← 🍃ธรรมมรรคา
26122 ก.พ.69อ่าน ~16 นาที

สมาหิโต สัมปชาโน สติมา คือหัวใจของทุกขณะของชีวิต

❓ ปุจฉา (คำถาม)
หนูยึดคำสอน อจ ที่ว่า
มีสติ สัมปชัญญะ สมาหิโต
(แต่หนูทำเท่าที่ได้ ไม่กดดันตัวเองนะคะ)
อยู่กับใจที่ธรรมดา ไม่พยายามทำอะไร เห็นการปรุง แล้วสติกลับมาเป็นผู้ดูได้ไว
สามารถทำตามคำสอนที่ว่า อยู่กับสภาวะภังคะ แล้วดูที่หทัยวัตถุ
แต่เหมือนหทัยวัตถุมันขุดไม่หยุดหย่อน หนูก็ได้แค่ดู เข้าใจคำว่า อนิจจวิชาญาณ อยู่กับการเกิดดับ ไม่ได้ให้ค่า ดูมันเฉยๆ แล้วใจมันก็อุเบกขาค่ะ
ทุกข์นะคะ แต่แค่รู้ ไม่ได้ไปเป็นทุกข์ ใจมันเบิกบาน เบา สบายมากค่ะ
ไม่ได้รู้สึกว่า ผ่านไป 30วัน เหมือนไปมาแค่ 2วีคเองค่ะ
มีวันท้ายๆ ที่นอนอยู่ ตอนกลางคืน ไม่รู้ว่า ฝัน หรือเห็นสภาวะ ตอนขยับตัว เป็นแบบรู้ว่าเราเหมือนจะจมน้ำ แบบนิ่งๆ รู้ว่าใกล้จะจมน้ำแล้วตาย ตอนแรกกลัว แต่แปปเดียวเองค่ะ few seconds จิตมันก็เป็นผู้ดู แล้วเหมือนคิดว่า จะตายก็ตายไป แล้วมันก็ดับ กลายเป็นสภาวะอื่นไปค่ะ (เฉยมาก นอนต่อ คร่อกฟี้ 😴)
ตัวโยกโคลง ไปมา หนูก็ไม่ได้ไปใส่ใจ รู้ เฉยๆ แต่จิตนิ่งมากค่ะ
เลยรู้สึกว่า การปฏิบัติ mature มากขึ้น จิตใจข้างใน เปลี่ยนไปค่ะ รู้ตัวออกมาแล้วอ่อนน้อม caring ก็สิ่งต่างๆมากขึ้น (เหมือนเป็นคนดีขึ้นอีกนิดค่ะ)
อจ.แนะนำหนูได้เลยนะคะ หากมีอะไรที่ผิด หรือ จะช่วยให้การปฏิบัติก้าวหน้าขึ้นค่ะ ☘️
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

▪️A: ดูเหมือนใจหนูจะนิ่งขึ้นนะ ปฏิบัติได้ตรงขึ้น

…ดีมาก

ขอแบ่ง comment เป็นช่วงๆนะจ๊ะ

☘️“…มีสติ สัมปชัญญะ สมาหิโต…”☘️

▪️สมาหิโต สัมปชาโน สติมา คือหัวใจของทุกขณะของชีวิตเลย สำหรับผู้ที่ชำนาญในการภาวนา ก็จะมีสามสิ่งนี้เป็นอัตโนมัติไม่ว่าจะกำลังภาวนาอยู่ หรือกำลังใช้ชีวิตประจำวัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในในช่วงที่กำลังภาวนาอยู่ 3 สิ่งนี้คือ key
ถ้าเป็นชีวิตประจำวันก็อาจทำแค่สองอย่าง คือสติ และสัมปชัญญะ

เพราะตัวสมาธิหรือการมีจิตเป็นหนึ่งเดียวจะใช้ไม่ได้ ในขณะที่ใช้ชีวิตประจำวัน สำหรับคนทั่วไป เพราะจิตต้องส่งออกไปรับรู้สิ่งที่กำลังทำอยู่

ในขณะที่ปฏิบัติหรือภาวนาอยู่ ทุกครั้งที่จิตมีสาม 3 สิ่งนี้อยู่พร้อมกัน การภาวนาจะได้ผลเต็มที่ สมาธิ ทำให้จิตสงบ และตั้งมั่น เมื่อจิตมีสติสัมปชัญญะ และมีความสงบตั้งมั่นอยู่ จะเป็นการภาวนาที่มีความสุขเพราะความสงบเป็นเหตุให้มีความสุข

เมื่อมีสติและสัมปชัญญะ สังขารย่อมเกิดไม่ได้เลย และเป็นการทำลายอวิชชาทุกขณะ ที่จิตมีสภาพสมบูรณ์เช่นนี้

