อานาปานสติ (บริเวณสามเหลี่ยมเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปาก)
1.ทำไมต้องสังเกตจุดสามเหลี่ยมเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนเท่าเมล็ดถั่วเขียวด้วยครับอะไรคือจุดประสงค์ของการทำสิ่งนี้ผมคิดว่าอาจารย์โกเอ็นก้าน่าจะมีจุดประสงค์ที่ไกลกว่านั้นเช่นมันอาจมีประโยชน์ในอนาคตเหมือนกับการนั่งหลังให้ตรงซึ่งท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเคยบอกว่ามันจะมีประโยชน์กับท่านในอนาคตซึ่งถ้าตอบตามกายภาพก็เกี่ยวกับเรื่องการหายใจสะดวกแต่ถ้าตอบเรื่องจิตก็น่าจะมีประโยชน์ตอนทำวิปัสสนาระดับลึกๆหน่อยหรือตอนทำธัมมานุปัสสนา
ถ้าตอบตามที่ผมเข้าใจคือเป็นการรวมสมาธิในจุดที่เล็กที่สุดเพื่อฝึกจิตให้รับรู้เวทนาละเอียดอ่อนท่ามกลางเวทนาหยาบทั่วร่างกายไม่ให้จิตโอนเอียงไปกับเวทนาหยาบนั้น
2.การสังเกตลมหายใจเป็นการทำอานาปานสติแบบหยาบๆใช่มั้ยครับ
เมื่อเทียบกับการสังเกตความรู้สึกเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบน
การสังเกตความรู้สึกตรงสามเหลี่ยนเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนเป็นการทำอานาปานสติแบบละเอียดใช่มั้ยครับ
3.ทั้งสังเกตลมหายใจและสังเกตจุดเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบน2อันนี้ผลัดกันใช้ตามความเหมาะสมใช่มั้ยครับ
เช่นขณะที่จิตไม่สามารถรับรู้ถึงเวทนาใดๆเลยก็ให้มาสังเกตลมหายใจแทนแต่เมื่อรับรู้ถึงเวทนาบ้างแล้วก็ให้กลับไปสำรวจเวทนาต่อ
แต่ตอนสังเกตจุดเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนผมไม่รู้ว่าเขาเอาไปใช้ตอนไหนกันแน่เพราะตอนทำวิปัสสนาอาจารย์ก็ให้สำรวจไปตามร่างกายโดยมีพื้นที่เล็กๆเท่าฝ่ามือผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาให้สำรวจร่างกายโดยให้พื้นที่ที่สำรวจเล็กลงไปมากกว่านี้หรือป่าวจำไม่ได้แล้วเพราะไม่ได้ไปมา5ปีแล้ว
ข้อ 1.
Q1: ขอถามอีกข้อนะครับตอนทำอานาปานสติ
ทำไมต้องสังเกตจุดสามเหลี่ยมเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนเท่าเมล็ดถั่วเขียวด้วยครับ อะไรคือจุดประสงค์ของการทำสิ่งนี้
ผมคิดว่าอาจารย์โกเอ็นก้าน่าจะมีจุดประสงค์ที่ไกลกว่านั้น เช่น มันอาจมีประโยชน์ในอนาคต เหมือนกับการนั่งหลังให้ตรง ซึ่งท่านอาจารย์โกเอ็นก้าเคยบอกว่ามันจะมีประโยชน์กับท่านในอนาคต
ซึ่งถ้าตอบตามกายภาพก็เกี่ยวกับเรื่องการหายใจสะดวก
แต่ถ้าตอบเรื่องจิตก็น่าจะมีประโยชน์ตอนทำวิปัสสนาระดับลึกๆหน่อยหรือตอนทำธัมมานุปัสสนา
ถ้าตอบตามที่ผมเข้าใจคือเป็นการรวมสมาธิในจุดที่เล็กที่สุด เพื่อฝึกจิตให้รับรู้เวทนาละเอียดอ่อนท่ามกลางเวทนาหยาบทั่วร่างกายไม่ให้จิตโอนเอียงไปกับเวทนาหยาบนั้น
