จากความผันผวนของโลกในปัจจุบัน เราควรทำตัวอย่างไร
เราควรจะทำตัวยังไงดีคะ
🍃A: ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นตามความหนักของจิตของมนุษย์ในปัจจุบัน
แต่ทุกการขึ้นลงก็เป็นไปตามวัฏจักรของมัน
เมื่อมนุษย์จิตใจเสื่อมลง แต่ยังไม่ถึงสภาวะของการสิ้นสุดของยุคนี้
(สภาวะสิ้นสุดของแต่ละยุค ตามพระพระพุทธศาสนา จะเป็นช่วงหลังจากพุทธศาสนาหมดไปจากโลก ซึ่งในยุคปัจจุบัน ศาสนายังอยู่ไม่ครบ 5000 ปี ย่อมยังไม่ถึงการสิ้นยุคนี้
หลังศาสนาพุทธสิ้นไป มนุษย์จะมีความเสื่อมลงเพียงอย่างเดียว และเมื่ออายุขัยของมนุษย์ลดลงจากปัจจุบัน 70 ถึง 80 ปี เหลือเพียง 10 ปี เมื่อนั้นยุคนี้จึงหมดสิ้นลง ทุกอย่างจะถูกทำลายลงอย่างแท้จริง ก่อนจะก่อกำเนิดยุคใหม่)
🎋ความผันผวนของโลกในปัจจุบัน เป็นแค่วัฏจักรของความขึ้นและความเสื่อม เป็นช่วงๆ ในแต่ละยุค
ซึ่งช่วงนี้ เรากำลังเห็นการเสื่อมของวัฏจักรหนึ่งของยุคนี้เท่านั้น
🎋นี่คือความเสื่อมอันเกิดจากสภาพจิตใจมนุษย์ ที่มีโลภะรุนแรง
เมื่อโลภะรุนแรงมาก โทสะจะรุนแรงมากตามติดไปทันที
ดังนั้นช่วงนี้ ที่มนุษย์มีโลภะและโทสะกันมาก จึงเป็นช่วงขาลงของวัฏจักรนี้
ซึ่งย่อมเกิดการทำลายล้างในทุกรูปแบบ ทั้งจากธรรมชาติ จากสงคราม จากโรคระบาด ฯลฯ เพื่อลดจำนวนมนุษย์ที่มีใจบาปหยาบช้าลงไปจำนวนหนึ่ง
รวมไปถึงมนุษย์ที่แม้จิตใจไม่เลวร้ายนัก แต่มีกรรมที่ต้องประสบเภทภัยหรือล้มหายตายจาก
🎋จากคำทำนายของเกจิอาจารย์หลายท่าน การลดจำนวนมนุษยชาติครั้งนี้ อาจถึง 50% หรือบางท่านก็ว่า 70%
และเมื่อมนุษยชาติหมดไปจำนวนหนึ่ง โลกก็จะปรับสมดุลใหม่ ธรรมชาติ ที่ไม่มีมนุษย์คอยทำลาย จะค่อยๆเยียวยาให้โลกกลับมาคงอยู่ในสภาพฟื้นตัว
ธรรมชาติจะฟื้นคืนจนสมบูรณ์ขึ้น และเมื่อมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น กิเลสของมนุษย์ก็เริ่มทำงาน ด้วยการสร้างความเจริญทางวัตถุ และละเลยคุณธรรมในจิตใจ กระบวนการกัดกร่อนธรรมชาติก็เกิดขึ้นตามมา
🎋ในยุคที่โลกความเจริญถึงขีดสุดอีกครั้ง จิตใจมนุษย์ที่เป็นวัตถุนิยม มักจะเสื่อมลง ก็จะเข้าสู่ยุคเสื่อมของวัฏจักรนั้นๆต่อไป
🎋ในแต่ละยุคอันยาวนาน จะมีวัฏจักรเล็กๆหลายวัฏจักรเกิดขึ้น แต่ยังไม่ใช่การสิ้นสุดของยุค
กระนั้นก็ดีการที่มนุษย์อายุขัยลดลง และเดินทางไปสู่การลดลง วัฏจักรย่อยๆ ในยุคหนึ่งๆ ก็จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้ปลายๆของยุค
🎋ถ้าถามว่าเราควรต้องทำเช่นไรนั้น สิ่งแรกคือไม่ต้องกังวล
เพราะเราต่างก็มีกรรมเป็นของตน มีเหตุปัจจัยเป็นของตนจัดสรรเส้นทางชีวิต
🎋เราอาจต้องเป็นผู้หนึ่งที่ต้องจากไปในช่วงนี้ หรือเราอาจเป็นผู้หนึ่งที่ต้องเห็นสภาพการล่มสลายชั่วคราวในวัฏจักรนี้ และอาจต้องรับกรรมด้วยการประสบภัยพิบัติไปกับคนส่วนใหญ่ หนัก/เบาขึ้นกับบุญ บารมีและบาปของเรา
🎋ทุกข์จากภัยพิบัติที่เราประสบจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับกรรมและเหตุปัจจัยของเรา
🎋ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้และต้องทำอย่างต่อเนื่อง คือการรักษาสภาพจิตใจ ให้มีธรรมะภายในอย่างแท้จริงให้ได้
🎋หากใจมีความสงบเพราะอยู่ในธรรมและเพราะปัญญา รู้ว่าการเกิดดับเป็นปกติของชีวิต เราแค่มาโลดแล่นในช่วงนี้ตามเหตุปัจจัยของเราเท่านั้น
ส่วนเราจะไปโลดแล่นต่อแบบใด ที่ไหน ในภพภูมิไหน ก็เป็นไปเพราะเหตุปัจจัยที่เราสร้างมาทั้งนั้น
🎋ถ้าเราหมั่นพัฒนาจิตให้อยู่เหนือสภาวะของโลก จิตมีความสงบได้ ท่ามกลางความเร่าร้อนในโลก
🎋สภาวะต่างๆที่เป็นอยู่รอบตัวเรา ย่อมไม่มีผลกับการใช้ชีวิตให้สุขสงบได้ของเรา
9 ก.ย. 69