เมื่อใดที่อวิชชาถูกสกัดไว้ เพราะจิตมีสติ สัมปชัญญะ สังขารใหม่ย่อมไม่เกิดขึ้น และเมื่ออวิชชาถูกขจัดจนหมดสิ้น ก็คือการถึงพระนิพพาน เพราะจะไม่มีสังขารใหม่ใดๆเกิดขึ้นได้อีกเลย
สังขารเก่าก็จะถูกขัดเกลาจนหมดไปเองเช่นกัน

☘️“…สามารถทำตามคำสอนที่ว่า อยู่กับสภาวะภังคะ แล้วดูที่หทัยวัตถุ…”☘️

▪️ตอนที่จิตมีสภาวะภังคะ หรือการดับไปของสังขาร ไม่จำเป็นต้องจดจ่ออยู่ที่หทัยวัตถุเสมอไป ขอให้จิตยังคงมีสติ & สัมปชัญญะ ตามรู้การดับสลายไปของสังขาร จะดับที่เวทนาทั้งตัวก็ดี จะดับที่กระดูกสันหลังก็ดี จะดับที่หทัยวัตถุก็ดี มีผลเท่ากัน

เพียงแต่ที่หทัยวัตถุ ท่านอาจารย์ให้ดูอยู่ เพราะเป็นจุดที่เป็นต้นจิต คือจิตจะรับรู้ ทำงาน และบันทึกทุกอย่าง ที่บริเวณนี้ ท่านจึงให้ตามรู้ที่บริเวณนี้เป็นระยะๆ

ในคอร์ส 60 วัน ที่อาจารย์เพิ่งกลับมา ช่วงปฏิบัติ มีสภาวะภังคะเกิดได้แทบทุกเวลา นับไม่ถ้วนครั้ง

บางครั้ง ตื่นมาตีสี่ ก็เข้าสภาวะนี้แล้ว ยังไม่ทันได้เริ่มต้นปฏิบัติเลย ดังนั้นสภาวะนี้ จึงไม่ใช่สิ่งอัศจรรย์แต่อย่างใด
เพียงแต่การภาวนา เมื่อมีความคล่องแคล่ว มีอินทรีย์ที่เข้มแข็ง การปฎิบัติจะสลับกันไประหว่างสองญาณนี้เป็นพื้นฐาน คือ อุทยัพพยญาณ (ญาณเห็นการเกิดดับของสังขาร ) สลับกับภังคญาณ (ญาณเห็นการดับสลายไปของสังขาร ไม่เห็นการเกิดของสังขาร)

โดยอุทยัพพยญาณ จะเป็นญาณที่จิตเดินอยู่เป็นหลักขณะปฏิบัติ และภังคะเกิดสลับเข้ามาเป็นช่วงๆ จึงไม่ถี่เท่า เท่านั้นเอง และภังคญาณ การเห็นอนิจจังจะต่อเนื่องและลึก

สำหรับผู้ปฏิบัติทั่วไป ที่ยังไม่ชำนาญ ก็มักจะเดินจิตอยู่ในสัมมสนญาณ หรือญาณในลำดับที่ต่ำกว่านั้น (นามรูปปริจเฉทญาณ ปัจจยปริคคหญาณ) เมื่อจิตเริ่มเกิดความคล่องแคล่วในการภาวนา คือมีสติ สัมปชัญญะ ต่อๆกันไปมากขึ้น จิตจึงจะขึ้นสู่ อุทยัพพยญาณ หรือเริ่มต้นเข้าสู่ วิปัสสนาญาณ

อุทยัพพยญาณ คือวิปัสสนาญาณขั้นแรก
(จากวิปัสสนาญาณ 9)
ส่วนนามรูปปริจเฉทญาณ ปัจจยปริคคหญาณ สัมมสนญาณ ยังไม่ถือเป็นวิปัสสนาญาณ แต่เป็นโสฬสญาณ ขั้น 1,2,3 (จากโสฬสญาณ 16)

☘️“…แต่เหมือนหทัยวัตถุมันขุดไม่หยุดหย่อน หนูก็ได้แค่ดู เข้าใจคำว่า อนิจจวิชาญาณ อยู่กับการเกิดดับ ไม่ได้ให้ค่า ดูมันเฉยๆ แล้วใจมันก็อุเบกขาค่ะ…”☘️

▪️ใช่ ที่หทัยวัตถุนี้ บางครั้งเราจะรู้สึกว่า มันขุดไม่หยุด จริงๆแล้ว ถ้าปฏิบัติถูกต้อง มันขุดตลอด ไม่ว่าจะกำลัง ดูอะไรอยู่