A1: การทำอานาปานสติของท่านอาจารย์นั้น เป้าหมายคือการฝึกสมาธิ ซึ่งสมาธินั้น ต้องมีจุดที่เพ่งรู้เพียงจุดเดียว ไม่เคลื่อนจากจุดนั้น เมื่อสมาธิยังไม่แนบแน่น จิตยังหยาบ จุดที่เพ่งก็อาจเริ่มที่เนื้อที่ๆใหญ่หน่อยได้ คือบริเวณสามเหลี่ยมเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปาก
สำหรับผู้ปฏิบัติเก่า เมื่อเริ่มทำอานาปานสติ ให้เริ่มที่สามเหลี่ยมเล็กๆนี้ (เล็กประมาณปลายนิ้วสัมผัส ไม่ใช่สามเหลี่ยมใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งจมูกจนจรดริมฝีปาก พื้นที่ใหญ่ขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการฝึกสำหรับผู้ปฏิบัติใหม่เท่านั้น)
เมื่อจิตมีสมาธิตั้งมั่นขึ้น ทุกส่วนของร่างกายจะนิ่งขึ้น สงบขึ้น เบาและผ่องใสขึ้น จิตก็จะละเอียตประณีตขึ้น จุดที่จิตเพ่งความสนใจอยู่ ย่อมเล็กลงๆ จนเล็กมากๆ
ท่านอาจารย์ยกตัวอย่างถั่วเขียวเป็นเพียงการเปรียบเทียบขนาดความเล็กให้พอนึกได้เท่านั้น ระวังอย่ามโนเป็นภาพ จนไปให้ความสำคัญกับความเป็นถั่วเขียว
ให้เพียงเพ่งจิตไว้ในพื้นที่ที่เล็กลงมากนั้นเท่านั้น ที่เดียวเท่านั้น โดยประคองไม่ให้จิตออกห่างจากจุดนั้นเลย
ถ้าสมาธิยิ่งตั้งมั่น พื้นที่ที่จิตจับอยู่จะยิ่งเล็กลงและแหลมคมขึ้น เช่นขนาดเท่าหัวเข็มหมุด และเล็กลงไปอีกเช่นขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม
ทั้งๆที่จุดนั้นเล็กมากๆ แต่จิตกับรู้ชัด จิตมีความตื่นตัว แหลมคม และผ่องแผ้วอย่างยิ่งอยู่ในการรับรู้นั้น และรู้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอนเลยแม้ขณะย่อยๆที่สุดการรับรู้ของจิต
นี่คือเป้าหมายค่ะ
ดังนั้นจึงไม่ใช่เพื่อประโยชน์อื่นในอนาคตค่ะ แต่เป็นขบวนการการฝึกสมาธิที่เป็นไปตามลำดับขั้น
เป็นขั้นตอนการฝึกจิตให้เป็นสมาธิตามหลักของอานาปานสติในพระคัมภีร์ค่ะ (มีกล่าวถึงทั้งในคัมภีร์พระสูตรในพระไตรปิฎก และในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนไว้อย่างชัดเจน)
🍂 ที่ถามเชิงปรารภมาว่า การรับรู้จุดเล็กๆเท่าถั่วเขียวนั้นเพื่อช่วยในวิปัสสนาระดับลึก
🍃ตอบว่าไม่เชิงค่ะ
สมาธิจำเป็นต่อการพัฒนาวิปัสสนาญาณมาก ไม่ว่าจะตอนไหนของการปฏิบัติ จะตอนเริ่ม หรือตอนปฏิบัติไปได้ระยะหนึ่งก็ตาม
ส่วนวิปัสสนาที่กล่าวว่าเป็นระดับ ‘ลึก’ คือวิปัสสนาญาณขั้นสูงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งทุกระดับของการฝึกวิปัสสนา ควรมีสมาธิที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจึงจะปฏิบัติได้ก้าวหน้า
สมาธิในทุกๆระดับของการฝึกวิปัสสนาตั้งแต่ขั้นแรกๆไป เป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อการพัฒนา ยิ่งจิตมีความตั้งมั่นเป็นสมาธิดีเท่าไหร่ จิตก็ยิ่งแหลมคมมากเท่านั้น การรับรู้นามรูปก็ชัดและต่อเนื่องมากขึ้นเท่านั้น
