ให้เพื่อนยืมเงิน แล้วเพื่อนไม่คืนเงิน ควรวางใจอย่างไร
ถ้าเขาไม่มีเงินคืนหนูจริงๆ หนูควรยกหนี้ให้เป็นทาน และให้อภัยเขาใช่ไหมคะ และเพราะเป็นเหตุปัจจัยที่หนูสร้างวิบากกรรมมาใช่ไหมคะ หนูจึงเจอเหตุการณ์อย่างนี้
หนูเห็นเขาเป็นเพื่อนหนูจึงเห็นใจช่วยเหลือให้เขายืมเงินค่ะ หนูรบกวนอาจารย์ให้คำแนะนำหนูด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะ
✅ A: หนูสามารถทำใจให้เกิดเป็นทานขั้นสูงได้ค่ะ ด้วยการวางใจให้สงบเย็น ให้เกิดความยินดีจริงๆจากการให้นี้ และให้น้อมระลึกเพื่อขอขมาที่หนูได้เคยสร้างหนี้กรรมแบบนี้ เคยสร้างความทุกข์ใจเช่นนี้ให้ผู้อื่นมาก่อน หนูจึงพร้อมและมีปีติ ยินดีที่สุดที่ครั้งนี้หนูจะได้มีโอกาสชดใช้คืนหนี้กรรมเหล่านั้นอย่างเต็มใจ
ถ้าหนูสามารถให้ด้วยใจเบิกบานผ่องใสจริง ไม่มีถือโทษโกรธเขาแม้แต่น้อยได้
นี่จะเป็นอภัยทานด้วย
ทานครั้งนี้ ก็เป็นทั้งทานที่เป็นจาคะ และทานที่เป็นอภัยทาน
(อภัยทาน เป็นทานที่มีอานิสงส์สูงกว่าทานที่เป็นทรัพย์มาก เป็นทานสูงสุด รองจากธรรมทาน)
และหากหนูตั้งจิตว่า ขอให้ทานนี้ จงเป็นปัจจัยเพื่อให้หนูมีดวงตาเห็นธรรม หลุดพ้นจากกิเลส สิ้นจบภพชาติในสังสารวัฏฏ์นี้ด้วย อานิสงส์ก็แรงขึ้นอีก
การคิดได้เช่นนี้ “จากใจจริง”
จิตต้องมีเจตนาที่จริงจังและลึกซึ้ง ก็จะเกิดเป็นบุญชนิดที่เป็นบารมี
บารมี ต้องเป็นบุญที่เราให้ยากมาก ให้สิ่งที่เราหวงแหนมากได้ ให้สิ่งที่เรารักมากที่สุดได้ และให้ก็เพื่อจะ “ละ” โลก
การต้องการ “ละ” นี้เอง คือการละกิเลส การละตัวตน การละของๆตน
หากใจถึงจริงๆ การละนี้จะเป็นไปเพื่อจบสิ้นภพชาติ หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง
หากละเช่นนี้ได้ จะทำให้ ทานธรรมดา ที่เป็นขั้นบุญ ขั้นกุศล กลายเป็นทานขั้นบารมี
ส่วนเพื่อนของหนูที่เขาเอาไป ถ้าเขามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ จะเกิดเป็นกรรมใหม่ที่เขาต้องเดือดร้อน เกิดความทุกข์ใจ ต้องถูกเบียดเบียนทรัพย์ ในวันหน้า
บุญและบาปอยู่ที่จิต ดังนั้นหากเจตนาไม่บริสุทธิ์ในรูปแบบไหน เมื่อบาปส่งผล ก็จะเป็นไปตามเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในรูปแบบนั้นๆ ในขณะที่กำลังทำกรรมนั้นๆอยู่ เจตนาจึงเป็นตัวกำหนดผลของกรรม
แต่ถ้าหากว่าเขาเดือดร้อนจริงๆ และเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เขายังไม่มีจะจ่ายคืนให้