อนิจจวิชชาญาณ คือปัญญาเห็นอนิจจัง

คำว่า วิชชา ก็คือ ปัญญา ตรงข้ามกับอวิชชา ความโง่เขลา หรือ คือ โมหะกิเลส ความหลง นั่นเอง
การยึดทุกๆเรื่องใน โลกอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่เข้าใจว่าโลกทั้งโลกคือมายา คือ สมมุติ ก็คือความหลง ความโง่เขลา คือ อวิชชา

คำว่า ‘ญาณ’ ก็คือการรู้ธรรมนั้น เห็นธรรมนั้น เห็นจริงตามธรรมนั้นๆ

☘️“…ทุกข์นะคะ แต่แค่รู้ ไม่ได้ไปเป็นทุกข์…”☘️

▪️อันนี้คือใช่ ถูกต้อง ทุกข์ คือความจริง เพราะทุกอย่าง คือทุกข์
แต่เราแค่ต้องเป็นผู้รู้ทุกข์ (รู้ ทุกขสัจจ หรือทุกข์ใน อริยสัจจ์ 4) แต่ไม่ใช่ผู้ที่ต้องไปทุกข์กับมัน

☘️“…ใจมันเบิกบาน เบา สบายมากค่ะ
ไม่ได้รู้สึกว่า ผ่านไป 30 วัน เหมือนไปมาแค่ 2 วีคเองค่ะ…”☘️

▪️เป็นวาระของมันที่ปฏิบัติแล้วจิตเริ่มสุขขึ้น เบาขึ้น
long course ครั้งนี้อาจเป็นเช่นนี้ เบาสบาย แต่ long course ครั้งต่อไป ย่อมจะขุดลึกขึ้นอีก
ก็อาจจะทุกข์มาก หรือลำบากมาก ตลอดคอร์ส หรืออาจทุกข์ๆ สุขๆ เพราะเราต้องเอาสังขารที่จะไปอบายภูมิออกให้หมด ถึงจะเข้าสู่การเป็นอริยบุคคลได้

สังขารที่จะไปอบายภูมิ จะไม่ค่อยสวยงาม เช่น ถ้าเรามีบาป จะในปัจจุบันชาติก็ดี หรืออดีตชาติก็ดี ที่ส่งให้เราไปเกิดในอบายภูมิ มักจะเป็นสังขารที่ทุกข์ทรมาน เราจะเห็นความชั่วร้ายในจิตของเรา ที่เราได้เคยประทุษร้ายคนอื่น หรือความคิดร้ายๆ ต่างๆในจิต จะแสดงตัวตนทั้งหมด
และในขณะเดียวกัน เราจะเห็นผู้อื่นเป็นเหยื่อแห่งจิตบาปของเรา เกิดความกรุณา ความรัก ความเมตตา อย่างสุดซึ้ง และรู้สึกรังเกียจจิตใจอันชั่วร้ายของตนเอง นี่คือการพัฒนาคุณธรรมระดับลึกในจิต

ผู้ปฏิบัติที่ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ เห็นแต่ความร้ายกาจของผู้อื่นที่ทำต่อเรา เห็นแล้วจิตเกิดโทสะ เช่น โกรธ น้อยใจ เสียใจ คับแค้นใจ ฯลฯ นี่ยังถือเป็นยังเป็นการปฏิบัติขั้นต้น ๆ ยังไม่ได้ผลของการชำระกิเลสในจิต เพียงแต่เพราะปฏิบัติ จิตทำให้จดจำเรื่องต่างๆอย่างละเอียดขึ้นมา เท่านั้น แต่จดจำแล้วก็ยังเห็นจากมุมมองของตนเอง อันยังคลุกเคล้าด้วยโทสะกิเลสเต็มอัตราอยู่ หลายคนที่ออกจากคอร์สมา จึงอาจเกิดความเกลียดชัง ความคับแค้นใจ ความโกรธอย่างรุนแรง ต่อบุคคลที่ขึ้นมาในจิต นี่ถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ไม่ได้ผล เพราะโทสะกิเลสที่เรามีกำลังขึ้นมาให้ดู เพื่อให้เราขจัดมัน ด้วยการมีสติ สัมปชัญญะ แต่เรากลับหลงเข้าไปในวังวน ด้วยโทสะของเรา จึงไปนั่งโกรธอยู่ในขณะปฎิบัติ แทนที่จะใช้สติสัมปชัญญะ เฝ้าดูมันไปตามที่มันเป็น

