← 🍃ธรรมมรรคา
030อ่าน ~5 นาที

เมตตาภาวนา เหมือนกับ การแผ่เมตตาไหม

❓ ปุจฉา (คำถาม)
การทำเมตตาภาวนา เหมือนกับ การแผ่เมตตาทั่วๆไปที่เราทำกันมั้ยคะ หรือหมายถึง เมตตาที่เราทำหลังจากการนั่งกรรมฐานเท่านั้น (วิธีการเหมือนกัน แต่พลังเมตตาอาจจะสูงกว่าการแผ่เมตตาทั่วไป?)

เมตตาสมาธิ(อันนี้ไม่แน่ใจแต่เคยได้ยินอาจารย์พูด) คืออะไร ทำอย่างไรคะ

ช่วงเวลาที่จิตใจไม่พร้อมจะแผ่เมตตา เช่น ยามคับขัน จะตกรถ เร่งรีบ ถ้าเราอยากได้ผลของเมตตา เราสามารถทำได้ไหมคะ หรือว่าขึ้นอยู่กับกุศลเก่าๆที่เคยมีมา
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

ตอบ:

เมตตาที่แสดงออกทาง-วาจาเป็นเมตตากายกรรม-เมตตาวจีกรรมเป็นเมตตาในเชิงพฤติกรรมที่ทำให้การบำเพ็ญบุญกิริยาต่างที่ไม่เป็นภาวนามัยกุศล เช่นการให้ การช่วยเหลือ การสอนธรรม การแสดงออก การวางตัวฯลฯ ไม่นับเป็นเมตตาภาวนา

การฝึกสมาธิภาวนาด้วยวิธีการแผ่เมตตาพรหมวิหาร เรียกว่าเมตตาภาวนา จัดเป็นภาวนามัยกุศล ในบุญญกิริยาที่3ใน10

แลเรียกไปได้หลายอย่าง ว่าเมตตาสมาธิ เมตตาเจโตวิมุติ เมตตาอัปปมัญญา ซึ่งเป็น2ขั้น คือขั้นได้ฌานกับขั้นต้นซึ่งไม่ถึงอัปปนาสมาธิ(ฌาน)

โอกาสในการแผ่เมตตา:

1.สำหรับผู้กำลังฝึกทำเมตตาสมาธิต้องแผ่ในทุกสถานการณ์มุ่งผลเพียงเพื่อให้ตนได้สมาธิจิตและเกิดเมตตาจิตเกิดมีกำลังยิ่งๆขึ้นไป

2.แผ่แก้ไขสภาพจิตใจของตนเองโดยเฉพาะในขณะเกิดโทสะปฏิฆะพยาบาทจิต การใช้เมตตาจิตเป็นเครื่องชำระดีที่สุด

3.การแผ่ปริบาลตนเอง ปริบาลผู้อื่น คุ้มครองผลประโยชน์โดยชอบธรรมของตน

4.การแผ่อุทิศกุศลของตนแก่ผู้ และแผ่พลังจิตเพื่อผู้ กรณีนี้ผู้ต้องมีกำลังบุญที่ถึงพร้อมแล้ว และมีกำลังจิตที่เอิบอิ่มพร้อมอยู่ก่อน สองพลังช่วยจะหวังผลสำเร็จได้มาก

5.อีกอย่างหนึ่ง คือการแผ่บัดเป่าสิ่งไม่ดีหรือข้อขัดข้อง เช่นพระเมื่อจะปักกลดในที่ต่างๆ เมื่อมีเหตุร้ายต่างเกิดเฉพาะหน้า ในการเดินทาง เข้าพักต่างถิ่นต่างที่ก็ควรแผ่เมตตาก่อน

6.การแผ่เสาะแสวง เช่น พระแผ่แก่ เพื่อผู้ถวายบิณฑบาต หากัลยาณมิตร ครูอาจารย์ พาหนะ เครื่องใช้ต่างๆ

สรุปว่าการแผ่เมตตาเป็น2อย่าง คือแผ่สร้างนับแต่การฝึกแผ่เพื่อให้แผ่เป็นปลูกเมตตาจิตให้เกิดขึ้น และการใช้พลังเมตตาที่ได้แล้วเพื่อผลลัพธ์ตามประสงค์

การใช้พลังเมตตา2อย่างคือใช้เพื่อตนกับใช้เพื่อผู้อื่น ผู้มีเมตตาสมาธิสูงสะอาด เมตตาจะมีพลังมากไปด้วย ดังนั้นเมื่อจะแผ่อย่างใช้พลัง ผู้ที่มีต้นทุนทางเมตตาอบรมไว้ดีแล้ว ย่อมมีผลมาก-เร็ว-ยั่งยืน

เรื่องสถานการณ์คับขันนั้น เมตตากับแรงสนับสนุนและแรงต้านเมตตา ย่อมเป็นส่วนเสริมและบั่นทอนได้ ตามน้ำหนักความเข้นข้นของเมตตากับแรงเสริม ถ้าแรงเสริมดีเมตตาอ่อนก็เป็นผล ถ้าแรงต้านมากก็ทำไม่ให้เมตตาเป็นได้

ดังนั้นต้องบริหารปัจจัยเสริมด้วย เช่นการไม่ทำผิด-บาปในเรื่อง การพยามชอบไม่ดูเบา แลที่สำคัญคือพลังบุญหรือบุญคุณ

เช่นคนไร้เมตตาและทุศีล, คนมีเมตตาแต่ทุศีล, คนมีเมตตา-มีศีล-มีปัญญา-ขยัน-วางตัวเหมาะควร การมโนรถย่อมผิดแผกกัน

พูดถึงการเดินทาง การหาที่จอดฯลฯ ต้องใช้เมตตาให้มาก ช่วย ให้ใช้ล่วงหน้านาน-บ่อยจะดี และต้องวางแผนเตรียมการให้เหมาะแล้วกับด้วยเมตตา แต่ถ้าเกิดภาวะวิกฤติก็ต้องเพิ่มพลังเมตตาให้มากให้ครบเครื่อง

สาธุๆๆ