แต่เขามีความตั้งใจจริงๆ ที่จะคืนหนู เพียงแต่ขอระยะเวลา หรือตั้งจะผ่อนชำระด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างนี้เจตนาของเขาไม่เกิดเป็นบาปแบบคดโกง ที่ผิดศีล การผิดศีลเป็นบาปที่พาลงอบายภูมิได้
แต่ถ้าเจตนาเขาไม่ใช่การคดโกง ไม่ใช่อทินนาทาน ไม่คิดจะล่วงศีล มีความตั้งใจจะชำระจริงๆในใจ แต่ไม่มีชำระตอนนี้จริงๆ แล้วเขาเกิดตายไปโดยไม่ทันได้ชำระคืน หรือเป็นหนูที่จากไปโดยเขายังไม่ได้ชำระคืนหนูในชาตินี้
กรรมจากเจตนาก็เกิดในใจจิตเขา แม้จะไม่ได้เป็นกรรมที่หนักหนาด้วยเจตนาคดโกง (ยังมีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้) แต่ก็จะมีกรรมค้างอยู่ในใจเขาติดจิตเขาไปข้ามภพข้ามชาติ เป็นกรรมที่เกิดจากความรู้สึกผิดติดค้าง
และเมื่อมีกรรมนี้ในจิต หากเกิดภพใหม่ชาติใหม่ต้องมาเจอกันอีก เขาต้องเกิดมาเป็นเบี้ยล่างหนู ต้องมาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลหนู โดยไม่ได้เป็นในรูปของศัตรู หรือหนูเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขา แต่เขาจะมาเป็นรูปของญาติ หรือของเพื่อน ใครก็ได้ในความสัมพันธ์อื่น ที่เขาต้องมาดูแลค่าใช้จ่ายให้หนู หรือมาชดใช้หนูแบบใดแบบหนึ่งตามแต่ความหนักเบาของกรรม
กรรมที่ไม่ได้ชดใช้ให้จบเร็ว และถ้าเขายังเป็นคนที่มีใจคดเป็นปกติ ยิ่งรอนานวันเข้า ผลกรรมมันขยายตัวได้ตลอดเวลา เวลาใช้คืนเหมือนต้องใช้ทั้งต้นและดอกที่คอยจะเพิ่มพูนต่อๆไปได้
เพราะเจตนาของผู้ทำกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่งในบาป จิตที่เป็นอกุศลจนเป็นอุปนิสัย พอเวลากรรมส่งผล ก็มักเพิ่มขนาดและปริมาณ เพิ่มความสาหัส จากเดิมที่เคยทำไปได้
ส่วนตัวหนูเอง ถ้ายัง(แอบ)คิดว่าเขาผิด คิดว่าเขาควรรับกรรม หรือคิดว่าหนูเป็นคนดี คิดว่าหนูกำลังทำความดี ถ้าคิดอย่างนี้ ใจหนูก็ยังมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ กุศลของหนูก็ลดทอนไปตามความไม่บริสุทธิ์ของใจหนูเช่นกัน บุญก็ทอนลง บารมีก็ไม่เกิด
ดังนั้นถ้าหนูจะละ ต้องละจริงๆ ไม่มีเงื่อนไขอื่น ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงแม้แต่น้อย
▪️แค่ให้ แต่ไม่สนใจว่าจะต้องได้รับอะไรกลับมา
▪️แค่ให้ แต่ไม่แอบว่าเพื่อนหนูควรใช้กรรมในอนาคตหรือไม่
▪️แค่ให้ เพราะจิตใจหนูเป็นสุขในการให้นี้จริง
▪️แค่ให้ เพราะหนูต้องการหลุดพ้นจากการเป็นมีการเป็น พ้นจากการต้องมาเกิดอีก
18 พ.ค. 69
รายชื่อหัวข้อทั้งหมด
https://sites.google.com/view/list-question