← 🍃ธรรมมรรคา
21917 ก.ค. 67อ่าน ~5 นาที

จิตอยู่กับปัจจุบัน

❓ ปุจฉา (คำถาม)
ขอถามท่านอาจารย์ครับ

จำได้ว่าเคยมีการตอบที่ว่า ไม่สามารถรู้ปัจจุบันเลย เพราะเมื่อพยายามรู้ เป็นการรับรู้อดีตที่เกิดไปแล้ว ต่างจากกรณีที่เพ่ง เคลื่อนการรับรู้

ไปตามส่วนต่างบนร่างกาย

ขณะทำวิปัสสนา รู้ในปัจจุบัน หรือไม่ครับ ยังสับสนครับ ขอความเมตตาด้วยครับ

การที่เรารับรู้ แล้วรู้อะไร เป็นการรู้อาการที่เกิดไปแล้ว

การเพ่ง ก็เช่นเดียวกันหรือไม่
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

🍀A: ขอกล่าวถึงความหมายของคำว่า “ปัจจุบัน” ในทางทฤษฎีนิดก่อนนะคะ

ปัจจุบัน ในความหมายทางปริยัติ มี 3 คือ ขณะปัจจุบัน สันตติปัจจุบัน อัทธาปัจจุบัน

แต่ในฐานะผู้ปฏิบัติ การรู้นาม/รูปขณะปฏิบัติ ถือว่ารู้ที่ปัจจุบันแล้ว

▪️ขณะปัจจุบัน หรือ ปัจจุบันขณะ คือ ขณะเกิดขึ้น ขณะตั้งอยู่ ขณะดับไป เป็นชั่วขณะที่นามและรูปเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

▪️สันตติปัจจุบัน หรือ ปัจจุบันโดยการสืบต่อเนื่องต่อกันอย่างรวดเร็วของนามรูปจนเสมือนปรากฏอยู่เป็นปัจจุบัน

▪️อัทธาปัจจุบัน หมายถึง ปัจจุบันที่เราๆใช้กัน เป็นปัจจุบันตามความหมายของปัจจุบันที่เราใช้กัน เป็นปัจจุบันตามสมมุติบัญญัติ ซึ่งเป็นปัจจุบันที่มีระยะยาว เช่น ตลอดเดือนนี้ (เดือนปัจจุบัน) ตลอดวันนี้ (วันปัจจุบัน) ตลอดชาตินี้ ตลอดปีนี้ ตลอดสัปดาห์นี้ เป็นต้น

ขณะปฏิบัติกรรมฐาน การที่เรารู้อารมณ์ปัจุบัน หมายถึง รู้โดยขณะ และ รู้โดยสันตติค่ะ

การรู้รูป คือการที่จิตรู้รูป จิตอาจรู้รูปในปัจจุบันขณะอยู่ คือขณะเกิด ขณะตั้งอยู่ หรือขณะดับไปได้

แต่การรู้นาม หรือ จิตรู้จิตนั้น จิตไม่สามารถรู้ตัวเองได้ กล่าวคือ ไม่สามารถรู้จิตขณะนั้นได้ แต่จะรู้จิตนั้นขณะถัดไปจากจิตนั้นค่ะ

ดังนั้นขณะที่ปฏิบัติวิปัสสนา ไม่ว่าจิตจะกำลังรู้เวทนาที่เกิดขึ้น หรือ กำลังรู้ว่าจิตกำลังฟุ้ง หรือกำลังรู้ว่าจิตกำลังมีโทสะ ขณะนั้นจิตกำลังรู้อยู่ที่ปัจจุบันค่ะ ซึ่งก็อาจเป็น ปัจจุบันขณะ หรือ สันตติปัจจุบันก็ได้

แต่ถ้าจิตออกนอกตัว ไปรู้อารมณ์นอกตัว (จากนาม รูป ของตัวเอง) ซึ่งคือ จิตออกไปคิดคำนึง ตอนนั้น จิตไม่ได้อยู่กับปัจจุบันแล้ว แต่จิตไปอยู่กับอดีต หรืออนาคตแล้ว

ไม่ว่าจะพยายามรู้ ตามรู้ หรือเพ่งรู้ ก็เป็นเพียงอาการรู้

ซึ่งอาการทั้งสามนี้ ก็เป็นได้ทั้งรู้ปัจจุบัน คือ พยายามรู้อยู่ที่ปัจจุบัน ตามรู้อยู่ที่ปัจจุบัน หรือเพ่งรู้อยู่ที่ปัจจุบัน หรือ อาจไปรู้เรื่องภายนอก นอกจากปัจจุบันอยู่ก็ได้

ส่วนที่ถามว่า การรู้อาการที่เกิดไปแล้ว ก็ถือว่ารู้ที่ปัจจุบันถ้าอาการนั้นยังเกิดสืบต่อ ไม่ใช่อาการนั้นดับไปแล้ว การรู้อาการนี้เป็นการรู้สันตติปัจจุบัน

การทำสติปัฏฐาน รู้ปัจจุบันสองตัวแรก ปัจจุบันขณะ หรือสันตติขณะ

แต่จะเป็นการรู้ที่ขณะเกิด/ขณะดับ หรือตอนมันสืบต่อรวดเร็ว เราไม่ทราบได้ค่ะ เพราะทั้งนามทั้งรูปเกิดดันเร็วมากๆ (เร็วกว่าความเร็วแสง จิตเราตามรู้ไม่ทัน)

อนึ่ง ขอฝากไว้ด้วยค่ะว่า เวลาทำวิปัสสนา ให้การรู้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่รู้อย่างเกร็ง อย่างเพ่งจะรู้ อย่างเข่นจะรู้ หรือพยายามมากที่จะรู้ จนจิตตึง จิตจะเสียสมดุล

แม้จิตจะอยู่กับสิ่งที่รู้ แต่เป็นการรู้ที่ขาดการปล่อยวาง ขาดตัวอุเบกขา จิตจะไม่มีสมดุล จะหนัก ตึง แอบตัณหาแทรกเข้ามาอย่างแยบคายไม่รู้ตัวเอาได้

เพราะถ้าไม่วางสิ่งที่รู้นั้นเสียลง ยังให้ความสนใจ ให้ความสำคัญในตัวสิ่งที่รู้ จิตจะไม่เข้าถึงการรู้ในระดับความจริงแท้