญญา เท่านั้นจึงจะละกิเลสได้
การที่คิดว่าเขาตามรู้ตัวตลอด คือเพียงพอแล้วนั้น ยังถือว่าประมาทอยู่ เพราะเรามีกิเลสนอนเนื่องอยู่ในจิต เวลามีสติรู้ตัวยังคงรู้ด้วยสัญญาที่มีกิเลสกุม ย่อมยังคงเกิดชอบ ชัง เกิดการตีความ เกิดการสร้างสังขารได้ เพราะเป็นสติที่แค่รู้ตัว แต่ขาดการวางสิ่งที่รู้
ดังนั้นถ้าเขาฝึกดูสติในชีวิตประจำวัน ที่ไม่ได้ฝึกอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เช่นกันการฝึกในคอร์สที่เราทำกันอยู่ หรือที่ๆปฏิบัติที่ถูกต้องในสายทางอื่น สติย่อมยังอ่อนอยู่ค่ะ
คือ ยังเป็นสติแบบปุถุชน คนทั่วๆไป คือรู้ แต่ไม่รู้เพื่อละ ไม่ใช่สติขั้นภาวนา ไม่ใช่สติปัฏฐาน ไม่ใช่เป็นมหาสติ ที่หลายแห่งเรียกกัน
คือ ยังไม่เป็นสติที่ปล่อยวางกิเลสได้ ไม่มีปัญญารู้อนิจจัง เป็นสติที่ขาด ‘สัมปชัญญะ’
ย่อมยังหลงได้อยู่
ยังเป็นการรู้ตัวที่ยังมีโมหะแนบอยู่ ยังไม่ได้มีผลในการขจัดซึ่งอวิชชาอยู่
เช่น นักกายกรรมไต่ลวด ที่มีสติรู้ว่ากำลังไต่ลวด แต่ไม่ได้รู้ถึงความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในขณะไต่ลวด จิตจะเขม็งตึงตื่นตัวเพราะคอยระวังไม่ให้
แต่ผู้ที่ฝึกสติเพื่อละกิเลสจะต่างกัน จิตกลับสงบนิ่งตามรู้อย่างปล่อยวางมีความสงบอยู่ เพราะสติตัวนี้จะมีลักษณะที่รู้ชัดถึงความไม่เที่ยง เป็นต้น ที่ว่าสงบเพราะขณะนั้นจิตกำลังสงบจากกิเลสอยู่ด้วยสติ
8 มี.ค. 68