🍂 ที่ปรารภการใช้จุดเล็กๆนี้เพื่อ “…ตอนทำธัมมานุปัสสนา…”
🍃 ตอบว่าไม่ใช่ค่ะ
เรื่องธัมมานุปัสสนา ที่เป็นส่วนหนึ่งของสติปัฏฐานสี่ ได้อธิบายไปกับคำถาม 11 ข้อครั้งที่แล้วไปแล้ว
สมาธิที่ดี ทำให้ขบวนการฝึกวิปัสสนาทั้งขบวนดีค่ะ ไม่ใช่เฉพาะธัมมานุปัสสนา
และธัมมานุปัสสนา ไม่ใช่วิปัสสนาระดับลึกหรือตื้น
ธัมมานุปัสสนา ก็คือตัววิปัสสนา
สองคำนี้เป็นตัวเดียวกันค่ะ เรียกต่างชื่อกัน เพื่อจะทรงอธิบายแบบแยกแยะเท่านั้น
🍂 ส่วนที่ปรารภว่า “…การรวมสมาธิในจุดที่เล็กที่สุด เพื่อฝึกจิตให้รับรู้เวทนาละเอียดอ่อนท่ามกลางเวทนาหยาบทั่วร่างกาย ไม่ให้จิตโอนเอียงไปกับเวทนาหยาบนั้น”
🍃ตอบว่าไม่ใช่ค่ะ
การรับรู้เวทนาที่ละเอียดอ่อนได้ดีนั้น เมื่อจิตมีสมดุลเป็นกลางอยู่ ผ่อนคลายอยู่ จะรับรู้เวทนาที่ละเอียดอ่อนได้ค่ะ
จิตเมื่อเบา อ่อน ควร ย่อมตามรู้ทุกสิ่งที่ปรากฏขึ้นในกาย ในจิต (รวมถึงเวทนา) ได้อย่างชัดเจน แม้ความละเอียดที่สุดของเวทนา ก็ย่อมรับรู้ได้
ส่วนสมาธินั้น จำเป็นในการทำวิปัสสนาตรงที่การรักษาความต่อเนื่องของจิตให้รู้อารมณ์กรรมฐานนั้นๆอย่างต่อเนื่องไป
สมาธิทำหน้าที่สกัดและขจัดนิวรณ์ เช่น ตัวฟุ้งออกไป ทำให้จิตสามารถรักษาความต่อเนื่องของการรู้เวทนาได้
ส่วนที่จะไปรู้เวทนาหยาบ หรือเวทนาละเอียดนั้น เป็นงานของวิปัสสนาที่ต้องตามรู้ทั้งหมดไป รู้ถึงเวทนาหยาบ และรู้เวทนาละเอียด รู้เวทนาละเอียดในเวทนาหยาบ ก็คือรู้ทุกเวทนานั่นเอง
ไม่ใช่งานของสมาธิ
งานของสมาธิ คืองานทำให้งานวิปัสสนาเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องไร้สิ่งกีดขวาง หรือมีสิ่งกีดขวางน้อย
ข้อ 2.
Q2: การสังเกตลมหายใจเป็นการทำอานาปานสติแบบหยาบๆใช่มั้ยครับ
เมื่อเทียบกับการสังเกตความรู้สึกเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบน
การสังเกตความรู้สึกตรงสามเหลี่ยนเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนเป็นการทำอานาปานสติแบบละเอียดใช่มั้ยครับ
A2: ขอแยกความเข้าใจตรงนี้ให้ชัดขึ้นค่ะ ระหว่างลมหายใจ กับ ความรู้สึกตรงสามเหลี่ยมเล็กๆ
ฝึกสมาธิ เราตามรู้ลมค่ะ
แต่ให้รู้ที่จุดกระทบของลมบนพื้นที่สามเหลี่ยมเล็กๆ
ส่วน การรู้ความรู้สึกเป็นวิปัสสนาค่ะ
ถ้ามุ่งจับความรู้สึก ไม่ว่าตรงส่วนไหนบนของร่างกาย ก็เป็นวิปัสสนาหมดค่ะ ตรงสามเหลี่ยมนี้ก็เช่นกัน
ดังนั้น การตามรู้ลมหายใจ ไม่ใช่อานาปานสติอย่างหยาบค่ะ
ตัวลมนี้ใช้ตั้งแต่เริ่มฝึกจนสมาธิตั้งมั่นค่ะ
เมื่อตามรู้ลม(กระทบ)เข้า/ออก ไปเรื่อยๆจิตจะตั้งมั่น ลมจะละเอียดขึ้น สั้นขึ้น ชัดขึ้น ที่จุดกระทบนั้น
ข้อ 3.
