← 🍃ธรรมมรรคา
14429 ม.ค.64อ่าน ~6 นาที

ภวังคจิต

Q: ขณะเข้าอยู่ในคอร์ส 10 วัน คืนแรก ขณะนอนอยู่ จิตรับรู้ลมหายใจอยู่ สักพักเหมือนหลับไปแต่ได้ยินเสียงตนเองกรน รับรู้เสียงกรนไปสักพักก็รับรู้ลมหายใจอีก สักพักก็ได้ยินเสียงตนเองกรนอีก ก็มารับรู้ลมหายใจอีก เป็นเช่นนี้สามหน แล้วก็หลับไม่รู้ตัวอีกจนเสียงระฆังปลุก
เรียนถามว่า เป็นสภาวะอะไรคะ?☘️☘️☘️

☘️
ผู้ที่ปฏิบัติมาพอสมควร และเป็นผู้ที่ปฏิบัติทุกวันต่อเนื่องมานาน จะเป็นผู้ที่มีสติว่องไวขึ้นเพราะฝึกประจำอยู่แล้ว
เวลาเข้าคอร์ส จิตจะรวมลงได้ไวตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องเสียเวลานานเป็นวันคอยขจัดความคิดเตลิด แต่จิตเข้าสู่ความสงบและตื่นตัวมีสติได้ตั้งแต่ในวันแรกๆของคอร์ส
จิตจะตื่นรู้ทั้งในเวลานั่งปฏิบัติกลางวัน และตื่นรู้ไม่หลับลึกในช่วงกลางคืน แม้เป็นคืนแรกของคอร์สที่คนส่วนใหญ่มักหลับสนิทเพราะความเหนื่อย จิตจึงตื่นตัว ตื่นตัวรับรู้เสียงกรนของตนเอง หรือบางคนก็รับรู้ขยับร่างกายเปลี่ยนท่า บางคนรับรู้การสัมผัสทางกายต่างๆ ร้อนเย็น ยุงกัด หรือรับรู้เสียงต่างๆ
☘️
เมื่อมีสติว่องไวสามารถตามเท่าทันเวทนา รับรู้ลมหายใจ จับได้ไล่ทันจิตที่มีความฟุ้งซ่านต่างๆ รับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดกับกายหรือจิตเราได้ดีตั้งแต่วันแรกๆ ในช่วงกลางวันตลอดวัน จิตก็จะฝึกฝนสติดี มีความตื่นรู้ได้ดีตลอดทั้งวัน เวลากลางคืนเมื่อเข้านอน จิตจึงยังคงมีสติ ยังตื่นตัวอยู่เมื่อหลับตาลง จิตก็ยังคงตื่นรู้มีสติว่องไวเท่าทันอยู่
☘️
ต่อเมื่อ หลับตานอนไปสักพักโดยมีเจตนาจะพัก จะนอนหลับ จิตได้วางการภาวนาลง ไม่ได้ตั้งใจกำหนดรู้ด้วยสติต่อ ไม่ได้ตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อไป ในที่สุดจิตก็จะเข้าสู่สภาวะภวังคะนานขึ้น และขึ้นสู่วิถี(การรับรู้)น้อยลงๆ จนเข้าสู่สภาวะภวังค์ต่อเนื่องเป็นการหลับที่ไม่รับรู้ไป
☘️
ภวังคจิต(อธิบายแบบคร่าวๆง่ายๆนะคะ) คือจิตเวลาหลับ ซึ่งมีตั้งแต่หลับแบบตื้นๆ หลับลึก ไปจนถึงการสลบ
☘️
จิตคนเราไม่ว่ากำลังตื่นหรือหลับ จะต้องมีการลงสู่ภวังค์เสมอ แต่จะลงแค่สั้นๆ หรือลงยาวนานเท่านั้น
☘️
ลงสั้นๆเป็นอนุขณะสั้นๆ เป็นปกติของจิตปุถุชนตอนตื่นทำกิจต่างๆ ถ้าลงนานขึ้นก็คือมีความง่วงซึม ถ้าลงนานเลยก็เป็นจิตหลับ
☘️
เมื่อจิตเพิกจากการกำหนดสติ จากการกำหนดรู้ เริ่มจากเป็นช่วงๆ จิตก็จะเข้าสู่ภวังค์นานขึ้น เช่น เวลาที่ตื่นอยู่แต่สัปหงก
ต่อเมื่อขาดการรับรู้นานเข้าๆก็เข้าสู่ภวังค์เต็มที่ขึ้น เช่น การหลับใน
หรือถ้าหลับไปเลย นั่นก็คือจิตตกในกระแสภวังค์ไปเลย
☘️
การหลับแบบตื้นเป็นช่วงที่ฝันได้ หรือ เวลาที่หลับไม่ลึกนี้ก็จะตื่นรู้ตัวได้เป็นช่วงๆ เช่น ที่ได้ยินเสียงตนเองกรน หรือ รู้ตัวบางอย่าง หรือรู้สึกหนาว หรือรู้สึกร้อน ฯลฯ ตอนนั้นคือการที่จิตมีตื่นขึ้นวิถี แต่เป็นการขึ้นวิถีช่วงสั้นมากๆ ถ้าได้ยิน หรือรับรู้แล้วหลับต่อเลย จำอะไรไม่ได้ ก็ขึ้นวิถีไม่กี่อนุขณะยังไม่ทันได้ตีความ ถ้ารู้มากกว่านั้นเช่นรู้ว่ากรน และดูการกรนนั้นสักพัก จิตจะขึ้นสู่วิถีการรับรู้ การตีความ ไปเรื่อยๆ จิตก็จะตื่นขึ้น เราก็จะตื่นขึ้น จิตขึ้นวิถีมาทำงาน แต่ไม่นานถ้าง่วงอีก จิตก็ลงภวังค์ต่อไปอีก จากนั้นเมื่อหลับไปก็ลงภวังค์ยาวต่อไปใหม่
☘️
ส่วนการหลับลึกนั้นจะไม่ฝัน จะไม่รู้ตัวอะไรเลย ช่วงนี้จิตลงภวังค์เต็มที่ไม่มีการขึ้นวิถี
เวลาหมอวางยาสลบคนไข้ผ่าตัด จะเป็นสภาพนี้คือลงภวังค์เต็มที่ไม่มีขึ้นวิถี คนสลบจะไม่เห็นอะไรไม่รู้อะไรนอกจากความมืดสนิท
ดังนั้นภายหลังที่หลับสนิทไม่รู้อะไร ตอนนั้นคือหลับลึกแล้ว คือจิตอยู่ในภวังค์อยู่เช่นนั้นไม่ขึ้นวิถี จึงไม่รับรู้อะไรและไม่ฝัน จนได้ยินเสียงระฆังปลุก เป็นการตัดกระแสภวังค์ทางทวารหู
☘️

29/01/21