ปฏิบัติธรรมแล้วความคิดสร้างสรรค์จะลดลงหรือไม่
อืม…ความคิดสร้างสรรที่น้อยลง น่าจะมาจากเหตุปัจจัยอื่นค่ะ ไม่น่าจะเป็นผลของการปฏิบัติ
ความจริงการปฏิบัติมีแต่ให้คุณเท่านั้นค่ะ เพราะจิตได้รับการพัฒนา ดังนั้น ความคิดสร้างสรรและคุณสมบัติอื่นๆจะยิ่งพัฒนาค่ะ ได้แก่
📌 จิตจะมีสมาธิตั้งมั่นขึ้น ทำการงานใดก็จะสามารถ focus กับงานนั้น ทำให้จิตมีความคม ทำกิจนั้นๆได้ลึกซึ้ง ไม่ผิวเผิน
📌 จิตยิ่งตั้งมั่นเพราะสมาธิก็ยิ่งมีกำลังมาก เป็นจิตที่หนักแน่นไม่หวั่นไหวง่าย ไม่ผวาหวาดกลัว ไม่ตื่นตระหนก
📌 สมาธิจะตั้งอยู่ได้นาน ทำให้สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มาก และลึกขึ้น ทำงานใดก็สามารถทำอยู่ได้นาน ไม่เบื่อง่ายล้มเลิกล่าย ต่างจากคนมีสมาธิสั้นที่มักมีความอดทนต่ำ ทำงานที่ลึกซึ้งไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน คนสมาธิสั้นถ้าฝึกสมาธิบ่อยๆ นานเข้าจะแก้ปัญหาสมาธิสั้นได้
📌 จิตจะสงบระงับจากความวุ่นวายในหัว สงบจากความวิตกกังวล สงบจากการพล่านไปของความคิดที่คิดทีละหลายๆเรื่องพร้อมกัน อย่างที่คนในโลกยุคนี้มักเป็นกัน การปฏิบัติช่วยให้จิตหยุดพล่านไป ทำให้ความคิดเรียงตัวเป็นระเบียบ ความคิดจึงมีคุณสมบัติดีขึ้น มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การปฏิบัติทำให้ความคิดตกผลึก
📌 จิตที่ปราศจากความว้าวุ่นฟุ้งซ่าน จะใสสว่าง ไม่ขุ่นมัวมึนทึมเร่าร้อนวุ่นวาย ศักยภาพด้านต่างๆในจิตมีแต่จะพัฒนาขึ้น ความคิดสร้างสรรจะยิ่งบรรเจิด ความสามารถในการมองปัญหาก็ทะลุปรุโปร่งถึงแก่น การแก้ปัญหาก็ชาญฉลาด ความสามารถในการออกแบบสรรสร้างงานต่างๆยิ่งพัฒนา ศักยภาพด้านต่างๆของสมองก็ยิ่งเพิ่มพูน ความเข้าใจ ความทรงจำ สติปัญญา เนื่องจากศักยภาพของจิต
📌 การปฏิบัติเป็นการชำระจิตให้บริสุทธิ์จากเครื่องเศร้าหมองหรือกิเลส เมื่อกิเลสค่อยๆถูกขจัดไป จิตยิ่งบริสุทธิ์ คุณสมบัติทางบวกของจิตด้านต่างๆก็เพิ่มขึ้น ปัญญาทั้งทางโลกทางธรรมก็ยิ่งพัฒนาขึ้น การแก้ปัญหาก็มองลึกขึ้น มองเห็นได้ทุกแง่มุมขึ้นแยบยลขึ้น และเห็นทางออกที่เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างไม่เห็นแก่ตัว
📌 ฯลฯ
มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องคอยระวังในการปฏิบัติ คือจิตเราต้องมีความสมดุลย์เป็นกลาง ไม่หย่อนไป, ไม่ตึงไป, และไม่ออกนอกรกนอกพงไป
เพราะทั้งสามความผิดพลาดนี้ จะทำลายพัฒนาการและศักยภาพของจิต
จิตหย่อนคือหลวม ไหลไปเรื่อยตามใจกิเลส เกียจคร้าน ย่อหย่อน ไม่รักษาศีล อลุ้มอล่วยให้ตัวเองเกิน ติดสบาย ขาดความเพียร กระเสาะกระแสะ หวาดกลัวความไม่สบายตัวต่างๆ นิดๆหน่อยๆก็ยกธงขาวแล้ว ขอพักแล้ว เลิกแล้ว
จิตออกนอกรกนอกพงคือ ปฏิบัติไม่ตรง ไม่ถูก ไม่ตั้งอยู่บนอารมณ์กรรมฐาน แต่ไปจับสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าใช่ เช่นให้ความใส่ใจกับประเภทของเวทนา พอละเอียดเบาสบาย หรือพอเห็นแสง เห็นความลื่นไหล เห็นพระพุทธเจ้า เห็นความไหลความแตกหรืออาการที่น่าอัศจรรย์ต่างๆ ก็ไปเหมาเป็นตุเป็นตะว่าได้ธรรมะขั้นต่างๆข้อนั้นข้อนี้ หรือเห็นอะไรก็เป็นตุเป็นตะว่าเกิดสิ่งพิเศษกับเรา