Q3: ทั้งสังเกตลมหายใจและสังเกตจุดเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบน2อันนี้ผลัดกันใช้ตามความเหมาะสมใช่มั้ยครับ
เช่นขณะที่จิตไม่สามารถรับรู้ถึงเวทนาใดๆเลยก็ให้มาสังเกตลมหายใจแทนแต่เมื่อรับรู้ถึงเวทนาบ้างแล้วก็ให้กลับไปสำรวจเวทนาต่อ
แต่ตอนสังเกตจุดเล็กๆใต้ช่องจมูกเหนือริมฝีปากบนผมไม่รู้ว่าเขาเอาไปใช้ตอนไหนกันแน่ เพราะตอนทำวิปัสสนาอาจารย์ก็ให้สำรวจไปตามร่างกายโดยมีพื้นที่เล็กๆเท่าฝ่ามือ
ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาให้สำรวจร่างกายโดยให้พื้นที่ที่สำรวจเล็กลงไปมากกว่านี้หรือป่าว จำไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้ไปมา5ปีแล้ว
A3: ไม่ใช่ผลัดกันค่ะ
เฉพาะผู้ปฏิบัติใหม่ หรือผู้ปฏิบัติเพียงไม่กี่ครั้งที่ยังจับเวทนาบนร่างกายไม่ชำนาญ หรือทำสมาธิไม่ค่อยอยู่เท่านั้น ที่อาจใช้สองตัวนี้ผลัดกันเป็นตัวช่วยกันและกัน ให้จิตค่อยๆสงบลง ตั้งมั่นขึ้น
สำหรับผู้ปฏิบัติเก่า ช่วงอานาปานสติ ดูแต่ลมกระทบเข้า/กระทบออกที่จุดกระทบนั้นเท่านั้นค่ะ ไม่เน้นดูความรู้สึกต่างๆตรงจุดนั้น
ที่ท่านอาจารย์ให้ทำทั้งสองนั้น เป็นเทคนิคสำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ที่ยังไม่รู้จักการจับเวทนาบนร่างกายมาก่อน ท่านจึงให้เตรียมตัวด้วยการฝึกจับเวทนาตรงสามเหลี่ยมนี้ให้เป็น เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วิปัสสนาในช่วงต่อไป
แต่สำหรับผู้ที่จับเวทนาเป็นอยู่แล้ว เป็นผู้ปฏิบัติเก่าอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่ใจฝึกจับเวทนาตรงสามเหลี่ยมเล็กนี้อีก แต่ให้ฝึกสมาธิเป็นหลัก คือตามรู้ลมหายใจเข้าออกที่กระทบตรงนั้นเป็นหลัก
แต่ในการรู้ลมกระทบเข้าออก อาจรับรู้ถึงความรู้สึกที่ลมกระทบไปด้วย ก็ไม่เป็นไร รู้ก็รู้ไป เพียงแต่ให้เน้นตัวลมที่เข้าออกผ่านตรงนี้เป็นหลัก
การปฏิบัติ ไม่ควรทิ้งห่างนาน ถ้าไม่ได้เข้าปฏิบัติถึง 5 ปีนี่ถือว่านานมากค่ะ สำหรับผู้ที่เข้าถึงการปฏิบัติ จะรู้สึกได้เลยว่าเสียดายเวลาและโอกาสของชีวิต เพราะเวลาที่ชีวิตมีคุณค่าที่สุด ทำคุณประโยชน์ให้ตนเองและผู้อื่นได้สูงสุด คือเวลาที่เราฝึกฝนจิตตนเอง
ยังไงมีโอกาส ขอให้กลับไปเข้าปฏิบัติต่อนะคะ ทำให้เป็นสิ่งประจำของชีวิต …แล้วชีวิตจะมีที่พึ่งที่แท้จริง 🍃