แต่ถ้าปฏิบัติแล้ว จิตเห็นแต่สิ่งที่ไม่ดี ความชั่วร้าย ในใจตนเอง เห็นทุกเรื่องทุกคำพูด ทุกความคิด ทุกอย่าง ที่ตนเองเคยประทุษร้ายผู้อื่น เคยคิด เคยทำ ซึ่งในช่วงนั้นเราไม่คิดด้วยซ้ำไปว่ามันชั่วร้าย แต่ถ้าขณะปฏิบัติเรามีจิตที่ละเอียดอ่อนขึ้น มีคุณธรรมสูงส่งขึ้น และเห็นว่าแม้คำพูดหลวมหลวมที่ดูไม่น่าเป็นภัย ความคิดธรรมดาธรรมดาที่ดูแล้วไม่น่าจะความคิดเอาเปรียบใคร กลับกลายเป็นคำพูดและความคิดที่น่าเกลียด น่าชังอย่างยิ่ง นี่แสดงว่าจิตกำลังชำระบาปที่จะพาเราลงไปสู่อบายภูมิ

ซึ่งขณะที่สิ่งเหล่านี้ปรากฏ จะทุกข์ทรมานมาก หากไม่ใช้สติ สัมปชัญญะ ให้ดีในช่วงเหล่านั้น ก็จะเกิดเป็นสังขารใหม่ขึ้นได้ เพราะแทนที่จะสำนึก กลับไปกราดเกรี้ยว กับคนอื่นที่ขึ้นมาในจิตเรา

☘️“…มีวันท้ายๆ ที่นอนอยู่ ตอนกลางคืน ไม่รู้ว่า ฝัน หรือเห็นสภาวะ ตอนขยับตัว เป็นแบบรู้ว่าเราเหมือนจะจมน้ำ แบบนิ่งๆ รู้ว่าใกล้จะจมน้ำแล้วตาย ตอนแรกกลัว แต่แปปเดียวเองค่ะ few seconds จิตมันก็เป็นผู้ดู แล้วเหมือนคิดว่า จะตายก็ตายไป แล้วมันก็ดับ กลายเป็นสภาวะอื่นไปค่ะ…”☘️

▪️อันนี้ก็อาจเป็นสัญญา เป็นความทรงจำเก่า ที่เป็นเหตุให้เราหวาดกลัว เราอาจเคยจมน้ำตายในชาติใดชาติหนึ่ง แล้วมันฝังอยู่ในภวังค์จิต เพราะความฝันในช่วงปฏิบัติ มักจะสะท้อนสิ่งที่เราเก็บไว้ในภวังคจิต
หรือก็เป็นไปได้ที่อาจเป็นสังขาร ที่เราปรุงแต่งไว้ในอดีต ทั้งนั้นแค่รู้มันไป ไม่ต้องใส่ใจสนใจหรือตื่นเต้นกับมัน มันก็ไม่มีอะไร

☘️“…ตัวโยกโคลง ไปมา หนูก็ไม่ได้ไปใส่ใจ รู้ เฉยๆ แต่จิตนิ่งมากค่ะ…”☘️

▪️ถูกแล้ว มันไม่มีอะไร
แต่ถ้ารู้สึกว่าตัวโยกโคลง ก็ให้กลับมารู้ตัว เพื่อให้ตัวกลับมานั่งนิ่งต่อไป แต่อย่าไปฝืนหรือใส่ใจว่าตัวโยก แล้วฉันต้องทำให้นิ่ง เพราะถ้าเราใช้กำลัง จิตจะคอยตามดูว่ายังโยกโคลงอยู่ไหม จะทำให้ไปใส่ใจกับมัน และก็ต้องไปต่อสู้กับมัน ตอนนี้จิตจะเสียสมดุลย์ทันที การโยกโคเพียงเล็กน้อยเหล่านี้ก็จะกลายเป็นปัญหา ขึ้นมา

แต่ถ้าไม่ใส่ใจ แค่รับรู้ ร่างกายก็จะนิ่งไปเอง และต้องไม่ต้องไปดูด้วยว่า ร่างกายนิ่งหรือยัง พูดง่ายๆ ว่าความเป็นจริง คืออะไร มันก็เป็นเช่นนั้น ก็แค่รู้มัน ยอมรับมัน แล้วก็กลับมาทรงตัวนิ่งๆให้เป็นปกติ ไม่ฝืน ไม่สน อะไร

☘️“…รู้สึกว่า การปฏิบัติ mature มากขึ้น จิตใจข้างใน เปลี่ยนไปค่ะ รู้ตัวออกมาแล้วอ่อนน้อม caring ก็สิ่งต่างๆมากขึ้น…”☘️

▪️นี่คือผลของการเอาโทสะกิเลสออกไปได้จำนวนหนึ่ง ใจจึงมีเมตตา มีกรุณามากขึ้น
ถูกแล้วนี่คือการปฏิบัติที่ถูกต้อง นี่คือการ mature มากขึ้น

อจ ขอ สาธุ อนุโมทนาหนูด้วยค่ะ…

22 ก.พ. 69
รายชื่อหัวข้อทั้งหมด
https://sites.google.com/view/list-question