← 🍃ธรรมมรรคา
029อ่าน ~4 นาที

ความฟุ้งซ่าน

❓ ปุจฉา (คำถาม)
เรียนถามอาจารย์ว่าความฟุ้งซ่านเกิดจากอะไรค่ะ
💡 วิสัชนา (คำตอบ)

A: ความฟุ้งซ่าน หรืออุทธัจจะ คือกิเลสตัวหนึ่ง ซึ่งเกิดควบคู่กับอกุศลจิตทุกชนิด

ตราบใดที่เรายังไม่บรรลุอรหัตผล

กิเลสตัวนี้จะยังคงดำรงอยู่ร่วมกับอกุศลกรรมทั้งหมด

ในขณะปฎิบัติ เมื่อจิตมีความคิดเกิดขึ้นถ้าเป็นความคิดที่เป็นอกุศลไม่ว่าจะเป็นโทสะ โลภะ หรือความหลง จะต้องมีตัวฟุ้งซ่านหรืออุทธัจจะนี้เกิดขึ้นอยู่ด้วยเสมอ เพราะตัวอุทธัจจะเองเป็นสาธารณะอกุศลเจตสิก

แต่ถ้าในขณะปฏิบัติอยู่ เกิดความคิดที่เป็นกุศลเช่น ความคิดถึงการทำบุญความคิดแยกแยะธรรมะ ความรู้สึกกตัญญู ความปีติอิ่มเอิบในจิต หรือความคิดที่เป็นกุศลชนิดต่างๆทั้งหลาย

ความคิดด้านกุศลเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นอุทธัจจะ แต่ก็เป็นกุศลขั้นรองลงมาจากกุศลจากการปฎิบัติธรรม

และถ้ายังคิดต่อไปเรื่อยๆ ความคิดเหล่านี้จะนำผู้ปฏิบัติไปสู่ความฟุ้งซ่านหรืออุทธัจจะได้

ขอย้ำ อุทธัจจะนี้จะไม่หมดไปสิ้นจนกว่าจะบรรลุเป็นอรหันต์

ดังนั้นผู้ปฏิบัติจึงไม่ควรไม่ชอบใจเมื่อไม่สามารถขจัดความฟุ้งซ่านของจิตตนได้ ความหงุดหงิดใจเพราะจัดการกับความฟุ้งซ่านไม่ได้จะก่อให้เกิดอกุศลกรรมเพิ่มขึ้นมาอีก


Q: และเราจะปฏิบ้ติอย่างไรเมื่อเกิดความฟุ้งฃ่านคะ

A: ต้องรบกับมันค่ะ

การปฎิบัติธรรมมันก็คือการรบกับกิเลสนานาประการ

ข้าศึกของผู้ปฏิบัติก็คือกิเลสชนิดต่างๆ

เมื่อเผชิญหน้ากับข้าศึกประเภทใดก็ต้องเอาอาวุธที่เหมาะสมมาออกรับกับมัน

อาวุธที่จะขจัดความฟุ้งซ่านคือ สมาธิ

ดังนั้นการใช้ความพยายามฝึกให้จิตมีสมาธิตั้งมั่นได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขณะต่อขณะได้ จิตก็จะเข้มแข็งขึ้นและเอาชนะความฟุ้งซ่านซัดส่ายของจิตได้


Q: และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าความคิดของเราที่เกิดขี้นเป็นสัมมาทิฐิหรือไม่ค่ะ

A: ไม่แน่ใจว่าคำถามนี้ หนูจะหมายถึงความคิดที่เป็นกุศล หรือหมายความถึงความคิดที่เป็นสัมมาทิฏฐิในความหมายทางปริยัติที่ลึกขึ้นไป

สัมมาทิฏฐิ จะมีระดับแตกต่างกันไปคือสัมมาทิฏฐิของปุถุชนทั่วไป

สัมมาทิฏฐิของผู้ปฏิบัติธรรม

สัมมาทิฏฐิของพระอริยบุคคล

ขอตอบกว้างๆนะคะ

สัมมาทิฏฐิในระดับทั่วไปคือความเชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษเชื่อว่ามีชาตินี้ชาติหน้า เชื่อถึงการอุบัติของสัตว์ในภพภูมิอื่นๆ เช่น เทวดา พรหม เปรต นรกภูมิ เป็นต้น

สัมมาทิฏฐิของผู้ปฏิบัติจะต้องเข้าใจถึงอริยสัจ 4 ขันธ์ 5 ปฏิจจสมุปบาท เป็นต้น

สัมมาทิฏฐิของอริยบุคคลคือทิฏฐิปัตตะ คือการบรรลุถึงขั้นความเข้าใจในสัจธรรมอย่างถูกต้องสมบูรณ์และอาสวะบางส่วนได้สิ้นไปแล้วเพราะเห็นแจ้งด้วยปัญญา