จากนั้นก็จะปฏิบัติด้วยมุ่งหวังจะได้สิ่งเหล่านั้น คิดว่านั่นคือความก้าวหน้า บางคนเลยไปถึงความเข้าใจว่า ได้บรรลุญาณวิเศษขั้นโน้นขั้นนี้ ถึงขั้นคิดว่าเป็นอริยบุคคลไปแล้วก็มี ทั้งที่สิ่งที่ประสบทั้งหมด ใส่ใจทั้งหมด นี้คือของการปรากฏของสังขารเท่านั้น และล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยงและไร้แก่นสาร
จิตตึง คือการปฏิบัติด้วยการกดข่ม การเข่น เกร็ง ตึงเกินไป ไม่ปล่อยวาง ไม่ผ่อนคลาย ไม่ยืดหยุ่น ปฏิบัติแบบหุ่นยนต์ทื่อๆไป ไม่ใช่ปฏิบัติอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติที่เป็นอยู่
การปฏิบัติแบบนี้จะมีผลให้จิตถูกจำกัดการพัฒนา ความคิดสร้างสรรก็ถูกกดไว้ ศักยภาพทุกๆด้านของจิตก็จะถูกตรึงไว้ ทำให้ไม่ค่อยก้าวหน้า หรือก้าวหน้าได้เชื่องช้า
เพราะจิตเมื่อปฏิบัติอย่างตึงเกินไป คับแคบเกินไป ตีกรอบให้จิตขณะปฏิบัติอย่างเคร่งเครียด ปฏิเสธสิ่งอื่นที่ตนไม่คุ้นก่อนที่จะพิจารณาความเป็นไปได้ ขอบเขตเหล่านี้จึงปิดกั้นพัฒนาการของจิตที่ควรเป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้จิตสูญเสียศักยภาพในด้านต่างๆไปด้วย
สรุปนะคะ ให้คอยระวังว่าเรากำลังปฏิบัติอย่างถูกต้องจริงๆ จิตมีสมดุลย์จริง ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติด้วยจิตที่มีสมาธิ และจิตที่ผ่อนคลายปล่อยวางไปด้วยตลอดขบวนการ
ถ้าปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และปฏิบัติไปไม่เลิกรา จะมีแต่ผลดีค่ะ สมองจะพัฒนา ศักยภาพด้านต่างมีแต่จะพัฒนาขึ้นค่ะ
12/5/63
ขอบพระคุณค่ะ งานการด้านอื่นก็ดีตามที่อาจารย์ว่ามาค่ะ มีความละเอียดรอบคอบกว่าแต่ก่อน สุขุมขึ้น ยกเว้นเรื่องศิลป์ รู้สึกเหมือนว่าขาดๆไป สงสัยต้องมาฝึกด้านนี้ใหม่นะคะ
กราบขอบพระคุณค่ะ
พี่พูดถึงภาพรวมๆที่เราจะได้รับจากการปฏิบัติที่ได้ผลค่ะ
พัฒนาการด้านต่างๆเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกด้านกับทุกคน
ไม่ได้เกิดบางด้านกับทุกคน และไม่ได้เกิดทั้งหมด
ทั้งนี้ขึ้นกับเหตุปัจจัยของแต่ละคนค่ะ
บางครั้งศักยภาพบางตัวก็พัฒนาก่อน บางครั้งต้องรอเวลาและความครบถ้วนบางอย่าง
แต่คนที่จิตพัฒนาจนถึงจุดสูงสุดของศักยภาพมนุษย์นี่ก็เป็น X-men เลยค่ะ 555
อย่างพระอรหันต์บางองค์ที่เราเคยรู้ ทั้งยุคอดีตและปัจจุบัน พระป่าหลายองค์ สูงสุดคือพระพุทธเจ้านี่แหละค่ะ
พระองค์เป็นสัพพัญญู ความสามารถทางโลกทางธรรม เป็นอัศจรรย์อย่างถึงที่สุดค่ะ
12/5/63
555หนูอยากเป็น x men ค่า
ทบทวนที่อาจารย์เมตตาตอบมา การนั่งปฏิบัติไม่มีอะไรเคร่งเครียดเดี๋ยวก็หลุดไปคิดแต่ไม่หงุดหงิดอะไร ยังตามทันค่ะวางได้ แต่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันนี่ยาก คนรอบข้างทำอะไรไม่เข้าท่าบางทีก็หงุดหงิดซ้อนหงุดหงิด ซึ่งอันนี้หนูตามไม่ทันค่ะ จนได้คำตอบของอาจารย์ กระจ่างแล้วค่ะ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่า🙏