ความฟุ้งซ่าน
A: ความฟุ้งซ่าน หรืออุทธัจจะ คือกิเลสตัวหนึ่ง ซึ่งเกิดควบคู่กับอกุศลจิตทุกชนิด
ตราบใดที่เรายังไม่บรรลุอรหัตผล
กิเลสตัวนี้จะยังคงดำรงอยู่ร่วมกับอกุศลกรรมทั้งหมด
ในขณะปฎิบัติ เมื่อจิตมีความคิดเกิดขึ้นถ้าเป็นความคิดที่เป็นอกุศลไม่ว่าจะเป็นโทสะ โลภะ หรือความหลง จะต้องมีตัวฟุ้งซ่านหรืออุทธัจจะนี้เกิดขึ้นอยู่ด้วยเสมอ เพราะตัวอุทธัจจะเองเป็นสาธารณะอกุศลเจตสิก
แต่ถ้าในขณะปฏิบัติอยู่ เกิดความคิดที่เป็นกุศลเช่น ความคิดถึงการทำบุญความคิดแยกแยะธรรมะ ความรู้สึกกตัญญู ความปีติอิ่มเอิบในจิต หรือความคิดที่เป็นกุศลชนิดต่างๆทั้งหลาย
ความคิดด้านกุศลเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นอุทธัจจะ แต่ก็เป็นกุศลขั้นรองลงมาจากกุศลจากการปฎิบัติธรรม
และถ้ายังคิดต่อไปเรื่อยๆ ความคิดเหล่านี้จะนำผู้ปฏิบัติไปสู่ความฟุ้งซ่านหรืออุทธัจจะได้
ขอย้ำ อุทธัจจะนี้จะไม่หมดไปสิ้นจนกว่าจะบรรลุเป็นอรหันต์
ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงไม่ควรไม่ชอบใจเมื่อไม่สามารถขจัดความฟุ้งซ่านของจิตตนได้ ความหงุดหงิดใจเพราะจัดการกับความฟุ้งซ่านไม่ได้จะก่อให้เกิดอกุศลกรรมเพิ่มขึ้นมาอีก
Q: และเราจะปฏิบ้ติอย่างไรเมื่อเกิดความฟุ้งฃ่านคะ
A: ต้องรบกับมันค่ะ
การปฎิบัติธรรมมันก็คือการรบกับกิเลสนานาประการ
ข้าศึกของผู้ปฏิบัติก็คือกิเลสชนิดต่างๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับข้าศึกประเภทใดก็ต้องเอาอาวุธที่เหมาะสมมาออกรับกับมัน
อาวุธที่จะขจัดความฟุ้งซ่านคือ สมาธิ
ดังนั้นการใช้ความพยายามฝึกให้จิตมีสมาธิตั้งมั่นได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขณะต่อขณะได้ จิตก็จะเข้มแข็งขึ้นและเอาชนะความฟุ้งซ่านซัดส่ายของจิตได้
Q: และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความคิดของเราที่เกิดขี้นเป็นสัมมาทิฐิหรือไม่ค่ะ
A: ไม่แน่ใจว่าคำถามนี้ หนูจะหมายถึงความคิดที่เป็นกุศล หรือหมายความถึงความคิดที่เป็นสัมมาทิฏฐิในความหมายทางปริยัติที่ลึกขึ้นไป
สัมมาทิฏฐิ จะมีระดับแตกต่างกันไปคือสัมมาทิฏฐิของปุถุชนทั่วไป
สัมมาทิฏฐิของผู้ปฏิบัติธรรม
สัมมาทิฏฐิของพระอริยบุคคล
ขอตอบกว้างๆนะคะ
สัมมาทิฏฐิในระดับทั่วไปคือความเชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษเชื่อว่ามีชาตินี้ชาติหน้า เชื่อถึงการอุบัติของสัตว์ในภพภูมิอื่นๆ เช่น เทวดา พรหม เปรต นรกภูมิ เป็นต้น
สัมมาทิฏฐิของผู้ปฏิบัติจะต้องเข้าใจถึงอริยสัจ 4 ขันธ์ 5 ปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น
สัมมาทิฏฐิของอริยบุคคลคือทิฏฐิปัตตะ คือการบรรลุถึงขั้นความเข้าใจในสัจธรรมอย่างถูกต้องสมบูรณ์และอาสวะบางส่วนได้สิ้นไปแล้วเพราะเห็นแจ้งด้วยปัญญา